วันนี้ (6 กุมภาพันธ์ 2568) อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ปราศรัยตอนหนึ่งในงาน ‘ประชาชนเปลี่ยนประเทศ’ ถึงนโยบาย ‘ตำรวจ’ ว่า ในรัฐบาลประชาชนต้องคืนความก้าวหน้าให้กับตำรวจที่ดี ต้องคืนตำรวจที่ดีให้กับประชาชน ภายใต้รัฐบาลประชาชนต้องไม่มีระบบตั๋ว ไม่มีระบบส่วย ไม่ต้องเก็บเงินส่งให้ใครหน้าไหนอีกต่อไป ได้เวลาตำรวจเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริงภายใต้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ชื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
นอกจากนี้ภายใต้รัฐบาลใหม่ ภายใต้นายกฯ ที่ชื่อณัฐพงษ์ จะใช้หลักเกณฑ์อาวุโสให้ตำรวจที่ทุ่มเทในการทำงานได้เติบโต ให้ตำรวจที่มีประสบการณ์ ตำรวจที่เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ซึ่งที่ผ่านมาถูกข้ามหัว ถูกข้ามห้วย ได้เติบโตเสียที โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าตำแหน่งให้ใคร ขณะเดียวกันจะใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาตรา 130 ให้นายตำรวจที่จะเติบโตต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ภายใต้รัฐบาลประชาชนจะต้องไม่มีตำรวจร่ำรวยผิดปกติ ต้องไม่มีตำรวจที่ร่ำรวยจากการรับเงินรับทอง หรือมีแหล่งรายได้จากธุรกิจผิดกฎหมายและธุรกิจสีเทาจนร่ำรวยเป็นร้อยๆ ล้าน
ขณะเดียวกันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ดาบตำรวจ วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจแท้ๆ ที่ถูกรถเฟอร์รารีชนเสียชีวิตเมื่อปี 2555 แล้วมีการเปลี่ยนหลักฐาน เปลี่ยนความเร็วรถ จะต้องไม่เกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลพรรคประชาชน
วิโรจน์กล่าวอีกว่า ตำรวจน้ำดีอย่าง พลตำรวจตรี ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ซึ่งดำเนินคดีค้ามนุษย์อย่างตรงไปตรงมา กล้าออกหมายจับนายทหารระดับสูงยศพลโท ถูกโทรศัพท์ข่มขู่ ถูกสายลึกลับบีบเค้นให้ปล่อยมือ ละวางจากคดี แต่พลตำรวจตรีปวีณยืนยันว่า กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย เมื่อมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย จนสุดท้ายต้องไปลี้ภัยในต่างประเทศ เมื่อถึงเวลารัฐบาลประชาชน พลตำรวจตรีปวีณต้องได้กลับบ้าน ได้เวลาคืนความยุติธรรมให้พลตำรวจตรีปวีณในที่สุด
นอกจากนี้วิโรจน์ยังกล่าวอีกด้วยว่า รู้ดีว่าตำรวจเจ็บปวดที่ต้องควักกระเป๋า ต้องจ่ายเงินทำคดีเอง ทั้งนี้ค่าสำนวนที่จ่ายให้พนักงานสอบสวนคงที่มานานถึง 34 ปี จึงได้เวลาปรับเพิ่มค่าสำนวนให้ตำรวจน้ำดีได้ทำงานอย่างสบายใจ ไม่ต้องควักกระเป๋าตัวเองในการทำงานได้
ทั้งนี้นี่คือการปฏิรูปตำรวจที่รัฐบาลต้องการ เรื่องทั้งหมดไม่ยาก แต่ที่ผ่านมาเมื่อยังมีระบบตั๋ว ตำรวจยังต้องส่งส่วยให้นาย ความฝันที่ต้องการเห็นตำรวจที่ดีจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย
วิโรจน์ยังกล่าวถึงการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยยกเหตุที่เกิดขึ้นกับผู้พิพากษา คณากร เพียรชนะ ที่ถูกแทรกแซงสำนวนคดีจนต้องยิงตัวตายว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก และรัฐบาลประชาชนจะต้องไม่ปล่อยให้ผู้พิพากษาถูกแทรกแซงอีกต่อไป
“คุกจะต้องไม่ได้มีไว้ขังเฉพาะคนจน ได้เวลาคืนอิสรภาพ คืนดุลพินิจให้ผู้พิพากษาทุกคน เลิกแทรกแซง เลิกโทรศัพท์ลึกลับ เลิกกระดาษใบน้อย การกระทำแบบนี้จะไม่มีในยุครัฐบาลประชาชนอีกต่อไป
“นโยบายด้านความมั่นคงไม่มีอะไรยาก ไม่มีอะไรซับซ้อน ทำได้ ได้เวลาแล้ว คำพูดที่เราได้ยินบ่อยๆ เรื่องความมั่นคงของชาติ นับจากนี้ประชาชนจะได้เข้าใจสักทีว่า ความมั่นคงของชาติคือความมั่นคงของประชาชนทุกคน ได้เวลาทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย ให้กฎหมายมีความเสมอภาคกัน ทำบ้านเมืองให้มีขื่อมีแป ได้เวลาคืนความยุติธรรมให้กับทุกคน
“ฉะนั้นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ทุกวันนี้ตำรวจที่ดีหมดกำลังใจ ไม่รู้ว่าทำงานหนักไปเพื่ออะไร เพราะทำงานให้ตาย คนที่มาเป็นนายก็เติบโตจากการซื้อขายตำแหน่ง ทหารที่ดีที่ทำหน้าที่อย่างมืออาชีพ ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงก็ต้องทนเห็นการทุจริตคอร์รัปชัน ต้องมองตาปริบๆ ทุกครั้ง เวลาที่ถูกรังแก ถูกกดขี่ ถูกทำร้าย ก็ไม่รู้จะแบกหน้าไปพึ่งใครที่ไหน แนวรบของเราก็ต้องทนใช้ยุทโธปกรณ์ที่รู้ทั้งรู้ว่า กินเงินทอนแล้วใช้ไม่ได้ ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยง และให้พรรคการเมืองบางพรรคโหนกระแสนิยมทางการเมือง
“ทุกวันนี้ ถ้าใครบอกว่า วิโรจน์ พรรคประชาชน รู้หรือยังว่าทหารมีไว้ทำไม ให้พวกเราช่วยกันตอบเขาว่า เวลาทหารตัวเล็กตัวน้อยถูกกระทืบ ถูกรังแกจนตาย พอพรรคการเมืองอื่นรู้ว่า เป็นคนที่มีดาวบนบ่า เป็นนายพล นายพัน ชั้นยศใหญ่ๆ เขาหนีหายไปไหน ทำไมมีแต่พรรคประชาชน ที่ยืนอยู่เคียงข้างนายทหารชั้นผู้น้อยลูกหลานพวกเรา เพราะพวกเรารู้ว่าทหารมีไว้ทำไม แล้วเรารู้ว่าเราจะส่งเสริมทหารดีอย่างไร แล้วเรารู้ว่าจะปราบปรามทหารทุจริตอย่างไร เพราะฉะนั้น 8 กุมภาฯ กาเพื่อเปลี่ยน กาเพื่อให้กองทัพทันสมัย กาเพื่อให้ตำรวจที่ดีมีกำลังใจ กาเพื่อให้ผู้พิพากษาทำงานด้วยความยุติธรรม”
Tags: พรรคประชาชน, เลือกตั้ง 69, ตำรวจ, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, ปวีณ พงศ์สิรินทร์




