วันนี้ (26 มีนาคม 2568) ที่อาคารัฐสภา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน นำทีม สส.แถลงต่อสื่อมวลชนภายหลังการลงมติไม่ไว้วางใจ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ระบุว่า หลังจากนี้ยุทธการโรยเกลือยังดำเนินการต่ออย่างแน่นอน

ณัฐพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้มีหลายประเด็นจากอภิปรายที่ทางพรรคกำลังดูข้อกฎหมาย หาช่องทางเพื่อดำเนินการต่อ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางคณะกรรมาธิการหรือการยื่นต่อหน่วยงานต่างๆ โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตามณัฐพงษ์กล่าวยืนยันว่า พรรคไม่เห็นด้วยกับกระบวนการนิติสงคราม ตลอดจนการใช้กลไกจากคณะรัฐประหารมากลั่นแกล้งทางการเมือง ดังนั้นในรายละเอียดการดำเนินการต่อจึงยังไม่สามารถลงลึกได้

“เรามีหลายช่องทางที่เราดำเนินการทำได้ ยกตัวอย่างเช่นกรณีภาษีที่อภิปรายว่า นายกฯ วางแผนเพื่อหนีภาษี ถึงแม้จะไม่ได้ร้องเรียนต่อหน่วยงานต่างๆ แต่การทำหน้าที่ตรวจสอบโดยการนำเอาข้อมูลมาเปิดเผยในสภาฯ ก็ทำให้ครอบครัวของนายกฯ ยอมจ่ายภาษี ซึ่งประชาชนได้ประโยชน์” ณัฐพงษ์ยกตัวอย่าง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นกังวลหรือไม่หากฝ่ายตรงข้ามดำเนินคดีกลับ หัวหน้าพรรคประชาชนให้คำตอบว่า สิ่งที่ไม่อยากเห็นคือ การถูกฟ้องร้องเพื่อปิดปากการทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา และถึงแม้ว่าจะมีการดำเนินการเช่นนั้นเกิดขึ้น ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการทำงานตรวจสอบได้

ขณะที่กระแสว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ของพรรคประชาชนมีแต่ข้อมูลเก่า หัวหน้าพรรคประชาชนยอมรับว่า หลายปัญหาของประเทศตอนนี้ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ก็จริง แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่อดีตต่อเนื่องมาหลายปี

“คำถามคือ ในเมื่อรัฐบาลเข้าสู่อำนาจแล้ว ตั้งใจหรือมีเจตจำนงที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนขนาดไหน ทั้งเรื่องค่าไฟแพง การต่อสัมปทานทางด่วน หรือเหมืองทองอัครา” ณัฐพงษ์ระบุ พร้อมทั้งยืนยันต่อสื่อมวลชนว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ‘ไม่เสียของ’ อย่างแน่นอน จึงอยากให้รัฐบาลตั้งรับเป็นอย่างดี เพราะมั่นใจว่าข้อมูลที่พรรคมี นายกฯ ไม่สามารถให้คำตอบได้

ในกรณีของปฏิบัติการไอโอ หัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวต่อว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายที่เมื่อวานนี้ (25 มีนาคม 2568) การอภิปรายของ ชยพล สท้อนดี สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ไม่สามารถอภิปรายจนจบได้ ซึ่งข้อมูลที่มีจะชี้ให้เห็นว่า ฝ่ายการเมืองทุกฝ่ายล้วนตกเป็นเป้าหมายโจมตีของกองทัพ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด ณ ตอนนี้คือ การปฏิรูปกองทัพ ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันล้มเหลวในเรื่องนี้

สำหรับกรณีที่นายกฯ เรียกร้องให้พรรคประชาชนประกาศว่า จับมือกับพรรคใดเพื่อร่วมรัฐบาล ณัฐพงษ์กล่าวว่า จุดยืนของพรรคประชาชนชัดเจนมาโดยตลอดว่า ภายใต้สภาฯ ชุดปัจจุบัน พรรคไม่มีทางร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน

“ผมคิดว่า ความชัดเจนเราพูดมาชัดเจนอยู่แล้ว ในมุมกลับกันผมต้องถามจุดยืนทางการเมืองของท่านนายกฯ เช่นเดียวกันว่า จุดยืนเป็นอย่างไร ย้อนแย้งหรือตรงข้ามกับจุดยืนของพรรคเพื่อไทยที่เป็นมาโดยตลอดหรือเปล่า

“ตอนนี้ยังเร็วไปที่จะถามคำถามนี้ เราเห็นว่าในอดีตแต่ละพรรคก็มีสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ย้ายเป็นฝ่ายรัฐบาลบ้าง ฝ่ายค้านบ้าง ถือเป็นเรื่องปกติในโลกการเมือง สำหรับผมในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชนต้องบอกว่า เรามีความชัดเจนตลอด จุดยืนเราไม่เคยเปลี่ยน แต่เร็วไปที่จะตอบคำถามในอีก 2 ปีข้างหน้า” ณัฐพงษ์ทิ้งท้าย

Tags: , , , ,