“เมื่อผมมาถึง พวกเขาบอกว่าการหลอกลวงมี 2 รูปแบบ คือหลอกให้รักและหลอกให้ลงทุน และที่นี่ทำทั้ง 2 อย่าง” หนึ่งในเหยื่อสแกมเมอร์ชาวเกาหลีใต้วัย 30 ปี เปิดเผยกับสำนักข่าว CNN ถึงเรื่องราวชีวิตประจำวันหลังถูกหลอกให้ไปทำงานในกัมพูชา
เด็กซ์ (Dex) นามสมมติของเหยื่อสแกมเมอร์ชาวเกาหลีใต้ให้สัมภาษณ์กับ CNN ต่อว่า เขาและชาวเกาหลีใต้อีกจำนวนหลายร้อยคนถูกหลอกลวงให้มาทำงานสแกมเมอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งดำเนินการโดยแก๊งอาชญากรชาวจีน ผ่านประกาศรับสมัครงานที่อ้างว่า เป็นงานที่ทำเงินได้จำนวนมหาศาล
ทันทีที่เดินทางถึงกัมพูชาในเดือนเมษายน 2024 เขากลับถูกยึดโทรศัพท์และหนังสือเดินทาง ส่วนสถานที่ทำงานและที่อยู่อาศัยก็ล้อมรอบไปด้วยรั้วสูง มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยเฝ้าสังเกตการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
ชีวิตประจำวันของเด็กซ์เริ่มต้นตั้งแต่เวลา 07.30 น. ในทุกวันเขาจะนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อส่งข้อความตามที่หัวหน้าแก๊งชาวจีนกำหนด และะโทร.ไปหาเหยื่อชาวเกาหลีใต้จำนวนหลายร้อยคน โดยเขาต้องทำงานในลักษณะนี้วนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเวลาเลิกงานในช่วงเวลา 21.30 น.
เด็กซ์ระบุเพิ่มเติมว่า เขาถูกบังคับให้ปลอมเป็นผู้หญิง อีกทั้งยังมีการนำ AI เข้ามาช่วยปลอมแปลงเสียงให้คล้ายคลึงกับเสียงผู้หญิง เพื่อพูดคุยกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชายชาวเกาหลีใต้วัย 50 ปีขึ้นไป เพื่อหลอกให้เหยื่อตกหลุมรัก ก่อนจะชวนลงทุนผ่านแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นโดยเครือข่ายสแกมเมอร์
นอกจากนี้เครือข่ายสแกมเมอร์ยังนำ AI มาใช้ปลอมแปลงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน และไลฟ์บน YouTube พร้อมกับปลอมแปลงยอดผู้เข้าชมเพื่อหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อ ซึ่งเหยื่อของเด็กซ์เคยโอนเงินให้กับสแกมเมอร์มากถึง 6,900 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 214,500 บาท) ภายใน 1 ครั้ง ขณะที่ในช่วงปีที่ผ่านมา เครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชาสามารถหลอกลวงเงินจากชาวเกาหลีใต้ได้ราว 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 310 ล้านบาท)
ทั้งนี้มีรายงานว่า ในปีที่ผ่านมา ชาวเกาหลีใต้มากกว่า 330 คนหายตัวในกัมพูชา แม้ว่าส่วนใหญ่จะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลเกาหลีใต้แล้ว แต่อีก 79 คน ยังคงสูญหายอยู่ ณ ขณะนี้
“เหยื่อชาวเกาหลีใต้คือกลุ่มที่มีประสิทธิภาพ เพราะพวกเขาทำงานได้อย่างดีและเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว” หนึ่งในมิชชันนารีชาวเกาหลีใต้ ซึ่งอาศัยอยู่ในกัมพูชานานถึง 14 ปี และเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทำหน้าที่ส่งชาวเกาหลีใต้กลับประเทศกล่าวกับ CNN
พัค กีแท (Park Ki-tae) ทนายความชาวเกาหลีใต้และที่ปรึกษาด้านหนี้สิน ให้ข้อมูลกับ CNN เพิ่มเติมว่า ชาวเกาหลีใต้ส่วนใหญ่ที่ถูกหลอกลวงไปทำงานในกัมพูชา คือกลุ่มหนุ่มสาวที่มีปัญหาด้านการเงิน ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นปัญหาเศรษฐกิจภายในของประเทศเกาหลีใต้เช่นกัน
แม้ว่าเหยื่อสแกมเมอร์หลายรายออกมาเปิดเผยหลังจากหลบหนีออกมาได้ว่า เครือข่ายสแกมเมอร์มีการใช้ความรุนแรงอยู่เสมอ แต่อย่างไรก็ตาม เด็กซ์กล่าวว่า สถานที่ที่เขาอยู่แทบไม่มีการใช้ความรุนแรง และเขาไม่เคยถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด ซึ่งหัวหน้าแก๊งบอกกับเขาและชาวเกาหลีใต้อีกหลายคนว่า หากไม่สามารถหลอกลวงได้ตามเป้าที่กำหนดไว้ พวกเขาจะถูกขายไปยังสถานที่อื่นที่มีการใช้ความรุนแรงและทำร้ายร่างกาย โดยเด็กซ์ยืนยันว่า มีชาวเกาหลีใต้ถูกขายไปจริง
พัค ชานแด (Park Chan‑dae) สมาชิกผู้แทนราษฎรเกาหลีใต้ ผู้เคยให้การช่วยเหลือชาวเกาหลีใต้จำนวน 16 คน เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 ยืนยันว่า เหยื่อบางคนถูกใช้ความรุนแรง
“พวกเขาถูกตี ถูกล่วงละเมิดทางเพศ แม้กระทั่งถูกจับตรวจสุขภาพ เพราะในสถานที่เหล่านั้นมีการค้าอวัยวะมนุษย์ด้วย” พัค ชานแดให้ข้อมูลกับ CNN
หลังจากทำงานในกัมพูชาได้เพียง 3 เดือน เด็กซ์ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ในตอนที่เขาได้รับอนุญาตให้ออกมาข้างนอก เขาใช้โอกาสนั้นหนีออกมาและรีบเดินทางไปยังสถานทูตเกาหลีใต้ในกรุงพนมเปญ เพื่อดำเนินการขอกลับประเทศ
แม้ว่าเด็กซ์จะเดินทางกลับถึงเกาหลีใต้ได้อย่างปลอดภัย แต่เขายังคงได้รับข้อความข่มขู่จากหัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์ผ่าน Telegram อยู่เสมอ
นอกจากนี้ เด็กซ์ยังติดต่อกับหนึ่งในเหยื่อผู้สูญเสียเงินให้กับเครือข่ายสแกมเมอร์ที่เขาเคยทำงานมากถึง 1.38 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4.3 ล้านบาท) เพื่อให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผ่านการเปิดเผยรูปภาพ และข้อมูลแชตบางส่วน
จากหลักฐานประกอบของเหยื่อและคำให้การของเด็กซ์ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีผู้เสียหายจากเครือข่ายสแกมเมอร์มากกว่าร้อยราย และมีมูลค่าความเสียหายรวมกันถึง 8.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 252 ล้านบาท)
ในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมหัวหน้าแก๊งครือข่ายสแกมเมอร์นั้นได้ โดยพบว่าเป็นชาวเกาหลีใต้สกุลคัง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาจับกุมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025
คังและภรรยา รวมไปถึงชาวเกาหลีใต้ที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายหลอกลวงในกัมพูชาอีก 70 กว่าคน ถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดีที่เกาหลีใต้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (23 มกราคม 2026) ซึ่งทางการเกาหลีใต้ระบุว่า การส่งตัวกลับประเทศครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์
รัฐบาลเกาหลีใต้แถลงการณ์ว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องในการหลอกลวงชาวเกาหลีใต้มากกว่า 860 คน รวมมูลค่าความเสียหายมากกว่า 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1,025 ล้านบาท)
ปัจจุบันเด็กซ์กลับมาประกอบอาชีพในโรงงานผลิตเบาะรถยนต์ และพ่อแม่ของเขายังคงเชื่อว่าเด็กซ์เดินทางไปกัมพูชาเป็นระยะเวลา 3 เดือนเพื่อท่องเที่ยวเท่านั้น ซึ่งเขาก็ตั้งใจจะให้พ่อแม่เชื่อแบบนั้นต่อไป
ที่มา:
Tags: Myanmar, เกาหลีใต้, เมียนมา, สแกมเมอร์, scammer



