ปี 2017 มีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย และคงจะเป็นปีที่พสกนิกรชาวไทยไม่มีวันลืมเลือน

แต่ละเดือนของปี 2017 มีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้นบ้าง The Momentum รวบรวมไว้ให้แล้ว

มกราคม
สหรัฐอเมริกามีประธานาธิบดีคนใหม่อย่างเป็นทางการ

กระเทือนมาตลอดปีทั่วโลก เมื่อสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นปี 2017 ด้วยการมี โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน เป็นผู้นำคนใหม่ หลังจากเอาชนะ ฮิลลารี คลินตันจากพรรคเดโมแครตมาได้

สองวันหลังจากได้รับชัยชนะ ทรัมป์ได้พบกับ บารัค โอบามา เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับแผนการรับตำแหน่ง การพบกันครั้งนั้น นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า “มันแสดงให้เห็นถึงมิตรจิตมิตรใจและความเคารพแบบเกินพอดีระหว่างชายสองคนซึ่งเป็นศัตรูทางการเมือง และมีบุคลิกลักษณะแบบตรงกันข้าม”

โดนัลด์ ทรัมป์ คือประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา เขารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มกราคม ทรัมป์เข้ามารับตำแหน่งด้วยท่าทีที่ยืนยันว่า สารพัดเรื่องที่เขาเคยหาเสียงเอาไว้นั้น ไม่ใช่เรื่องโม้เกินจริง

ในเดือนแรก เขาออกคำสั่งแบนคนจากประเทศมุสลิมเจ็ดประเทศไม่ให้เข้าสหรัฐอเมริกา ศาลสูงต้องรีบเข้ามาแทรกแซงว่านี่เป็นคำสั่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ตลอดปี มีความพยายามปรับแก้คำสั่ง แล้วนำมาบังคับใช้ในท้ายที่สุด
ไม่ใช่แค่การเมืองในประเทศที่วุ่นวายสร้างพาดหัวข่าวไม่เว้นแต่ละวัน แต่ความบ้าระห่ำแบบทรัมป์ส่งสัญญาณขจรขจายไปทั่วโลก เช่น

การไม่ยอมลงนามรับรองว่าอิหร่านทำตามพันธกิจข้อตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งสหรัฐฯ ต้องรับรองทุกๆ 90 วัน เป็นข้อตกลงที่ชาติมหาอำนาจตกลงร่วมกันในปี 2015 ว่าจะยอมผ่อนคลายมาตรการการคว่ำบาตรอิหร่านแลกกับการควบคุมโครงการนิวเคลียร์ ทำให้ชาติพันธมิตรหวาดหวั่น ว่าจะทำให้ผลออกมาทางร้ายยิ่งกว่าเดิม แต่ทรัมป์ไม่สนใจ

มาตรการช็อกโลกส่งท้ายปี คือการที่ทรัมป์ประกาศรับรองว่าเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล และยังจะย้ายสถานทูตสหรัฐฯ จากกรุงเตล อาวีฟ ไปที่ยูเรซาเล็มแทนด้วย ความคิดนี้กระพือความโกรธในประเทศอาหรับและมุสลิม และยิ่งสร้างความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ให้แตกร้าวยิ่งไปกว่าเดิม

กุมภาพันธ์
ดีเอสไอ-ตำรวจบุกค้นวัดพระธรรมกาย ตามหาพระธัมมชโย

เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ สนธิกำลังกับตำรวจทหาร ใช้กำลังพลรวม 4,240 นาย เพื่อเฝ้าจับกุมเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
แต่จนบัดนี้ ก็ยังไม่พบตัว ‘พระธัมมชโย’

พระธัมมชโย เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์วัดพระธรรมกาย ถูกออกหมายจับในข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร ในคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

การตรวจค้นเกิดขึ้นสองวัน คือวันที่ 16 และ 17 ก.พ. โดยมีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจ และทหาร ภาพความพยายามเข้าจับกุมดูไม่ต่างจากภาพยนตร์แอคชัน สื่อมวลชนให้ความสนใจรายงานข่าวทุกต้นชั่วโมง ด้านพระและศิษย์วัดพระธรรมกายก็ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น

ในยุครัฐบาลทหาร มาตรา 44 ถูกหยิบมาใช้ในหลายกรณี ไม่เว้นแม้แต่ในวงการศาสนา โดยเมื่อวันที่ 16 ก.พ. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุม เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นและจับกุม

เจ้าหน้าที่กับพระและมวลชนวัดพระธรรมกายเผชิญหน้ากันต่อเนื่องจวบจนกระทั่งสิ้นเดือน มีกรณีพระวัดพระธรรมกายทำร้ายช่างภาพหญิงของดีเอสไอ มีกรณีการผูกคอตายของชายวัย 64 ปี รวมทั้งมีการใช้มาตรา 44 สั่งย้ายผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ดีเอสไอแถลงยุติการตรวจค้นวัดพระธรรมกายเมื่อวันที่ 10 มี.ค. การหายตัวไปของพระธัมมชโยจึงยังคงเป็นปริศนา

มีนาคม
วิสามัญฆาตกรรม ‘ชัยภูมิ ป่าแส’ เยาวชนนักกิจกรรมชาวลาหู่

ราว 11 โมงของวันที่ 17 มี.ค. ชัยภูมิ ป่าแส พร้อมเพื่อน โดยสารรถยนต์ไปที่ด่านตรวจถาวรบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ก่อนจะถูกทหารประจำด่านตรวจวิสามัญฆาตกรรม

ข้อมูลจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ระบุว่าชัยภูมิซึ่งนั่งอยู่ข้างคนขับต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่ และวิ่งหนีไปทางป้อมตำรวจ ก่อนจะถูกวิสามัญฯ เพื่อป้องกันตัว เนื่องจากชัยภูมิควักระเบิดจะขว้างใส่ ต่อมาภายหลังพบยาบ้า 2,800 เม็ดซุกซ่อนอยู่ในหม้อกรองน้ำของรถยนต์คันดังกล่าว โดยมีการแสดงภาพศพของชัยภูมินอนคว่ำหน้า และมีระเบิดวางอยู่ใกล้ๆ พร้อมกับภาพของยาบ้าที่พบในรถยนต์

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่พยานหรือชาวบ้านให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายสำนักนั้นขัดแย้งกับข้อมูลข้างต้นโดยชาวบ้านรายหนึ่งระบุว่าช่วงที่เกิดเหตุมีคนเห็นเหตุการณ์หลายคน แต่ไม่เห็นการต่อสู้กัน และเห็นว่ามีการลากคนออกจากรถมาซ้อม ขณะที่พยานในที่เกิดเหตุคนหนึ่งระบุว่าชัยภูมิถูกทหารทำร้ายร่างกาย ก่อนจะวิ่งหนีแล้วถูกยิง

ถึงแม้จะมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย แต่ พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ระบุว่ามีหลักฐานว่าชัยภูมิมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีอาวุธ เมื่อตรวจค้นแล้วชัยภูมิวิ่งหนีและหันมาจะปาระเบิดใส่ เจ้าหน้าที่จึงยิงป้องกันตัว

“ผมว่าสมเหตุสมผลในการยิงป้องกันตัว ถ้าเป็นผมอาจกดออโต้ไปแล้ว”

ล่าสุด ศาลจังหวัดเชียงใหม่ทำการไต่สวนการตายของชัยภูมิเป็นนัดแรกเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 60

เมษายน
หมุดคณะราษฎรหายไปไหน?

‘ณ ที่นี้ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ เพื่อความเจริญของชาติ’

ข้อความนี้ปรากฏบนหมุดทองเหลืองที่ฝังอยู่กับพื้นถนนบนลานพระบรมรูปทรงม้าด้านสนามเสือป่า ณ ตำแหน่งที่พลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา อดีตนายกรัฐมนตรี ยืนอ่านประกาศคณะราษฎรเมื่อตอนเช้าของวันที่ 24 มิ.ย. 2475 โดยพิธีฝังหมุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2479

การหายไปของหมุดคณะราษฎรเป็นที่รับรู้เมื่อวันที่ 14 เม.ย. หลังจากมีภาพของหมุดอันใหม่ปรากฏในโลกออนไลน์ โดยหมุดอันใหม่มีข้อความว่า ‘ความนับถือรักใคร่ในพระรัตนตรัยก็ดี ในรัฐของตนก็ดี ในวงศ์ตระกูลของตนก็ดี มีจิตซื่อตรงในพระราชาของตนก็ดี ย่อมเป็นเครื่องทำให้รัฐของตนเจริญยิ่ง ขอประเทศสยามจงเจริญยั่งยืนตลอดไป ประชาชนสุขสันต์ หน้าใส เพื่อเป็นพลังของแผ่นดิน’ ซึ่งตรงกับคาถาภาษิตในพระราชลัญจกรประจำเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ (ม.จ.ก.)

คาดกันว่าหมุดดังกล่าวถูกเปลี่ยนระหว่างวันที่ 3-7 เม.ย. ในช่วงที่มีการปฏิสังขรณ์พระบรมรูปทรงม้า โดยในช่วงเวลานั้นมีการตั้งเต็นท์และขึงสแลนปิดรอบบริเวณหมุดคณะราษฎร

ต่อมาในวันที่ 17 เม.ย. มีการจัดกิจกรรม ‘ประชาชนหน้าไม่ใสก็ได้ป่ะ??’ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่อเรียกร้องให้นำหมุดคณะราษฎรมาคืน และมีการลงชื่อในเว็บไซต์ Change.org หัวข้อ ‘เอาผิดผู้ทำลาย และต้องคืนหมุดคณะราษฎร’

วันที่ 18 เม.ย. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ติดตามหาหมุดคณะราษฎร แต่ถูกตำรวจและทหารควบคุมตัวจากศูนย์บริการประชาชนไปยังกองบัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์

วันที่ 19 เม.ย. กลุ่มประชาธิปไตยใหม่เข้าแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีในความผิดฐานลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งรวมถึงหมุดคณะราษฎร เนื่องจากเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์

ท้ายที่สุด คณะรักษาความสงบแห่งชาติขอให้ยุติการเคลื่อนไหวทวงถามเรื่องหมุดคณะราษฎร เพื่อความสงบของบ้านเมือง

พฤษภาคม
กองทัพเรือลงนามจัดซื้อเรือดำน้ำลำแรกจากจีน

ข่าวการซื้อเรือดำน้ำเริ่มแพร่สะพัดตั้งแต่ช่วงปลายเดือน เม.ย. และ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ยอมรับว่า ครม. มีมติอนุมัติโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำตามที่กองทัพเสนอตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย. โดยจัดซื้อเรือดำน้ำหยวนคลาส เอส 26 ที จากสาธารณรัฐประชาชนจีนจำนวน 1 ลำ วงเงิน 13,500 ล้านบาท พร้อมกับยืนยันว่าไม่มีอะไรลับลมคมใน ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ยืนยันว่าทุกอย่างทำตามขั้นตอน ไม่มีอะไรที่น่าสงสัย

การอนุมัติจัดซื้อเรือดำน้ำของ ครม. โดยไม่แถลงให้สาธารณชนทราบ ทำให้มีคำถามเรื่องความโปร่งใสและความจำเป็นในการจัดซื้อ และนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ก็ยื่นหนังสือขอให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบกรณีนี้

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 4 พ.ค. พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ ก็มอบหมายให้ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือเดินทางไปจีนเพื่อลงนามในข้อตกลงจ้างสร้างเรือดำน้ำ ลำที่ 1 ในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล

สำหรับงบประมาณที่ใช้ในการจัดหาเรือดำน้ำจำนวน 13,500 ล้านบาท จะแบ่งผ่อนชำระเป็นเวลา 7 ปี โดยจะแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ ตามความก้าวหน้าในการสร้างเรือ มีงวดการชำระทั้งหมด 17 งวด ชำระในปี 2560 จำนวน 700 ล้านบาท ส่วนปี 2561-2566 ชำระเฉลี่ยปีละ 2,100 ล้านบาท

มิถุนายน
โปรเมขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกอย่างเป็นทางการ

โปรเม เอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟหญิงชาวไทยวัย 21 ปี สร้างประวัติศาศตร์ด้วยการก้าวขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกได้สำเร็จ หลังคว้าแชมป์แมนูไลฟ์ แอลพีจีเอ คลาสสิก ที่วิสเซิลแบร์กอล์ฟคลับ เมืองเคมบริดจ์ ในรัฐออนทาริโอ ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.

การคว้าแชมป์ดังกล่าวทำให้โปรเมขยับจากมือ 2 เป็นมือ 1 ของโลกอย่างเป็นทางการ ขณะที่ลิเดีย โค จากนิวซีแลนด์ ตกลงไปเป็นมือ 2 ของโลก

โปรเมอยู่ในตำแหน่งมือ 1 ของโลกเป็นเวลา 16 วัน ก่อนจะเสียตำแหน่งให้กับริว โซยอน จากเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.

กรกฎาคม
BNK48 ปล่อยคลื่นความน่ารักสดใสผ่านเสียงเพลง

นี่คือเดือนที่ BNK48 Show ออกอากาศเป็นตอนแรก ทำให้เหล่าโอตะมีโอกาสได้ชมความน่ารักสดใสของสาวๆ ในวงไอดอลสัญชาติไทย ที่เป็นวงน้องของ AKB48 จากญี่ปุ่น

ย้อนไปตั้งแต่ต้นปี ภาพเฌอปรางในชุดนักเรียนกระโปรงแดงปรากฏอยู่บนปกนิตยสาร Giraffe เมื่อเดือนเมษายน รับลมร้อนและเรียกความสนใจของหนุ่มๆ (และสาวๆ) ที่ยังไม่ทราบข่าวคราวของ BNK48 มาก่อน ให้หันมาทำความรู้จัก ภายในมีบทสัมภาษณ์ที่แสดงให้เห็นความคิดของกัปตันวงสาวคนนี้มากขึ้น และเข้าใจระบบ ‘ไอดอล’ ที่มีความซับซ้อนเข้มงวดกว่าที่คิด

ต่อมาในเดือนกันยายนก็มีการปล่อยคลิปเต้นเพลง ‘คุกกี้เสี่ยงทาย’ เป็นคลิปที่แพร่หลายจนเพลงติดหู ร้องตามกันได้ (แต่เต้นตามให้น่ารักนี่ยากกว่า)

และเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทางวงก็ได้ปล่อยมิวสิควิดีโอเพลงนี้ออกมา พร้อมแฟนๆ ของวงกว่าสองพันคนร่วมถ่ายทำ แสดงให้เห็นพลังของโอตะได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ไม่นานมานี้มีข่าวคราวไม่ค่อยดีนักเกี่ยวกับกระแสแอนตี้สมาชิกในวง เหตุเนื่องจากเธอมีแฟน ซึ่งบางคนเริ่มแสดงความเป็นห่วงว่ากระแสแอนตี้และขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัวนี้อาจไปไกลเกินควร

สิงหาคม
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุกสรยุทธ คดีโกงค่าโฆษณา อสมท

แม้ลาจอจากการอ่านข่าวออกทีวีไปเกือบปี เมื่อต้นปี สรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรข่าวชื่อดัง กลับมาให้คนหายคิดถึง ด้วยการจัดรายการไลฟ์สดบนเฟซบุ๊ก ออกเยี่ยมชาวบ้านที่เจอภัยน้ำท่วมหนัก

แต่กลางปี สรยุทธมีเหตุต้องเข้าไปนอนในเรือนจำ หลังศาลอุทธรณ์สั่งลงโทษให้จำคุก 13 ปี 4 เดือน ในคดียักยอกเงินโฆษณา

วันที่ 29 ส.ค. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ฟ้องนางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด, บริษัท ไร่ส้ม จำกัด โดย น.ส.อังคนา วัฒนมงคลศิลป์ และ น.ส.สุกัญญา แซ่ลิ่ม ในฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัทไร่ส้ม, นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา และ น.ส.มณฑา ธีระเดช เป็นจำเลย 1-4 ในกรณียักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ คุยคุ้ยข่าว ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท

ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น พิพากษายืน จำคุกจำเลยที่ 3 และ 4 คนละ 13 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 8 หมื่นบาท

เพราะเป็นคำสั่งไม่รอลงอาญา และในช่วงแรก ศาลก็ไม่ยอมให้ประกันตัว ทำให้หลังฟังคำพิพากษา สรยุทธและจำเลยคนอื่นๆ ถึงถูกควบคุมตัวไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ต่อมา 15 วันหลังจากนั้น เมื่อเย็นวันที่ 12 ก.ย. ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้อ่านคำสั่งของศาลฎีกาให้อนุญาตปล่อยชั่วคราวนายสรยุทธกับพวกชั่วคราว ตีราคาประกันคนละ 5 ล้านบาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และให้จำเลยทั้งสองต้องรายงานตัวต่อศาลทุกสามเดือน

กันยายน
ศาลฎีกาฯ มีมติจำคุกยิ่งลักษณ์ 5 ปี คดีจำนำข้าว

เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้อ่านคำพิพากษาคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และความผิดต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 กรณีปล่อยปละละเลยไม่ระงับยับยั้งทุจริตโครงการรับจำนำข้าว สร้างความเสียหายแก่รัฐหลายแสนล้านบาท

โดยการอ่านคำพิพากษาครั้งนี้ถูกเลื่อนมาจากเมื่อวันที่ 25 ส.ค. หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เดินทางไปศาล และให้ทนายขอเลื่อนนัดฟังคำพิพากษา ซึ่งศาลเห็นว่าน่าจะมีพฤติการณ์หลบหนี จึงสั่งริบเงินประกัน 30 ล้านบาท พร้อมออกหมายจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 27 ก.ย.

ทั้งนี้ คำพิพากษาระบุว่า การกระทำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 123/1 โดยศาลมีมติ 8 ต่อ 1 เสียง ลงโทษจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นเวลา 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา

อย่างไรก็ตาม ก่อนการอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ข่าวที่ใหญ่ไม่แพ้กันคือการหลบหนีออกนอกประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. โดยสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในพรรคเพื่อไทย โดยยืนยันว่าขณะนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ในกรุงลอนดอน และกำลังขอลี้ภัยทางการเมือง

ตุลาคม
พสกนิกรร่ำไห้ ถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9

ตลอดห้วงเดือน ต.ค. คนไทยทั้งประเทศล้วนอยู่ในอาการโศกเศร้า เนื่องจากมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค. ซึ่งแม้จะมีพระเมรุมาศจำลองในทุกจังหวัดให้ประชาชนได้ถวายดอกไม้จันทน์ แต่ประชาชนจำนวนมากก็เดินทางมาถวายดอกไม้จันทน์ในกรุงเทพฯ เพื่อชมริ้วขบวนพระราชพิธีและเพื่อให้ได้อยู่ใกล้พระเมรุมาศที่ท้องสนามหลวง โดยประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทยอยเดินทางมาปักหลักรอคิวผ่านจุดคัดกรองทั้งเก้าจุดตั้งแต่คืนวันที่ 23 ต.ค. ขณะที่เจ้าหน้าที่เริ่มเปิดจุดคัดกรองให้ประชาชนที่รอคิวเข้าพื้นที่ชั้นในรอบสนามหลวงได้ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของคืนวันที่ 25 ต.ค.

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 06.50 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นเสด็จฯ ไปยังที่ประดิษฐานพระบรมศพ กราบถวายบังคมพระบรมศพ เสด็จฯ ทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์สดับปกรณ์ ต่อมาได้อัญเชิญพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานบนพระยานมาศสามลำคาน

จากนั้นเวลา 09.22 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงร่วมยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 1 อัญเชิญพระบรมโกศจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปยังพระมหาพิชัยราชรถ หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

ต่อมาได้อัญเชิญพระบรมโกศขึ้นสู่บุษบกพระมหาพิชัยราชรถ ก่อนที่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 2 จะเคลื่อนอัญเชิญพระบรมโกศจากหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามไปยังพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ในเวลา 10.40 น. เมื่อพระมหาพิชัยราชรถถึงที่เทียบสะพานเกรินบันไดนาคหน้าพลับพลายกนอกราชวัตรพระเมรุมาศ ได้มีการอัญเชิญพระบรมโกศลงจากพระมหาพิชัยราชรถไปประดิษฐานเหนือราชรถปืนใหญ่เพื่อเวียนพระเมรุมาศ

จากนั้นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 3 ได้อัญเชิญพระบรมโกศเวียนพระเมรุมาศ โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงพระดำเนินตามพระบรมโกศเวียนพระเมรุมาศโดยอุตราวัฏ(เวียนซ้าย) สามรอบ ต่อมาเจ้าพนักงานเลื่อนพระบรมโกศสู่เกรินอัญเชิญพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานบนพระจิตกาธาน แล้วปิดพระฉาก ปิดพระวิสูตร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ขึ้นพระเมรุมาศ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมศพ แล้วเสด็จฯ กลับ

ต่อมาเวลา 17.20 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระที่นั่งทรงธรรม พระเมรุมาศ โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์เฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนดอกไม้จันทน์ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จากนั้นสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระประมุข พระราชวงศ์และผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ รวมทั้งนายกรัฐมนตรี องคมนตรี และประธานองค์กรต่างๆ จึงขึ้นถวายพระเพลิงพระบรมศพ

เมื่อแล้วเสร็จเวลาประมาณ 20.20 น. มีการแสดงมหรสพสมโภชในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ต่อมาเวลา 21.50 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระที่นั่งทรงธรรม พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง เสด็จฯ ขึ้นพระเมรุมาศ ปิดพระฉากและพระวิสูตร เพื่อเตรียมการถวายพระเพลิงพระบรมศพ จากนั้นเวลา 22.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ลงจากพระเมรุมาศไปยังพระที่นั่งทรงธรรม พระสงฆ์สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์ 30 รูป สดัปกรณ์ ถวายอนุโมทนาถวายอดิเรกแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ขึ้นพระเมรุมาศพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ถวายพระเพลิงพระบรมศพ (จริง) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

กระทรวงมหาดไทยเปิดเผยตัวเลขประชาชนที่ร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ทุกจังหวัดรวมทั้งสิ้น 19,126,740 คน เฉพาะในกรุงเทพฯ มีผู้ถวายดอกไม้จันทน์ทั้งสิ้น 2,965,856 คน ขณะที่บุคคลสำคัญของต่างประเทศเดินทางมาเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 42 ประเทศ โดยในจำนวนนี้มีราชวงศ์จากประเทศต่างๆ 15 ประเทศ พร้อมกันนี้ยังมีคณะทูตานุทูตของประเทศต่างๆ 221 คน เข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เช่นกัน

พฤศจิกายน
นักเรียนเตรียมทหารเสียชีวิตปริศนา

เมย-ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 วัย 19 ปี เสียชีวิตอย่างปริศนาระหว่างอยู่ในโรงเรียนเตรียมทหารเมื่อวันที่ 17 ต.ค. โดยครอบครัวของนายภคพงศ์ได้รับแจ้งว่าลูกชายเสียชีวิตเพราะหัวใจวายเฉียบพลัน

ทว่าเรื่องราวชวนสงสัยก่อนการเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการถูก ‘ซ่อม’ จนต้องเข้าโรงพยาบาล และคำทิ้งท้ายผ่านสายโทรศัพท์ว่า ‘อย่าไว้ใจผู้พัน’ ทำให้ครอบครัวของนายภคพงศ์จัดงานศพและพิธีฌาปนกิจหลอก จากนั้นจึงส่งศพของนายภคพงศ์ไปชันสูตรอีกครั้งที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งทำให้พบว่ามีอวัยวะสำคัญหายไป หลังจากนั้นบรรดาผู้เกี่ยวข้องจึงออกมาชี้แจงเป็นการใหญ่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวว่าทราบเรื่องนี้ตั้งแต่เดือน ต.ค. จากรายงานพบว่าเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน แต่รายละเอียดต้องถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าเรื่องนี้ไม่มีคู่กรณี เพราะนักเรียนเตรียมทหารป่วยอยู่โรงพยาบาลตลอด และไม่ใช่เรื่องของการทำโทษ พร้อมกับบอกว่าเรียกผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาให้ข้อมูลแล้ว โดยได้รับคำชี้แจงว่าเสียชีวิตเนื่องจากร่างกายอ่อนแอและป่วยเป็นโรคหัวใจ

ขณะที่ พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่าเมื่อเมยเสียชีวิต โรงเรียนเตรียมทหารได้นำศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้าและมีการตัดอวัยวะบางส่วนไปพิสูจน์ โดยยืนยันว่าไม่ได้มีการขโมยอวัยวะ

ล่าสุด วันที่ 15 ธ.ค. คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของนายภัคพงศ์ ซึ่งมี พล.อ.อ.ชวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหาร เป็นประธาน แถลงผลสอบสวนที่กองบัญชาการกองทัพไทย โดยสรุปว่านายภัคพงศ์เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน และไม่มีผู้ใดสั่งลงโทษหรือทำร้ายจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต

ธันวาคม
ตูน บอดี้สแลม เสร็จสิ้นภารกิจ ‘ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ’

หลังจากทำการระดมทุนด้วยการวิ่งระยะไกล เริ่มต้นจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ถึงโรงพยาบาลบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมเป็นระยะทาง 400 กิโลเมตร ในโครงการ ‘ก้าวคนละก้าวเพื่อโรงพยาบาลบางสะพาน’ เมื่อปีที่แล้ว ตูน บอดี้สแลม ก็ทำกิจกรรมวิ่งระดมทุนครั้งใหม่ กับโครงการ ‘ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ’ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนช่วยเหลือ ‘โรงพยาบาลศูนย์’ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตามจุดยุทธศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ

สำหรับโครงการนี้ ตูน บอดี้สแลม ออกวิ่งระยะทางไกลกว่าเดิม และไกลที่สุดในชีวิต นั่นคือจาก อ.เบตง จ.นราธิวาส ถึง อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมระยะทาง 2,215.40 กิโลเมตร โดยตั้งเป้าหมายยอดเงินบริจาคที่ 700 ล้านบาท

ตูนใช้เวลาวิ่งทั้งหมด 55 วัน โดยออกวิ่งจาก อ.เบตง เมื่อวันที่ 1 พ.ย. และเข้าเส้นชัยที่ด่านท่าขี้เหล็ก อ.แม่สาย เมื่อเวลา 18.20 น. ของวันที่ 25 ธ.ค. โดยได้รับเงินบริจาคจากประชาชนทั่วประเทศมากกว่า 1,200 ล้านบาท

ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งสอบถามประชาชน 1,154 คน และเผยแพร่เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ระบุว่าผู้รับการสำรวจ 83.5% โหวตให้ตูน บอดี้สแลม เป็น ‘บุคคลน่าชื่นชมยกย่องที่สุดแห่งปี 2560’ มากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งได้อันดับที่ 2 ถึง 11.1%

Tags: , , , , , , , , , , , , ,