อาคารสีขาวขนาดมหึมาริมถนนประดิษฐ์มนูธรรม เขตวังทองหลาง คือ ‘หอประชุมกองทัพบกแห่งใหม่’ หรือชื่อทางการว่า หอประชุมอเนกประสงค์นานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ห้องประชุมใหญ่จุคนได้เกือบ 3,000 คน ตั้งอยู่บนที่ดิน 40 ไร่ สร้างเสร็จมาตั้งแต่ปี 2566
แต่ภาพที่ปรากฏกลับไม่ใช่ภาพศูนย์ประชุมนานาชาติที่คลาคล่ำด้วยผู้คนอย่างที่เคยวาดฝัน หากเป็นลานจอดรถโล่ง โถงทางเดินเงียบ และประตูที่ปิดสนิทของอาคาร ซึ่งกองทัพบกยอมรับเองว่า ‘นานๆ ใช้ที’
จุดเริ่มต้นของโครงการนี้ย้อนกลับไปที่มติคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2557 เพียงเดือนเศษหลังรัฐประหาร ที่เห็นชอบโครงการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าเพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน โดยใช้พื้นที่หอประชุมกองทัพบกเดิม เนื้อที่ 19 ไร่ ย่านเทเวศร์ เขตดุสิต ติดกับบ้านสี่เสาเทเวศร์ที่ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษในเวลานั้น พักอาศัย กองทัพบกซึ่งต้องส่งมอบพื้นที่ จึงได้รับงบประมาณสร้างหอประชุมแห่งใหม่ทดแทนไปพร้อมกัน
2 โครงการนี้ถูกมัดรวมกันภายใต้กรอบวงเงินที่ขยับขึ้นเรื่อยๆ จากมติแรกปี 2557 ที่ราว 2,455 ล้านบาท ผ่านการทบทวนโดยคณะรัฐมนตรีอีกหลายครั้ง กระทั่งมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 14 สิงหาคม 2562 อนุมัติเพิ่มงบประมาณอีกกว่า 1,537 ล้านบาท ขยายกรอบก่อหนี้ผูกพันรวม 2 โครงการเป็น 6,284 ล้านบาท ผูกพันงบประมาณข้ามปี 2557-2566 พร้อมมีเหตุให้ต้องย้ายสถานที่ก่อสร้างทั้งหมดไปยังที่ดินพระราชทาน เขตวังทองหลาง เนื้อที่ 79 ไร่เศษ แบ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ 36 ไร่ และหอประชุม 40 ไร่ เฉพาะส่วนหอประชุมของกองทัพบก มีการก่อหนี้ผูกพันไว้กว่า 4,206 ล้านบาท
ระหว่างทาง โครงการนี้เคยถูกวางบทบาทไว้ใหญ่กว่าการเป็นหอประชุมของเหล่าทัพ เอกสารที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีต้นปี 2565 ระบุไว้ชัดว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีคาดหวังจะใช้อาคารแห่งนี้เป็นสถานที่จัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC ในเดือนพฤศจิกายน 2565 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ
แต่ ณ เดือนมกราคม 2565 หรือ 10 เดือนก่อนการประชุม งานก่อสร้างคืบหน้าเพียง 60.92% ช้ากว่าแผนงานหลัก โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอ้างผลกระทบจากโควิด-19 สุดท้ายการประชุมผู้นำ APEC 2022 จัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งปรับปรุงโฉมใหม่ ส่วนหอประชุมกองทัพบกแห่งใหม่สร้างเสร็จในปี 2566 ราว 1 ปีหลังแขกระดับผู้นำโลกเดินทางกลับไปแล้ว
ล่าสุดในการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ยอมรับสถานะของอาคารแห่งนี้อย่างตรงไปตรงมาว่า ‘แทบไม่มีใครใช้’ และมีกองทัพบกใช้งานอยู่เพียงหน่วยงานเดียว พร้อมกับระบุว่า หอประชุมแห่งใหม่เกิดขึ้นตามมติ คสช.ตั้งแต่ปี 2557 ก่อสร้างเสร็จมานานแล้วตั้งแต่ปี 2566 ใช้งบประมาณไปกว่า 3,400 ล้านบาท โดยขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับกรมบัญชีกลาง กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณารูปแบบการบริหารจัดการอาคารที่ถูกต้อง รวมถึงการกำหนดอัตราการนำส่งรายได้เข้าเป็นรายได้แผ่นดินและงบบูรณะทรัพย์สิน หากหน่วยงานภายนอกหรือเอกชนจะเข้ามาใช้งาน
“เนื่องด้วยเป็นอาคารขนาดใหญ่และใช้งบประมาณในการดำรงสภาพอาคารที่สูงมาก กล่าวคือตอนนี้กองทัพบกใช้งานอยู่หน่วยงานเดียว แล้วเราไม่ได้ใช้งานบ่อย เพราะการเปิดใช้แต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก” ผู้บัญชาการทหารบกระบุ
12 ปีหลังมติ คสช. อาคารมูลค่ากว่า 3,400 ล้านบาทจึงตั้งอยู่ริมถนนท่ามกลางคำถามสุดย้อนแย้งที่แม้แต่เจ้าของยังหารือว่าต้องทำอย่างไรต่อดี เรื่องตลกร้ายก็คือ ยังมีอาคารและโครงการในลักษณะนี้อีกมาก ที่สร้างขึ้นจากภาษีประชาชนในยุค ‘คนดี’ ที่ไม่มีใครตรวจสอบได้
Tags: คสช., ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประยุทธ์, หอประชุมกองทัพบก




