‘เกาะภูเก็ต’ กำลังกลายเป็นแซนด์บ็อกซ์ใหม่ของพรรคภูมิใจไทย?
การตั้งคำถามดังกล่าวอาจไม่เกินจริงนัก หลังจากช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาเกิดดราม่าใหญ่ในจังหวัดภูเก็ต แหล่งท่องเที่ยวระดับโลกของไทย โดยจังหวัดแห่งนี้กลายเป็นพื้นที่ปะทะระหว่าง นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต (คนก่อน) และ กุ้ง-ธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการภูเก็ต (คนก่อน) ที่อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีถึงกับเอ่ยปากถามว่าใครคือ ‘รองผู้ว่าฯ ซีฟู๊ด’ ในที่ประชุมกระทรวงมหาดไทย โดยมีกระแสข่าวความไม่พอใจในการจัดการปัญหาสีเทา รวมถึงแก้ปัญหาอิทธิพลในภูเก็ตที่ไม่มีประสิทธิภาพมากพอ
สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นที่พูดคุยในสังคมหลังมีกระแสข่าวที่ว่า รองผู้ว่าฯ สามารถสั่งปลดผู้ว่าฯ ได้ จากเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเองทำให้อนุทินควันออกหู พร้อมกล่าวในวงประชุมร่วมกับผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดอย่างเผ็ดร้อนว่า “คนที่พูดปัญญาอ่อนเต็มทน จะเอาน้ำยาอะไรไปปลดผู้ว่าราชการจังหวัด มท.1 นั่งหัวโด่อยู่นี่ ไม่เซ็นอะไรสักอย่าง”
โดยนายกฯ ยืนยันว่า ข่าวที่รองผู้ว่าฯ จะสั่งปลดผู้ว่าฯ นั้น ‘ไม่เป็นความจริง’ เพราะผู้มีอำนาจเสนอการย้ายผู้ว่าฯ คือปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งต้องได้รับความเห็นจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเสียก่อน
หลังจากนั้นไม่นานเกินรอเย็นวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็มีคำสั่งย้ายข้าราชการตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดจำนวน 5 ราย ซึ่งปรากฏรายชื่อ ‘ธีระพงศ์’ ย้ายไปเป็นรองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช และอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าฯ ภูเก็ตอีกคนหนึ่งไปเป็นรองผู้ว่าฯ สงขลา
ต่อมาในวันที่ 16 มิถุนายน คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้แต่งตั้ง ‘นิรัตน์’ ผู้ว่าฯ ภูเก็ตไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และสลับ ‘โชตินรินทร์ เกิดสม’ จากเดิมที่ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทยมาเป็นผู้ว่าฯ ภูเก็ต
สำหรับประวัติของโชตินรินทร์ จบการศึกษาปริญญาตรีสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์สหกรณ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งมาหลากหลาย เช่น หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ผู้ตรวจราชการ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย รองผู้ว่าฯ จังหวัดพังงา รวมถึงเป็นผู้ว่าฯ สงขลาในปี 2567 ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นตำแหน่งสุดท้าย ก่อนจะมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ ภูเก็ต
อนุทินได้กล่าวถึงเหตุผลในการโยกย้ายข้าราชการครั้งนี้ว่า เป็นเพราะภูเก็ตมีหลายเรื่อง พอเกิดการแฉมันทำงานกันไม่ได้ จึงต้องเอาคนที่ไม่มีความขัดแย้ง คนที่ทำงานร่วมกันได้ไปทำงานแทน เพราะภูเก็ตเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล
นายกฯ ย้ำว่า จะไม่ยอมให้เกิดประเด็นการบุกยึดที่ชายหาด ไล่ชาวบ้าน ข่มขู่ หรือมาเฟียต่างๆ โดยหลังจากนี้จะให้รอรายงานอีก 9 เดือนเพื่อรอดูความคืบหน้าผ่านการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงไม่ได้ ตนจึงได้มอบหมายอย่างเด็ดขาดให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยไปให้เร่งแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งกล่าวต่อสื่อมวลชนว่า จะเป็นภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เพื่อกำชับไม่ให้จังหวัดอื่นเกิดปัญหาเช่นนี้
ประเด็นการโยกย้ายข้าราชการในจังหวัดภูเก็ตที่เกิดขึ้น ทำให้ ภคมน หนุนอนันต์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองฯ ออกมาตั้งประเด็นในวันนี้ (17 มิถุนายน 2569) ว่าเป็นเพียง ‘ละครฉากหนึ่ง’ เท่านั้น เนื่องจากผู้มีอิทธิพลในจังหวัดภูเก็ตไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลใหม่ แต่เป็นผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับการย้ายรองผู้ว่าฯ ซึ่งนายกฯ เองก็เป็นคนพูดในที่ประชุมว่า รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต (ปัจจุบันเป็นรองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช) มีคนสนิทที่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ในภูเก็ต
“การย้ายรองผู้ว่าฯ จึงเป็นแค่ละครฉากหนึ่งเท่านั้น เพราะคนที่มีอำนาจและมือทำงานอยู่ในพื้นที่ก็ยังอยู่ ยังคงฟ้องสื่อมวลชน รับผลประโยชน์ และทำทุกอย่างเหมือนเดิม รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ในฐานะเจ้ากระทรวงมหาดไทย ต้องจริงใจกับประชาชน และต้องยอมรับให้ได้หากประชาชนตั้งคำถามว่าการย้ายรองผู้ว่าฯ และผู้ว่าฯ ภูเก็ต เป็นเพียงแค่ละครฉากหนึ่งที่จะนำไปสู่การวางอำนาจใหม่ในจังหวัดภูเก็ตเท่านั้น”
นอกจากนั้น สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ยังมองว่า การย้ายรองผู้ว่าฯ ครั้งนี้มีข้อกล่าวหารุนแรงมาก แต่เหตุใดจึงไม่มีการดำเนินการสอบทางวินัยและทางอาญาให้สาธารณะได้รับรู้ และก่อนหน้านี้ประชาชนไม่เคยรับรู้การประชุมของกระทรวงมหาดไทย แต่ทำไมในครั้งนี้ประชาชนกลับรู้เรื่องภายในที่ประชุม
“นั่นเป็นเพราะมีธงที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องการแสดงบทบาทนั้นออกมาให้สาธารณะเห็น” ภคมนย้ำ
ภคมนทิ้งท้ายว่า สิ่งที่จะเห็นต่อจากนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการวัดพลังเพื่อชิงการเป็นที่ 1 ในพื้นที่ภาคใต้ ระหว่างผู้มีอำนาจในพื้นที่และพรรคภูมิใจไทย คนของใครจะเข้าไปมีอำนาจมากกว่า คนเหล่านั้นก็มีโอกาสที่ได้เป็นที่ 1 ในพื้นที่ภาคใต้ แต่การแก้ไขปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องรองลงมา
“นี่คือสิ่งที่ประชาชนต้องมองให้ทันเกมการวางของระบอบสีน้ำเงิน”
Tags: ภูเก็ต, ภูมิใจไทย, อนุทิน, ผู้ว่าภูเก็ต




