เมื่อวานนี้ (25 มกราคม 2026) การเลือกตั้งทั่วไปในเฟสสุดท้ายของเมียนมาเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าพรรคของกองทัพเมียนมาจะได้รับชัยชนะสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปในรอบ 5 ปีของประเทศ
คณะกรรมการการเลือกตั้งของเมียนมาเปิดเผยว่า ขณะนี้พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (Union Solidarity and Development Party: USDP) ซึ่งเป็นพรรคของกองทัพเมียนมาได้จำนวนที่นั่ง 193 ที่นั่งจากทั้งหมด 209 ที่นั่งของสมาชิกผู้แทนราษฎร และ 52 ที่นั่งจาก 78 ที่นั่งของสมาชิกวุฒิสภา
ก่อนหน้านี้ การเลือกตั้งในเฟสที่ 1 และ 2 จัดขึ้นในวันที่ 28 ธันวาคม 2025 และวันที่ 11 มกราคม 2026 โดยมีผู้มาใช้สิทธิเพียงแค่ 55% ซึ่งน้อยกว่าการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2020 ซึ่งมีผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงมากถึง 70%
ทั้งนี้สำหรับผลการเลือกตั้งเฟสสุดท้ายคาดว่า จะประกาศออกมาอย่างเป็นทางการในช่วงปลายสัปดาห์นี้
แม้กองทัพเมียนมาให้คำมั่นว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้คือ ‘การเลือกตั้งสำหรับประชาชนเมียนมา’ อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองขั้วตรงข้ามกับกองทัพเมียนมา รวมไปถึงพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy: NLD) ของอองซานซูจี กลับถูกยุบและห้ามไม่ให้ลงสมัคร ด้วยเหตุที่ว่าพรรคเหล่านี้ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อกฎหมายการเลือกตั้ง อีกทั้งบางพื้นที่ยังไม่ได้จัดการเลือกตั้ง เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบของสงครามกลางเมือง
นอกจากนี้รัฐบาลทหารเมียนมายังดำเนินการจับกุมประชาชนอีกจำนวนมาก เนื่องจากบุคคลเหล่านี้แสดงความไม่เห็นด้วย และออกมาต่อต้านการเลือกตั้ง
ผู้เชี่ยวชาญต่างคาดการณ์ว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย (Min Aung Hlaing) ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองทัพเมียนมา เตรียมจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีหลังประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองทัพเมียนมากำลังเตรียมพิจารณาแต่งตั้งผู้สืบทอดอำนาจ
มิน อ่อง หล่ายเคยกล่าวว่า ไม่ว่ารัฐบาลเมียนมาจะเปลี่ยนไปอย่างไร สถาบันกองทัพเมียนมาจะต้องเป็นสถาบันที่มั่นคง เพื่อทำหน้าที่ปกป้องและรักษาความมั่นคงของชาติต่อไป
เมื่อวานนี้ (25 มกราคม 2026) มิน อ่อง หล่ายแต่งกายด้วยชุดพลเรือนเดินทางไปเยี่ยมชมหน่วยเลือกตั้งต่างๆ สำหรับการเลือกตั้งในเฟสสุดท้าย
“นี่คือทางเลือกที่มาจากประชาชน พวกเขาสามารถเลือกใครก็ได้ตามที่พวกเขาสนับสนุน” มิน อ่อง หล่ายให้สัมภาษณ์กับสื่อ
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
เทเรซา ลาซาโร (Theresa Lazaro) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ และทูตพิเศษอาเซียนด้านวิกฤตเมียนมา ระบุว่า “ฟิลิปปินส์ไม่สนับสนุนการเลือกตั้งในครั้งนี้”
อนึ่งฟิลิปปินส์ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2026 ซึ่งรับช่วงต่อจากประเทศมาเลเซีย
ขณะที่ โมฮามัด ฮาซาน (Mohamad Hasan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย เปิดเผยว่า อาเซียนปฏิเสธข้อเสนอของเมียนมาที่จะส่งผู้สังเกตการณ์เข้าไปตรวจสอบดูการเลือกตั้งของเมียนมาในครั้งนี้ และอาเซียนจะไม่ให้การรับรองการเลือกตั้งในครั้งนี้เช่นกัน
ด้าน ทอม แอนดรูว์ส (Tom Andrews) ผู้แทนพิเศษสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์ในเมียนมา กล่าวว่า กองทัพเมียนมาพยายามจะจัดฉากการเลือกตั้งในครั้งนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตนเองในการสืบทอดอำนาจต่อไป
“รัฐใดก็ตามที่ให้การรับรองการเลือกตั้งในครั้งนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากผู้สมรู้ร่วมคิดกับกองทัพเมียนมา” แอนดรูว์สระบุในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา
ที่มา:
– https://www.dw.com/en/junta-backed-party-poised-to-win-myanmar-elections/a-75646268
– https://www.channelnewsasia.com/asia/myanmar-election-wrap-junta-ally-set-seal-victory-5881661
Tags: Election, Myanmar, ประชาธิปไตย, เมียนมา, เลือกตั้ง, สงครามกลางเมือง




