วันนี้ (23 เมษายน 2026) สุลต่านอิบราฮิมแห่งยะโฮ (Sultan Ibrahim ibni Almarhum Sultan Iskandar) กษัตริย์แห่งมาเลเซีย ตรัสว่า พระองค์จะทรงเลือกประธานคณะกรรมการหน่วยงานปราบปรามทุจริตคนใหม่ด้วยพระองค์เอง แทนที่ อซัม บากิ (Azam Baki) ประธานคณะกรรมการหน่วยงานปราบปรามทุจริตคนปัจจุบัน
กษัตริย์แห่งมาเลเซียตรัสเพิ่มเติมว่า บทบาทของประธานคณะกรรมการหน่วยงานปราบปรามทุจริตมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรับประกันความสุจริตและโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ พร้อมทั้งยืนยันว่า การแต่งตั้งในครั้งนี้จะไม่มีแรงจูงใจหรือการแทรกแซงทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น
“ผมจะเป็นคนเลือกเองว่าใครจะเป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการดำรงตำแหน่งนี้” พระองค์ตรัส
อนึ่ง หน่วยงานปราบปรามทุจริตแห่งมาเลเซีย (Malaysian Anti-Corruption Commission: MACC) ถือเป็นหน่วยงานอิสระของมาเลเซีย มีหน้าที่หลักในการป้องกัน ปราบปรามการทุจริต ตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ที่ทำการทุจริตต่อหน้าที่
ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการแต่งตั้งประธานคณะกรรมการหน่วยงานปราบปรามทุจริตในปี 2009 มาตรา 5 ระบุไว้ว่า กษัตริย์แห่งมาเลเซียสามารถแต่งตั้งประธานคณะกรรมการหน่วยงานปราบปรามทุจริตได้ โดยต้องได้รับคำแนะนำจากนายกรัฐมนตรีและความเห็นชอบจากฝ่ายรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ต่อคำกล่าวของกษัตริย์มาเลเซียจากทางฝั่งรัฐบาล
ก่อนหน้านี้ บทบาทของกษัตริย์มาเลเซียมักอยู่ในลักษณะเชิงพิธีการและวางตัวอยู่เหนือการเมือง อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความไม่แน่นอนและความวุ่นวายทางการเมืองภายในประเทศส่งผลให้สถาบันกษัตริย์มีบทบาทและอิทธิพลต่อการตัดสินใจทางการเมืองเพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
สำหรับประวัติของกษัตริย์องค์ปัจจุบันของมาเลเซีย พระองค์เป็นชาวมาเลย์ เชื้อสายอังกฤษ ปัจจุบันมีพระชนมายุ 68 พรรษา
พระองค์เคยเข้ารับการฝึกทางทหารจากสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้พระองค์ยังทรงมีพระราชกรณียกิจและความสนพระทัยด้านธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น อสังหาริมทรัพย์ โทรคมนาคม และโรงงานไฟฟ้า เป็นต้น
เมื่อปี 2023 สภาผู้ปกครอง (Conference of Rulers) หรือสภาสุลต่านแห่งมาเลเซีย ได้มีมติแต่งตั้งพระองค์ขึ้นดำรงตำแหน่งประมุขแห่งมาเลเซียต่อจาก อัล-สุลต่าน อับดุลเลาะห์ (Al-Sultan Abdullah) โดยมีวาระการครองราชย์เป็นระยะเวลา 5 ปี ตามระบบกษัตริย์หมุนเวียนของมาเลเซีย ซึ่งจะคัดเลือกจากสุลต่านทั้ง 9 รัฐของประเทศ
ความเคลื่อนไหวของสถาบันกษัตริย์แห่งมาเลเซียกลายเป็นจุดสนใจทันที หลังจากประธานคณะกรรมการหน่วยงานปราบปรามทุจริตคนปัจจุบัน เผชิญกับแรงกดดันเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีรายงานข่าวว่า อซัมและเจ้าหน้าที่ระดับสูงภายในหน่วยงานปราบปรามทุจริตได้ประพฤติมิชอบ และละเมิดกฎระเบียบราชการหลายประการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
โดยเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำนักข่าว Bloomberg ได้รายงานว่า อซัมถือหุ้นมูลค่ามากกว่า 2 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 6.5 ล้านบาท) ในบริษัทการเงิน Velocity Capital Partner Berhad ของมาเลเซีย ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงเกินกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับข้าราชการในการถือครองหุ้น
ต่อมา สำนักข่าว Bloomberg ปล่อยข้อมูลเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนในหน่วยงานปราบปรามทุจริตมีความเกี่ยวข้องกับนักธุรกิจหรือมาเฟียภายในประเทศ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าต้องการสร้างฐานอำนาจ เพื่อการแข่งขันทางอำนาจภายในรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม อซัมออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่า ข้อกล่าวหาเหล่านี้ ‘ไม่มีมูลความจริง’ และได้ทำฟ้องหมิ่นประมาทกลับไปยังสำนักข่าว Bloomberg ด้วยเช่นกัน
ประเด็นดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อความโปร่งใสของรัฐบาลอันวาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระบวนการแต่งตั้งอซัมให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการหน่วยงานปราบปรามทุจริต
ก่อนหน้านี้ อซัมในวัย 62 ปี ได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ต่อมา เขาได้รับการต่อสัญญาให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการหน่วยงานปราบปรามทุจริตจากรัฐบาลของ อันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้ออกมาระบุว่า รัฐบาลกลางได้จัดตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาเป็นการชั่วคราวเพื่อทำการสอบสวนข้อกล่าวหาต่ออซัม แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดได้ เนื่องจากกระบวนการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นดี
ขณะเดียวกัน ในวันที่ 25 เมษายน 2026 จะมีการชุมนุมประท้วงต่อต้านอซัมในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซียด้วย
ที่มา:
– https://www.channelnewsasia.com/asia/malaysia-king-sultan-iskandar-macc-anti-graft-azam-baki-6075666
–https://themomentum.co/report-malaysia-new-king-sultan-ibrahim/
Tags: Malaysia, มาเลเซีย, สถาบันกษัตริย์, กษัตริย์แห่งมาเลเซีย




