เมื่อวานนี้ (11 มีนาคม 2569) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) รายงานว่า เล จี๋ แถ่ง (Le Chi Thanh) นักกิจกรรมต้านคอร์รัปชันของเวียดนาม ที่ถูกทางการไทยจับกุมและกักกันไว้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (กรุงเทพฯ) ซอยสวนพลู กำลังจะถูก ‘ส่งตัว’ กลับไปยังประเทศเวียดนาม
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทยเข้าจับกุม เล จี๋ แถ่งที่จังหวัดปทุมธานี โดยอ้างว่าเอกสารการเดินทางและใบอนุญาตการทำงาน (Work Permit) ของเขาเป็นโมฆะ สืบเนื่องจากที่ทางการของเวียดนามยกเลิกหนังสือเดินทางและวีซ่าการเดินทางของเขา
ก่อนหน้านี้ เล จี๋ แถ่งปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและนักเคลื่อนไหวชื่อดัง โดยเขาใช้สื่อออนไลน์รายงานถึงการทุจริตคอร์รัปชันและการประพฤติมิชอบในหน่วยความมั่นคงสาธารณะ
ต่อมาในช่วงเดือนเมษายน 2564 เล จี๋ แถ่งถูกจับกุมในข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ระหว่างการเผชิญหน้ากับตำรวจจราจรในเมืองถูดึ๊ก ประเทศเวียดนาม และถูกตัดสินให้จำคุกเป็นเวลา 2 ปี
ต่อมาในช่วงเดือนมกราคม 2565 เขาถูกศาลจังหวัดบิ่นห์ถ่วนสั่งจำคุกเพิ่มอีก 3 ปี จากข้อหาละเมิดเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อละเมิดสิทธิและผลประโยชน์โดยชอบธรรมของรัฐและบุคคล ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 331 ของเวียดนาม โดยข้อหาดังกล่าวนั้นเชื่อมโยงกับคลิปวิดีโอที่เขาวิพากษ์วิจารณ์การทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในประเทศลงบน Facebook ส่วนตัว
ทั้งนี้แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยังระบุด้วยว่า ระหว่างที่ศาลกำลังพิจารณาคดีนั้น มีรายงานว่า เล จี๋ แถ่งถูกทรมานทั้งทุบตีและแขวนแขนและขาของเขาเป็นเวลา 7 วันเพื่อบังคับให้สารภาพ
ขณะที่รายงานของฮิวแมนไรต์วอตช์ (Human Rights Watch) ที่ออกมาในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ยังระบุถึงรูปแบบการปราบปรามข้ามพรมแดน พบว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางการไทยให้การช่วยเหลือรัฐบาลเวียดนามในการดำเนินการที่ผิดกฎหมายต่อนักกิจกรรม รวมถึงผู้ที่ได้รับรองสถานะผู้ลี้ภัยจากสํานักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ซึ่งทางการของไทยเองก็ใช้ความร่วมมือดังกล่าวติดตาม และจัดการชาวไทยที่ลี้ภัยไปยังเวียดนามเช่นเดียวกัน
ทนายความของเล จี๋ แถ่งบอกกับฮิวแมนไรต์วอตช์ว่า สถานเอกอัครราชทูตเวียดนามในกรุงเทพฯ กดดันให้ทางการของไทยเร่งส่งตัวเล จี๋ แถ่งกลับมายังประเทศเวียดนามโดยเร็วที่สุด
ซึ่งในกรณีนี้ เอเลน เพียร์สัน (Elaine Pearson) ผู้อำนวยการฮิวแมนไรต์วอตช์ประจำทวีปเอเชีย มองว่า การส่งเล จี๋ แถ่ง กลับไปยังเวียดนามจะทำให้เขาอยู่ในอันตรายสูงสุด ดังนั้นทางการไทยควรจะต้องปล่อยตัวเขาโดยทันที พร้อมคืนวีซ่าให้กับเขา ตลอดจนรับประกันว่าเขาจะไม่ทุกอยู่ในการคุกคามทุกรูปแบบ
สำหรับประเทศไทยเองนั้นมีพันธะผูกพันกับกฎหมายระหว่างประเทศในหลักการไม่ส่งตัวกลับประเทศต้นทางที่ระบุไว้ว่า จะต้องไม่ส่งกลับหากการส่งตัวกลับนั้นจะต้องทำให้บุคคลตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกข่มเหง ทำให้ทรมาน หรือถูกปฏิบัติที่รุนแรงเป็นภัยต่อชีวิต
“ขณะที่ประเทศไทยกำลังเตรียมเข้ารับการตรวจสอบประวัติสิทธิมนุษยชนที่คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในเดือนพฤศจิกายน รัฐบาลที่เกี่ยวข้องควรเรียกร้องให้ประเทศไทยยุติการสมรู้ร่วมคิดกับเวียดนามในการปราบปรามนักวิจารณ์และผู้เห็นต่างที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ
“การปล่อยตัวเล จี๋ แถ่งจะทำให้เห็นว่า ประเทศไทยกำลังกลับเข้าสู่ลู่ทางที่ถูกที่ควรกับการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน” เพียร์สันระบุ
สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นนั้นถือว่าไม่ใช่กรณีแรก เพราะก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนธันวาคมของปีที่ผ่านมา มีรายงานว่า ทางการของไทยได้ส่งตัว อี กวิญ บดั๊บ (Y Quynh Bdap) นักเคลื่อนไหวทางการเมืองของเวียดนาม กลับมาแล้ว
Tags: ผู้ลี้ภัย, สิทธิมนุษยชน, ผู้ลี้ภัยทางการเมือง, Amnesty International, Human Rights Watch




