เมื่อวันที่ 5 มกราคมผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้สนับสนุนให้ เดลซี โรดริเกซ (Delcy Rodríguez) รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลาคนปัจจุบัน ขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีแทน นิโคลัส มาดูโร (Nicolas Maduro) ซึ่งถูกสหรัฐฯ จับตัวไปเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2026 ตามคำแนะนำของสำนักข่าวกรองของสหรัฐฯ (Central Intelligence Agency: CIA)
ข้อมูลจากสำนักข่าว The New York Times และ The Wall Street Journal รายงานว่า CIA แนะนำให้ทรัมป์สนับสนุนโรดริเกซอยู่ในอำนาจทางการเมืองของเวเนซุเอลาต่อไป แม้ว่าเธอจะอยู่ในขบวนการสังคมนิยมเวเนซุเอลา (Chavismo) เช่นเดียวกับมาดูโร
รายงานของ CIA ชี้ว่า โรดริเกซมีอำนาจมากพอที่จะควบคุมรัฐบาลและกองทัพ เพื่อไม่ให้เวเนซุเอลาเกิดสงครามกลางเมือง เนื่องจากพรรครัฐบาลของมาดูโรปกครองเวเนซุเอลามานานหลายทศวรรษ
แม้ว่าที่ผ่านมา มาริอา โกรินา มาชาโด (Maria Corina Machado) เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2025 และผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างล้นหลามในการเลือกตั้งปี 2024 จะให้การสนับสนุนทรัมป์ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลของมาดูโรมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามทรัมป์ยืนยันที่จะทำตามคำแนะนำของ CIA
“มันเป็นเรื่องยากมาก หากเธอขึ้นเป็นผู้นำของประเทศ เนื่องจากเธอไม่ได้รับการสนับสนุนหรือความเคารพภายในประเทศเวเนซุเอลา
“เธอเป็นผู้หญิงที่ดีมาก แต่เธอไม่ได้ถูกเคารพมากพอ” ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสื่อเกี่ยวกับมาชาโด
ทั้งนี้โรดริเกซได้เรียกร้องให้ CITGO บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ บริจาคเงินจำนวนทั้งสิ้น 5 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 15.6 ล้านบาท) ให้กับเวเนซุเอลา ในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี อีกทั้งยังประณามการกระทำของสหรัฐฯ ว่า เป็น ‘การกระทำที่โหดร้าย’
ในขณะเดียวกันทรัมป์ยังขู่โรดริเกซเพิ่มเติมอีกว่า “หากเธอไม่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เธอมีราคาที่ต้องจ่ายมากกว่ามาดูโรเสียอีก”
แม้ว่าอุดมการณ์ของทรัมป์และโรดริเกซจะแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม มาร์โค รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เชื่อว่า เธอเป็นบุคคลที่สามารถเจรจาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกับรัฐบาลของสหรัฐฯ ได้ซึ่งแตกต่างจากอดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา
เดลซี โรดริเกซ คือใคร?
โรดริเกซเป็นลูกสาวของ ฮอร์เก อันโตนิโอ โรดริเกซ (Jorge Antonio Rodríguez) ผู้นำขบวนการสังคมนิยมของเวเนซุเอลาซึ่งถูกกล่าวหาว่า มีความเกี่ยวข้องกับคดีลักพาตัวของ วิลเลียม นิห์อัส (William Niehous) ธุรกิจชาวอเมริกัน ก่อนจะถูกจับกุมตัวโดยหน่วยข่าวกรองของรัฐบาลและถูกทรมานจนเสียชีวิตในปี 1976 ซึ่งในขณะนั้นโรดริเกซมีอายุเพียงแค่ 7 ขวบ
โรดริเกซและ ฮอร์เก โรดริเกซ (Jorge Rodríguez) น้องชายของเธอ สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมในสังกัดของ Central University of Venezuela (UCV) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาของนักเคลื่อนไหวฝ่ายซ้ายที่มีชื่อเสียงหลายคนของเวเนซุเอลา
โรดริเกซสำเร็จการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ ก่อนจะศึกษาต่อด้านกฎหมายแรงงานจาก Paris Nanterre University และด้านนโยบายสังคมที่ Birkbeck, University of London
เธอเข้าสู่เส้นทางการเมืองครั้งแรกในสมัยของ อูโก้ ชาเวซ (Hugo Chavez) อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ก่อนจะมีบทบาททางการเมืองที่เด่นชัดมากขึ้น กระทั่งกลายเป็นบุคคลผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองในสมัยของประธานาธิบดีมาดูโร
ในปี 2013-2014 เธอดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและสารสนเทศ
ต่อมาในปี 2014-2017 ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของประเทศนับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา
ในปี 2024 โรดริเกซได้รับการแต่งตั้งเพิ่มเติมให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงน้ำมัน ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสำคัญสำหรับประเทศที่พึ่งพาการส่งออกน้ำมันเป็นหลัก
มาดูโรเคยกล่าวยกย่องโรดริเกซว่า สามารถปกป้องอธิปไตยของเวเนซุเอลาและรัฐบาลสังคมนิยมได้แข็งแกร่งเหมือน ‘เสือตัวเมีย’
ที่มา:
– https://apnews.com/article/delcy-rodriguez-maduro-trump-venezuela-e71f2289bc801446e05550d8f900a8d1
Tags: Us, สหรัฐฯ, Nicolás, Maduro, นิโคลัส, มาดูโร, Delcy, Rodríguez, Trump, เดลซี, ทรัมป์, โรดริเกซ, เวเนซุเอลา




