เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 รายการ b-holder LIVE ทาง The Momentum ชวน ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw มาร่วมพูดคุยถึงความคืบหน้าของกระบวนการตรวจสอบโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อกรณีการตรวจสอบในคดี ‘ฮั้ว สว.’ หลังจากพรรคฝ่ายค้านและภาคประชาชนร่วมกันรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในหลายจังหวัด
ย้อนกลับไปในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ภายใต้ระบบพิเศษ ‘แบ่งกลุ่ม-เลือกกันเอง’ กระบวนการดังกล่าวถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่อง ‘การล็อกผล’ ซึ่งมีทั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัคร การว่าจ้างบุคคลให้ลงสมัคร และการวางระบบการลงคะแนนเพื่อสนับสนุนผู้สมัครที่เชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม
ยิ่งชีพได้อธิบายข้อมูลเกี่ยวกับความผิดปกติในการเลือก สว.ปี 2567 จากพฤติกรรมการลงคะแนนที่เรียกว่า ‘แพตเทิร์นการโหวต’ ซึ่งปรากฏอยู่ในสำนวนและภาพจากกล้อง CCTV ของสำนักงาน กกต.
ในการเลือกรอบระดับประเทศ แต่ละกลุ่มอาชีพจะมีผู้สมัครกลุ่มละ 154 คน โดยผู้สมัครทุกคนจะมีสิทธิลงคะแนนเลือกผู้สมัครในกลุ่มเดียวกันได้ 10 หมายเลข การที่คน 2 คนจะบังเอิญเลือกเรียงลำดับหมายเลขเหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมาย มีโอกาสเพียง 1 ใน 5 ล้านล้านล้านเท่านั้น แต่ความจริงที่เกิดขึ้น กลับพบบัตรเลือกตั้งจำนวนมากที่มีแพตเทิร์นการเลือกในลักษณะเดียวกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญในทางคณิตศาสตร์ แต่เป็นการทุจริตที่มีการจัดตั้งขึ้น
iLaw ได้เปิดเผยความเชื่อมโยงระหว่าง กกต.กับ สว. 2567 ผ่านรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ออกแบบให้ สว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเคาะเลือกองค์กรอิสระได้ โดยมองว่าเป็นความสัมพันธ์แบบ ‘งูกินหาง’ เนื่องจาก สว.เป็นคนแต่งตั้ง กกต.ให้ไปตัดสินคดีโกง สว. ซึ่ง กกต. 4 จาก 7 คนมาจากการเลือกของ สว.ในชุดนี้
นอกจากนี้ สว.จำนวนมากยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มการเมือง ‘สีน้ำเงิน’ ซึ่งเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ระดับเครือญาติไปจนถึงในระบบการเมือง ทำให้องค์กรอิสระและผู้ถูกตรวจสอบกลายเป็นพวกพ้องเดียวกัน จนกลายเป็นเครือข่ายอำนาจที่หยั่งรากลึกในทุกมิติของโครงสร้างการเมืองไทย และยิ่งทำให้ระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลของประเทศพังพินาศ
ปัจจุบันกระบวนการพิจารณา ‘คดีฮั้ว สว.’ ของ กกต.กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญในปลายเดือนสิงหาคมนี้ ยิ่งชีพย้ำชัดว่า กกต.คือองค์กรเดียวตามกฎหมายที่มีอำนาจสั่งฟ้อง หรือยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อตรวจสอบการทุจริตของคดีนี้
หากท้ายที่สุด กกต.มีมติยกฟ้องหรือไม่ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ตรวจสอบต่อไป จะถือเป็นการ ‘ปิดประตู’ การตรวจสอบตามช่องทางกฎหมายไปโดยสิ้นเชิง เนื่องจากไม่มีองค์กรอื่นใดในประเทศที่จะรื้อคดีหรือสั่งฟ้องได้อีก
“เราพยายามพาทุกคนสู้ในระบบ ท่านอย่าปิดประตูแล้วทำให้คนต้องลงถนนเลย”
ยิ่งชีพมองว่า เมื่อประชาชนรู้สึกว่าไม่สามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ เหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะกลายเป็นจุดแตกหักของความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม และผลักให้ประชาชนบางส่วนหันไปใช้สิทธิบนท้องถนน และเคลื่อนไหวทางการเมืองนอกกลไกของสถาบัน
ผู้อำนวยการ iLaw ยังกล่าวอีกว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการชุมนุมใหญ่ เป็นเพราะประชาชนยังมีความหวังในการเปลี่ยนแปลงผ่านการเลือกตั้ง แต่ระบบการเลือก สว.กลับกลายเป็นจุดติดขัดที่ทำให้คนโกงนั่งอยู่ในสภาได้จนถึงทุกวันนี้
ขณะเดียวกัน iLaw กำลังเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันจับตาและกดดันผ่านแฮชแท็ก #สั่งฟ้องสว เพื่อสื่อสารไปยัง กกต.ให้ส่งคดีการโกง สว.ให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน และเชิญชวนทุกคนร่วมลงชื่อผ่านเว็บไซต์ https://conforall.com/
สามารถย้อนชม b-holder วัดใจ กกต. ฮั้ว สว.จะไปได้ถึงไหน ได้ทาง https://youtu.be/8Q51mUPXU9A
Tags: iLaw, สว., กกต., ยิ่งชีพ, ฮั้ว สว.




