“กรุณาเถอะครับ จะเป็น สว.แล้ว ช่วยเลือกตั้งด้วยความสุจริต”
กลับกลายมาเป็นคดีที่น่าจับตามองอีกครั้งสำหรับ ‘คดีฮั้ว สว.’ ที่ล่าสุดประธานวิปฝ่ายค้านอย่าง ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ ออกมาเปิดเผยคลิปเหตุการณ์วันเลือก สว.รอบไขว้ ในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 เวลา 19.00 น. ปรากฏเหตุการณ์ที่ 1 ใน 7 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินเก็บโพยตัวเลขจากผู้สมัครรับเลือกเป็น สว.พร้อมกล่าวว่า “ใครมีโพยคืนให้หมดเลย กรุณาเถอะครับ จะเป็น สว.แล้ว ช่วยเลือกตั้งด้วยความสุจริต”
จากคลิปเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้พริษฐ์ออกมาตั้งคำถามผ่าน Facebook ส่วนตัวทำนองว่า กกต.เห็นอะไรในโพย หรือเห็นพฤติกรรมประกอบอะไรในวันเลือก ที่ทำให้มีการพูดประโยคข้างต้นระหว่างเดินเก็บโพย และหลังจากเก็บโพยไปเรียบร้อยแล้ว ได้มีการเรียกประชุม กกต.หรือไม่ เพราะตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 59 เปิดช่องให้ กกต.สั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไข หรือยกเลิกการเลือกและสั่งให้มีการดำเนินการเลือกใหม่ได้ หากมีเหตุอันควรสงสัยได้ว่า การเลือกไม่ได้เป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม
นอกจากนั้นแล้ว ประธานวิปฝ่ายค้านยังตั้งข้อสังสัยอีกว่า หลังจากที่ กกต.ได้รับรองผลการเลือก สว.ไปแล้ว ทาง กกต.ดำเนินการกับโพยที่เก็บมาอย่างไร มีการตรวจสอบหลักฐานต่อหรือไม่ เช่น ความเชื่อมโยงหลักฐานหรือชุดตัวเลขที่ปรากฏในโพยกับหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งพยานปาก หลักฐานการนัดหมาย หรือเส้นทางการเงิน
อีกทั้งโพยเหล่านั้นที่เก็บไปถูกรวมอยู่ในสำนวนของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 (เป็นคณะกรรมการร่วมระหว่าง กกต.กับ DSI หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ) และถูกใช้เพื่อประกอบการพิจารณาของ กกต.ชุดใหญ่ที่จะชี้ขาดว่า จะส่งคดีดังกล่าวไปให้ศาลฎีกาพิจารณาหรือไม่
สำหรับคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 นั้นมี ร้อยตำรวจเอก ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต.เป็นประธาน
คดีฮั้ว สว.นั้นเป็นที่จับตามองของทั้งสังคม เพราะอำนาจของ สว.ยังคงมีอิทธิพลต่อการเมืองของประเทศ แม้ว่าจะไม่มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ สว.นั้นยังมีอำนาจต่อการออกกฎหมายของประเทศ รวมถึงการเห็นชอบตำแหน่งองค์กรอิสระต่างๆ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือแม้กระทั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
อย่างกรณีที่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ สว.มีมติเห็นชอบให้ จิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก คนสนิทของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ (น้องชายเนวิน) เป็น กกต.คนที่ 4 เป็นต้น
สำหรับความคืบหน้าของคดีฮั้ว สว. แม้ว่าคณะกรรมการร่วมระหว่าง กกต.กับ DSI จะมีมติร่วมกันเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ให้ กกต.เห็นควรดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 ราย ซึ่งประกอบด้วย สว.ชุดปัจจุบันจำนวน 138 ราย และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและเครือข่ายอีก 91 ราย เนื่องจากที่ประชุมเห็นว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหานั้นเข้าข่ายมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่า ทำให้ได้รับเลือกมาเป็น สว.โดยไม่สุจริต เที่ยงธรรม และขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 113 ที่ระบุไว้ว่า “สว.จะต้องไม่ฝักใฝ่หรือยอมตนอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมืองใดๆ”
อย่างไรก็ตาม หลังจากมีมติของคณะกรรมการร่วมของ 2 หน่วยงาน แต่ทาง กกต.กลับยังไม่ได้ส่งสำนวนคดีไปให้กับศาลฎีกาแต่อย่างใด หากแต่แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 มาสืบสวนคดีที่เกิดขึ้น และมีมติออกมาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ด้วยมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่า ข้อกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 รายนั้น ‘ไม่มีมูลความผิด’ และนำความเห็นดังกล่าวกลับไปให้ กกต.ชุดใหญ่พิจารณาต่อไป
โดยการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 36 ดังกล่าว แสวง บุญมี เลขาฯ กกต.ยืนยันว่า เป็นไปตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม จากการออกมาให้ความเห็นพลิกกลับมติของคณะกรรมการร่วมระหว่าง กกต.กับDSI ทำให้สังคมเคลือบแคลงใจอยู่ไม่น้อยว่า การออกมาให้ความเห็นของคณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 36 นั้น เป็นการฟอกขาวต่อคดีฮั้ว สว.หรือไม่
ขณะเดียวกัน แสวงยังบอกด้วยว่า ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวในวันเลือก สว. กกต.และศาลได้วินิจฉัยหมดแล้ว
ในส่วนของ DSI เองมีแหล่งข่าวออกมาระบุว่า แม้ทางคณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 36 จะมีมติเห็นควรตีตกสำนวนฮั้ว สว. แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานอั้งยี่และฟอกเงินที่ทาง DSI รับผิดชอบแต่อย่างใด เพราะอยู่ภายใต้กฎหมายคนละฉบับกัน
พร้อมกล่าวด้วยว่า มติของคณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 36 เป็นเพียงการให้ความเห็นเท่านั้น ‘ไม่ใช่ที่สิ้นสุดของคดี’ ตามขั้นตอนจะต้องส่งความเห็นดังกล่าวควบคู่กับความเห็นแย้งของคณะกรรมการร่วมระหว่าง กกต.กับ DSI เพื่อให้ กกต.ชุดใหญ่เป็นผู้ชี้ขาดในท้ายที่สุด
ขณะเดียวกัน พริษฐ์ออกมาเรียกร้องให้ กกต.ชุดใหญ่เร่งส่งสำนวนคดีไปให้กับศาลฎีกา โดยให้ 4 เหตุผลประกอบไว้ดังนี้
1. หลักฐานในคดีนี้ เช่น โพย คลิปเสียง หลักฐานการนัดหมาย หรือเส้นทางการเงินนั้น มีความชัดเจนและหนักแน่นกว่าหลักฐานในคดีก่อนหน้าที่ กกต.เคยมีมติส่งเรื่องไปที่ศาล หาก กกต.ไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล กกต.จะถูกตั้งคำถามได้ว่า ใช้มาตรฐานที่แตกต่างกันหรือไม่กับคดีความอื่นๆ
2. คณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 36 ที่มีมติยกคำร้องทั้ง 229 ราย มีปัญหาในความชอบธรรมทั้งเหตุผลในการตั้ง ตลอดจนกระบวนการพิจารณาและคุณสมบัติของอนุกรรมการ หาก กกต.ไม่ส่งเรื่องไปที่ศาลโดยอ้างมติของคณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 36 จะถูกมองว่า ใช้คณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 36 เป็นเครื่องมือในการฟอกขาว
3. กกต.ส่วนใหญ่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากกรรมการ 4 ใน 7 ราย ถูกรับรองให้เข้าสู่ตำแหน่งโดย สว.ที่ส่วนใหญ่อยู่ในสำนวน และหาก กกต.ไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล ก็จะถูกตั้งคำถามได้ว่า การเข้าสู่ตำแหน่ง กกต.นั้นต้องแลกมากับเงื่อนไข ‘ช่วยน้ำเงินด้วย’ หรือไม่
4. กกต.ถูกตั้งคำถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมาในการตรวจสอบคดีโกง สว. เช่น คลิปที่ปรากฏเจ้าหน้าที่ กกต.เดินเก็บโพยพร้อมเตือนผู้สมัครในวันเลือกตั้ง ดังนั้นหาก กกต.ไม่ส่งเรื่องไปที่ศาลจะถูกตั้งข้อครหาว่า ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือรู้เห็นเป็นใจกับการโกง สว.หรือไม่
ล่าสุดเช้าวันนี้ที่สำนักงาน กกต. ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงคดีฮั้ว สว. โดยยืนยันว่า การพิจารณาคดีนี้ของ กกต.ไม่ล่าช้า เป็นไปตามกรอบของกฎหมายที่กำหนด และเปิดเผยว่า มีการประชุมเรื่องนี้ในทุกวันจันทร์ ก่อนที่จะเดินเข้าไปในลิฟต์ของสำนักงาน
สำหรับคดีฮั้ว สว.นี้มีหลายฝ่ายวิเคราะห์ไว้ว่า ไพ่สามารถออกได้ 2 หน้า คือ
1. กกต.ชุดใหญ่นำคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล
2. กกต.ชุดใหญ่อาจจะ ‘ยกคำร้อง’ ตามความเห็นของคณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 36
และหากไพ่ออกตามข้อ 2. จริง เชื่อได้เลยว่า สังคมก็อาจตั้งคำถามต่อการทำงานของ กกต.ทั้ง 7 ที่ ประกอบด้วย ณรงค์ กลั่นวารินทร์, ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ, ชาย นครชัย, สิทธิโชติ อินทรวิเศษ, อนันต์ สุวรรณรัตน์, ณรงค์ รักร้อย และจิรุตม์ วิศาลจิตร ก็เป็นได้
อ้างอิง:
– https://www.thaipbs.or.th/news/content/503276
– https://prachatai.com/journal/2025/07/113773
– https://thestandard.co/dsi-investigates-senator-money-laundering/
– https://themomentum.co/report-blue-ect/
– https://www.bangkokbiznews.com/politics/1226024
Tags: กกต., วุฒิสภา, ศาล, เลือก สว., สว.สีน้ำเงิน, ฮั้ว สว., สมาชิกวุฒิสภา, สว.




