“ผมต้องวางแผนการใช้น้ำมันให้รอบคอบมากขึ้น”

“นี่มันมากเกินไป มันกำลังเลวร้ายมากขึ้นทุกวัน”

“สถานการณ์ในเมืองหลวงพระบางมันแย่กว่าที่คิดมาก”

เหล่านี้คือเสียงสะท้อนจากประชาชนในกลุ่มประเทศอาเซียน ผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน

ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังดำเนินเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ขณะเดียวกันการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันรายสำคัญของโลกชะลอการผลิตน้ำมัน และทำให้ราคาน้ำดิบดีดตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าเมื่อวานนี้ (23 มีนาคม 2026) โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่า สหรัฐฯ จะระงับการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 5 วัน หลังจากการพูดคุยกับอิหร่านมีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดี

อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมา ทางการอิหร่านออกมาแถลงว่า การพูดคุยกับสหรัฐฯ เป็น ‘ข่าวปลอม’ อีกทั้งอิหร่านยังปฏิเสธที่จะเจรจาใดๆ กับสหรัฐฯ และพร้อมเดินหน้าทำสงครามต่อไป ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่กำลังตึงเครียดมากขึ้น

กลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นกลุ่มที่กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านราคาน้ำมันและพลังงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ และนับเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นหลัก

The Momentum สรุปผลกระทบด้านพลังงานที่กลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเผชิญ หลังสงครามสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ดำเนินเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4

ประเทศไทย: รัฐบาลย้ำน้ำมันสำรองยังเพียงพอ

รัฐบาลไทยยังคงยืนยันว่า ประเทศมีเชื้อเพลิงสำรองเหลือสำหรับ 100 วัน อย่างไรก็ตามรัฐบาลต้องใช้งบประมาณราว 330 ล้านบาทต่อวัน เพื่ออุดหนุนราคาน้ำมันและสินค้าทางการเกษตร เพื่อช่วยเหลือประชาชน

ด้าน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตือนว่า อาจมีบทลงโทษอย่างหนักสำหรับผู้กักตุนน้ำมันเพื่อโก่งราคา ขณะที่ราคาสินค้าอื่นๆ ภายในประเทศไทยปรับราคาขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ผงซักฟอกไปจนถึงอาหารทะเล

“ผมต้องปฏิเสธลูกค้าหลายครั้ง เพราะมันไม่คุ้มกับปริมาณน้ำมันที่ต้องเสียไป” หนึ่งในเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์ในประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น

นอกจากนี้เมื่อวานนี้ (23 มีนาคม 2026) ‘การบินไทย’ (Thai Airway) สายการบินแห่งชาติของประเทศไทยออกมาประกาศว่า อาจมีการขึ้นราคาค่าโดยสารประมาณร้อยละ 10-15 เนื่องจากต้นทุนด้านเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น

ประเทศกัมพูชา: ก๊าซ LPG ส่อแววหยุดจำหน่าย

Sokimex บริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานในกัมพูชาประกาศว่า บริษัทจะหยุดขายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไป เนื่องจากไม่สามารถนำเข้าสินค้าดังกล่าวได้เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดภายในประเทศได้

ในเวลาต่อมา แก้ว โรตอเนียห์ (Keo Rottanak) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานกัมพูชา ออกมาสร้างความมั่นใจต่อประชาชนว่า Sokimex เป็นบริษัทที่จัดหาก๊าซ LPG ให้กับประเทศเพียงแค่ร้อยละ 3 เท่านั้น และยังมีบริษัทอื่นๆ ที่จะนำเข้าก๊าซ LPG เพิ่มเติม

อนึ่งราคาน้ำมันในกัมพูชาปัจจุบันอยู่ที่ลิตรละ 1.34 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 43.68 บาท) จากก่อนหน้าวิกฤตสงครามมีราคาอยู่ที่ 0.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อลิตร (ประมาณ 16.30 บาท)

ลาว เมียนมา เวียดนาม: รัฐบาลประกาศลดการเดินทาง หยุดโรงเรียน ระงับเที่ยวบิน จำกัดการใช้รถยนต์ 

ประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงอย่างเมียนมาและลาวก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน โดยรัฐบาลเมียนมาพยายามรับมือกับวิกฤตดังกล่าวด้วยการประกาศจำกัดการใช้รถยนต์ภายในประเทศและสั่งให้ข้าราชการทำงานแบบ Work From Home ตลอดทั้งสัปดาห์

ในขณะเดียวกัน ประเทศลาวประกาศให้โรงเรียนทำการเรียนการสอนเพียงแค่ 3 วันต่อสัปดาห์ เพื่อลดการใช้พลังงานซึ่งส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศไทย

สำหรับประเทศเวียดนาม แม้ว่ารัฐบาลเดินทางไปเจรจาขอซื้อขายน้ำมันกับรัสเซียเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันภายในประเทศยังคงพุ่งสูงถึงร้อยละ 20 

ขณะที่สายการบินภายในประเทศประกาศลดเที่ยวบินมากถึง 24 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ในช่วงเดือนเมษายน เนื่องจากการนำเข้าเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไม่เพียงพออีกต่อไป

ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ประเทศที่พึ่งพาเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นหลักอย่างไทย เมียนมา ลาว และกัมพูชา อาจเผชิญผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างยืดเยื้อ แม้สงครามจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม เนื่องจากนักท่องเที่ยวมีแนวโน้มชะลอหรือระงับการเดินทางในระยะยาว

ที่มา:

https://www.scmp.com/week-asia/economics/article/3347608/why-southeast-asian-nations-are-vulnerable-fuel-crisis-iran-war-rages?module=perpetual_scroll_0&pgtype=article 

https://www.channelnewsasia.com/asia/vietnam-cut-domestic-flights-jet-fuel-shortage-6013146

Tags: , , , , , , , , , , , ,