วันนี้ (20 เมษายน 2569) ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวตอนหนึ่งในการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ตอนหนึ่งว่า ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ ท่ามกลางวิกฤตพลังงาน ภาครัฐต้องแสดงบทบาทเป็นผู้นำในการปรับตัว ปรับปรุง และปรับวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้งบประมาณน้อยลง และปรับลดแผนงาน การทำงานที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

ทั้งนี้ในการจัดทำงบประมาณ ต้องตรงเป้า แม่นยำ และต้องตอบโจทย์นโยบาย 10 พลัส ให้สอดคล้องกับภาวะวิกฤต ควบคู่กับการพัฒนาประเทศต่อไปอย่างมั่นคง ยั่งยืน เพื่อให้ประเทศหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง

อนุทินยังกล่าวอีกว่า ด้วยสถานการณ์ด้านพลังงานขณะนี้ จำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น เช่น การเช่าซื้อรถยนต์ในราชการ โดยขอให้เปลี่ยนมาเป็นแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อการประหยัดและลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำมันโลก ขณะที่หลายหน่วยงานที่ลงนามในสัญญาเช่ารถยนต์สันดาปไว้แล้ว จะขอให้มีการปรับแก้ไขสัญญารถราชการจากรถยนต์สันดาปให้เป็นรถยนต์ EV เพื่อให้คำนึงถึงความเหมาะสม ภารกิจ และต้นทุนของทุกหน่วยงาน รวมถึงให้หน่วยงานพิจารณาใช้โซลาร์รูฟท็อปในอาคารทุกที่ที่ทำได้ เพื่อฝ่าวิกฤตเชื้อเพลิงให้ได้

อีกตอนหนึ่ง นายกฯ ยังย้ำด้วยว่า รัฐบาลยึดหลักการสำคัญ พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ยึดมั่นในหลักนิติธรรม ขอให้ร่วมมือกันเพื่อฝ่าวิกฤตไปให้ได้

นอกจากนี้ในเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ อนุทินยังกล่าวด้วยว่า ต้องมีการเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี ไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามคิดว่าจะรุกรานประเทศไทยเมื่อไรก็ได้ จึงขอให้กองทัพและสำนักงบประมาณวางแผนการใช้งบประมาณ เพราะหากมีการสู้รบ สิ่งที่จำเป็นต้องสร้างความมั่นใจคือ มีแสนยานุภาพเพียงพอที่จะปกป้องแผ่นดินไทยและศักดิ์ศรีประเทศไทย และแผ่นดินที่เป็นของประเทศไทยต้องปรากฏในแผนที่ประเทศไทยเท่านั้น

Tags: , , ,