วันนี้ (5 มกราคม 2569) นอกจากจะเป็น ‘วันสุดท้าย’ ของการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) นอกเขตแล้ว ยังเป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตด้วย แม้ว่าจะมีเสียงเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขยายเวลาการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตออกไป เนื่องจากประชาชนบางส่วนไม่รับรู้ข่าวสารให้ลงทะเบียน และพบว่าบางส่วนไม่สามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างไรก็ตาม มีเสียงเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขยายเวลาการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตออกไป เนื่องจากระบบการลงทะเบียนมีปัญหา ซึ่งล่าสุดโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) รายงานว่า วันที่ 5 มกราคม 2569 ประชาชนบางส่วนไม่สามารถเข้าเว็บไซต์ของ กกต.ได้

นอกจากนี้ ประชาชนที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้วในวันที่ 3 มกราคม 2569 ยังไม่สามารถลงทะเบียนเพื่อออกเสียงประชามตินอกเขตได้ในคราวเดียว ซึ่ง iLaw มองว่า อาจมีประชาชนบางส่วนที่เข้าใจผิดว่า ตนลงทะเบียนครอบคลุมสิทธิทั้งหมดแล้ว จึงไม่ได้กลับเข้ามาลงทะเบียนออกเสียงประชามติอีกครั้ง

ขณะเดียวกันยังมีประเด็นที่ กกต.ไม่ได้จัดให้มีการออกเสียงประชามติทางไปรษณีย์ในประเทศไทย ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และแก้ไขเพิ่มเติมที่กำหนดให้ การออกเสียงให้ใช้วิธีลงคะแนนเสียงโดยตรงและลับ โดยใช้บัตรออกเสียง ออกเสียงทางไปรษณีย์ หรือด้วยเครื่องลงคะแนนเสียงโดยวิธีอื่น ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะต้องป้องกันการทุจริตอย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวกนั้น

เนื่องจาก กกต.อยู่ระหว่างการศึกษาหาวิธีการที่ทำให้การออกเสียงประชามติทางไปรษณีย์สามารถทำได้โดยป้องกันการทุจริต จึงมีเหตุผลที่ไม่จัดการออกเสียงประชามติผ่านไปรษณีย์ว่า 

  1. เพราะการออกเสียงผ่านไปรษณีย์อาจไม่ได้เป็นการลงคะแนนตามมาตรา 12 เพราะผู้มีสิทธิอาจถูก ‘ชักนำ’ หรือถูกบังคับจากผู้อื่นในการออกเสียง รวมไปถึงการออกเสียงแทนกัน ส่งผลให้การลงประชามติไม่สุจริตและผิดกฎหมาย 

  2. มีข้อจำกัดในการจัดส่งบัตรออกเสียงประชามติ ไปยังผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติที่ได้ลงทะเบียนเอาไว้ รวมไปถึงการจัดส่งบัตรออกเสียงประชามติที่ลงคะแนนแล้ว กลับคืนมายังสถานที่ของ กกต.ประจำเขตภายในระยะเวลาที่กำหนด

  3. ความยุ่งยากในการยืนยันตัวบุคคลที่ลงคะแนนเสียงประชามติและเป็นภาระของผู้มีสิทธิออกเสียง เนื่องจากต้องมีการยืนยันตัวตนพร้อมกับแนวสำเนาบัตรประชาชน ส่งมาพร้อมกับบัตรออกเสียงประชามติด้วย 

ที่สำคัญ ระยะเวลาในการลงทะเบียนค่อนข้างบีบ โดย กกต.ให้เวลาประชาชนเพียง 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 3-5 มกราคม 2569 เท่านั้น โดยปัจจุบัน กกต.อัปเดตว่า มียอดจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตและนอกราชอาณาจักรในวันที่ 3-4 มกราคม 2569 จำนวน 620,476 คน ส่วนจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ณ วันที่ 4 มกราคม มีจำนวน 1,531,729 คน ซึ่งน้อยกว่าการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าปี 2566 ที่มีผู้ลงทะเบียนราว 2 ล้านคน
ทั้งนี้สำหรับคำร้องขอขยายเวลาการลงทะเบียนออกเสียงประชามติ กกต.ให้คำตอบว่า ไม่สามารถขยายเวลาออกไปได้ เนื่องจากการขยายเวลาการลงทะเบียนจะกระทบต่อการจัดทำบัญชีรายชื่อของผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ของหน่วยเลือกตั้งปกติทั้งประเทศที่มีอยู่ราว 101,000 หน่วย ของสำนักงานทะเบียนอำเภอ และสำนักทะเบียนท้องถิ่นที่จะต้องดำเนินการตามกรอบระยะเวลานี้

‘คุณสมบัติ’ ของผู้ที่สามารถส่งคำขอออกเสียงประชามตินอกเขตบ้านเกิดได้คือ ผู้ที่มีสิทธิออกเสียง ซึ่งอยู่นอกเขตจังหวัดตามทะเบียนบ้านของตน หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตออกเสียงไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันออกเสียง (หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านหลังวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568)

สำหรับประชาชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย แต่ต้องการออกเสียงประชามติ ‘นอกเขต’ ตามบัตรประชาชน และชาวไทยในต่างประเทศ สามารถยื่นคำขอออกเสียงประชามตินอกเขตได้ 3 ช่องทางคือ

1. ‘ยื่นคำขอ’ ออกเสียงนอกเขตในระบบออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/outvote/ ให้เสร็จภายในวันนี้ เวลา 24.00 น. ซึ่งเอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นคำขอแยกเป็น 2 กรณี
– กรณีเป็นคนไทยอาศัยอยู่ในไทย ใช้แบบฟอร์มคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตเลือกตั้ง (อ.ส.5/1), ข้อมูลในบัตรประชาชนและเลขรหัสประจำบ้าน เพื่อใช้เป็นข้อมูลลงทะเบียนออนไลน์
– กรณีเป็นคนไทยในต่างประเทศ ต้องใช้แบบฟอร์มคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร (อ.ส.5/3), บัตรประชาชน, หนังสือเดินทาง, ที่อยู่ปัจจุบันในต่างประเทศและที่อยู่สำหรับส่งเอกสารไปรษณีย์ของผู้มีสิทธิออกเสียง เพื่อใช้เป็นข้อมูลลงทะเบียนออนไลน์
2. ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น หรือยื่นคำขอต่อเอกอัครราชทูตหรือผู้ที่เอกอัครราชทูตมอบหมายให้ทำหน้าที่ รับคำขอในพื้นที่ที่ตนอาศัยอยู่ในต่างประเทศ ภายในวันนี้ตามเวลาราชการ
3. ยื่นคำขอผ่านทางไปรษณีย์ภายในวันนี้ โดยให้ถือวันตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ

เน้นย้ำว่า การออกเสียงประชามติ ‘ไม่มี’ การออกเสียงประชามติล่วงหน้า ทุกคนจะต้องออกเสียงประชามติพร้อมกันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับวันเลือกตั้งทั่วไป ทั้งนี้การลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าหรือนอกเขต ต้องทำแยกกันกับการลงทะเบียนเพื่อออกเสียงประชามตินอกเขต

สำหรับการเดินทางไปออกเสียง สำหรับประชาชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย สามารถออกเสียงได้ตามหน่วยเลือกตั้งที่จัดทั่วประเทศ ส่วนประชาชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ สามารถออกเสียงประชามติได้ที่หน่วยลงคะแนน ซึ่งจัดตามสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุล

สำหรับขั้นตอนการออกเสียงประชามติสามารถอ่านได้ทาง หย่อนบัตรเลือก สส.ให้เสร็จก่อน แล้วค่อยรับบัตรออกเสียงประชามติ กกต.ออก 10 ขั้นตอนเลือกตั้ง-ทำประชามติ https://themomentum.co/report-ect-thailand-election-referendum-2026/

Tags: , , ,