บนชั้นที่ 42 ของตึกออฟฟิศ Dusit Central Park ที่หลายคนเห็นอยู่นี้ แม้ว่าจะเห็นเก้าอี้ โต๊ะ และโซฟาของ Fritz Hansen ตั้งเรียงรายหลากหลายคอลเลกชัน ทว่าพื้นที่แห่งนี้กลับไม่ใช่โชว์รูมเฟอร์นิเจอร์หรูจากประเทศเดนมาร์กแต่อย่างใด
ที่นี่คือ The NORM Bangkok บาร์น้องใหม่จาก Sugarray Group ที่ทาง เติร์ก-สิทธานต์ สงวนกุล ผู้เป็นเจ้าของบอกกับ The Momentum ด้วยตัวเองว่า บาร์แห่งนี้สะท้อนคาแรกเตอร์ความเป็นตัวเองได้มากที่สุด เมื่อเทียบกับบรรดาบาร์รุ่นพี่ในเครือ Sugarray
ก่อนอื่นต้องเล่าถึงบรรยากาศของบาร์แห่งนี้ให้ฟังก่อนว่า ทันทีที่เข้ามาจะให้ความรู้สึกที่แปลกตา เชื่อว่าหลายคนอาจไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะโดยปกติแล้วบาร์ส่วนใหญ่จะเป็นร้านที่ไม่ใหญ่มาก แต่ The NORM กลับเลือกที่จะปิดทั้งชั้น พื้นที่เกือบ 1,300 ตารางเมตร แบ่งโซนนั่งดื่ม นั่งพูดคุยออกเป็นหลายโซนย่อย ทั้งนี้ทุกโซนจะใช้เฟอร์นิเจอร์จาก Fritz Hansen อันเป็นที่รักของเติร์ก

เขาเล่าเพิ่มเติมอีกว่า การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ของ Fritz Hansen กับการทำบาร์ เป็นความคิดที่อยากทำมานานมากแล้ว แต่ด้วยขนาดของบาร์ในเครือ Sugarray Group นั้นยังไม่ใหญ่มาก จึงทำให้ต้นทุนสูง ไม่คุ้มทุน แต่เมื่อได้พื้นที่บาร์ที่มีขนาดใหญ่แบบ The NORM การใช้เก้าอี้และโซฟาจาก Fritz Hansen จึงลงตัวแบบพอดิบพอดี
เติร์กเล่าเกร็ดสนุกๆ ของการออกแบบบาร์แห่งนี้ให้ฟังว่า ในทุกโซนจะออกแบบชูให้เฟอร์นิเจอร์เป็นพระเอก กล่าวคือจะออกแบบพื้นที่ต่างๆ ตามคาแรกเตอร์ของเก้าอี้และโต๊ะ เช่น ในโซน The Living Room จะมีเก้าอี้ EGGTM Chair ผลงานการออกแบบของ อาร์เน ยาคอบเซน (Arne Jacobsen) วางล้อมบาร์ขนาดเล็ก คล้ายกับบรรยากาศห้องประชุม โดยพื้นบริเวณดังกล่าวจะยกสูงขึ้นมารับกับฐานเก้าอี้ที่เป็นเหล็กได้อย่างลงตัว

ส่วนเหตุผลที่ว่า ทำไมเฟอร์นิเจอร์ถึงต้องเป็น Fritz Hansen เติร์กนิ่งคิดไปสักพักก่อนจะให้คำตอบอย่างเรียบง่ายว่า “ผมว่ามันใช่สุดแล้ว” เจ้าของร้าน The NORM อธิบายเพิ่มเติมว่า ในฐานะผู้บริโภคจริง ตนได้ลองเฟอร์นิเจอร์มาหลายแบบแล้ว ประกอบกับเป็นคนที่ใส่ใจเรื่อง Well-being รู้สึกว่า Fritz Hansen เป็นแบรนด์ที่ใช้แล้วจบ
อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่า Fritz Hansen นั้นมีเก้าอี้ โซฟา และโต๊ะ หลากหลายรูปแบบจึงทำให้บาร์แห่งนี้มีความหลากหลายของการออกแบบตามไปด้วย ทั้งโซน The Main Hall, โซน The Terrace ที่เป็นบาร์เอาต์ดอร์ให้นักดื่มได้สัมผัสบรรยากาศของกรุงเทพฯ
หรือใครที่มาออกเดตกับคู่รัก บาร์แห่งนี้ยังมีโซนลับอย่างห้อง The Whispering Room ที่เป็นห้องปิด สามารถมองเห็นวิวเมืองย่านสาทรยาวไปถึงริมน้ำเจ้าพระยา เสริมกับเสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆ ช่วยสร้างมูดโรแมนติกได้อยู่ไม่น้อย
ด้วยความสงสัยที่ว่า เหตุใดเครือ Sugarray ถึงเลือกเปิดบาร์แห่งใหม่บนอาคารออฟฟิศของโครงการ Dusit Central Park เติร์กบอกว่า บาร์ในเครือ Sugarray นั้นมีอยู่ทั่วกรุงเทพฯ แต่เป็นเรื่องน่าเสียดายที่โซนพระราม 4-ราชดำริ ซึ่งเป็นโซนบ้านของตน แต่กลับยังไม่มีร้านในเครือเลยแม้แต่ร้านเดียว

ประกอบกับช่วงหนึ่งเติร์กมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ของเซ็นทรัลและมีวิสัยทัศน์ที่ตรงกันคือ อยากให้แบรนด์ไทยจับมือโตไปด้วยกัน เติร์กเล่าว่า แม้ว่าชั้น 42 นี้จะมีลูกค้าต่างชาติเข้ามาเปิดดีลกับเซ็นทรัล แต่ท้ายที่สุดเขาก็เลือก Sugarray
การที่ได้เปิดร้านบนหัวมุมแยกศาลาแดงนี้เอง บนอาคารสำนักงานที่คาดว่าจะมีผู้คนไหลเวียนเข้ามาตลอดทั้งวันที่ 5,000 กว่าคน จึงทำให้ The NORM เลือกวางคอนเซปต์ร้านด้วยวลีที่ว่า ‘Here You Belong’
โดยเติร์กอธิบายคอนเซปต์นี้ไว้ว่า ตนอยากทำบาร์ที่สามารถรองรับได้กับทุกๆ ความต้องการของคน ไม่ว่าจะเข้ามานั่งดื่มหลังการประชุมอันเหน็ดเหนื่อย มาออกเดต หรือแม้กระทั่งการมาดีลธุรกิจ
จากความหลากหลายโซนของบาร์แห่งนี้กับโจทย์ที่ตนวางไว้ เติร์กมองว่า ทั้งสองสอดรับกับคอนเซปต์ Here You Belong ได้อย่างแท้จริง
นอกจากนั้นแล้วคอนเซปต์ Here You Belong ที่บาร์แห่งนี้ต้องการเป็นพื้นที่พักผ่อนของคนทุกกลุ่ม ความตั้งใจนั้นเองยังถ่ายทอดออกมาผ่านชื่อร้าน The NORM ได้อีกด้วย โดยเติร์กมองว่า คำว่า The NORM นั้นมีความเป็นกลาง ไม่ได้ Conceptual มากเกินไป จึงเหมาะใครก็ตามที่กำลังหาบาร์นั่งดื่มแบบสบายๆ ให้กับตัวเอง

คาแรกเตอร์ของ The NORM ถ้าเปรียบเทียบเป็นคน เติร์กมองว่า The NORM นั้นเป็นคนที่โต ให้ความรู้สึกสบายๆ ไม่ได้มีอารมณ์ที่ฉวัดเฉวียน
“ผมว่า ณ ตอนนี้ ร้าน The NORM สามารถสะท้อนความเป็นตัวของผมได้มากที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ในอนาคตมันจะเปลี่ยนไม่ได้ ปีหน้าผมอาจจะชอบทะเลก็ได้ แต่ตอนนี้ผมว่า The NORM เป็นตัวของผมมากที่สุด” เติร์กกล่าวพร้อมหัวเราะออกมาเล็กน้อย
เมื่อพูดถึงบาร์แล้ว จะพูดถึงแค่เรื่องการออกแบบหรือบรรยากาศเพียงอย่างเดียวมันก็จะกระไรอยู่ เพราะอีกหนึ่งความพิเศษของบาร์แห่งนี้อยู่ที่เมนู ‘ค็อกเทล’ ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ (ในช่วงแรกของการเปิดร้านเท่านั้น) โดยล้อกับ ‘Bangkok’ ชื่อเมืองหลวงของไทย โดยแบ่งเมนูออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ Nostalgic Bangkok, Modern Bangkok และ Progressive Bangkok
เริ่มต้นที่เมนูตัวแรงตัวแรกอย่าง ‘OLAING FLIP’ อยู่ในหมวด Nostalgic Bangkok แม้ฟังดูอาจจะสัมผัสได้รสชาติหวานเหมือนกับกาแฟโอเลี้ยง แต่เบสของค็อกเทลแก้วนี้คือ Dry Brandy ที่ให้ความรสชาติเข้มข้น เสิร์ฟพร้อมฟองนมถั่วเหลือง มีทองม้วนกรอบตัดรสชาติ

ขณะที่แก้วที่ 2 และ 3 นั้นมาจากหมวด Modern Bangkok คือ ‘RIVER FIZZ’ และ ‘CALL ME-AFTER SOUR’ โดยแก้ว RIVER FIZZ นั้นมีส่วนผสม จิน (Gin) น้ำมะนาว เหล้าบ๊วยญี่ปุ่น และโซดา ทำให้แก้วนี้ให้ความรู้สึกหวาน สดชื่น และดื่มง่าย นอกจากนั้นยังมีเยลลีให้เคี้ยวปิดท้าย โดยแก้วนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาและวัฒนธรรมการดื่มชายามบ่าย ส่วน CALL ME-AFTER SOUR เป็นอีกแก้วที่ให้ความสดชื่นได้เป็นอย่างดี มีส่วนผสมของวิสกี้ น้ำฝรั่งเขียว และน้ำมะนาว โดยมีใบยี่หร่าใส่ลงไปในค็อกเทลแก้วนี้ด้วย
และปิดท้ายด้วย Golden Daiquiri ค็อกเทลแก้วนี้มาจากหมวด Progressive Bangkok ที่มีส่วนผสมของรัม (Rum) เหล้าหวานกลิ่นซากุระ และไซรัปลิ้นจี่ ให้ความรู้สึกหวานที่พอดีๆ ทั้งนี้ในมุมมองของผู้เขียนคิดว่า แก้วนี้เหมาะสำหรับการถ่ายรูปลง Instagram เป็นอย่างมาก เพราะมีดิสโก้บอลขนาดจิ๋วห้อยมาที่แก้วด้วย

โดยเติร์กเล่าว่า เมนูพวกนี้เป็นไอเดียของตนที่อยากสะท้อนความเป็นกรุงเทพฯ ออกมาให้ได้มากที่สุด เนื่องจากที่ตั้งบาร์แห่งนี้อยู่ใจกลางเมือง จึงออกแบบเมนูออกมาให้คนต่างชาติและคนไทยที่ได้ดื่มด่ำรสชาติความเป็นกรุงเทพฯ
อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าเสียดายที่เมนูเหล่านี้เป็นเพียงเมนูชั่วคราวเท่านั้น ตามคำบอกของเจ้าของร้าน ระหว่างที่รอ Head Bar ของ The NORM
เพราะฉะนั้นแล้วใครก็ตามที่อยากลองรสชาติความเป็นกรุงเทพฯ ในอุดมคติของเติร์ก คงต้องบอกว่า ต้องรีบไปสัมผัสก่อนที่จะไม่มีอีกแล้ว

ถ้าถามว่าบาร์แห่งนี้ช่วงเวลาไหนเหมาะที่จะมานั่งดื่มมากที่สุด ผู้เขียนอยากจะขอแนะนำช่วงราว 5-6 โมงเย็นเป็นต้นไป โดยเฉพาะถ้าไปนั่งในโซน The Terrace จะได้สัมผัส Golden Hour ที่ท้องฟ้าเป็นสีชมพูอ่อนๆ กับบรรยากาศที่อาคารสูงในเมืองหลวงต่างทยอยกันเปิดไฟแข่งกัน
ด้วยบรรยากาศของบาร์ เฟอร์นิเจอร์ของ Fritz Hansen ความตั้งใจของเติร์ก และรสชาติของค็อกเทล รับรองได้เลยว่า คุณจะได้บรรยากาศที่เป็น One & Only กลับไปอย่างแน่นอน
Fact Box
The NORM Bangkok เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00-02.00 น. ของอีกวัน ตั้งอยู่บนชั้น 42 ของอาคารสำนักงานโครงการ Dusit Central Park สามารถจองโต๊ะล่วงหน้าได้ทาง https://nightify.co/venues/the-norm-bangkok/booking?reset=true&sessionId=973e6736-5f06-49fa-9186-3eb3e3bfd679






