รู้หรือไม่ว่า สตอรว์เบอร์รี่สายพันธุ์ ‘อะกิฮิเมะ’ เกรดพรีเมี่ยม เนื้อนุ่มฉ่ำหวาน ที่วางขายอยู่ในห้างสรรพสินค้าเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป ไม่ได้เดินทางจากญี่ปุ่นเหมือนชื่อสายพันธุ์ แต่เติบโตและให้ผลผลิตอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลจังหวัดระยองนี้เอง

 หากไม่ได้เดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเองเราอาจยังไม่เชื่อ กระทั่งได้มายืนอยู่ท่ามกลางแปลงสตรอว์เบอร์รี่ในโรงเรือนระบบปิด ผลสีขาวของสตรอว์เบอร์รี่กำลังถูกแทนที่ด้วยสีแดงเพื่อรอการเก็บเกี่ยวเมื่อสุกได้ที่ เมื่อลองคาดคำนวณดูแล้ว ไม้ผลเมืองหนาวที่เติบโตในเมืองร้อน หากต้องสร้างโรงเรือนที่ให้อุณหภูมิแบบเดียวกับแหล่งกำเนิดด้วยพลังงานไฟฟ้า คงเกิดค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก แต่สำหรับโรงเรือนแห่งนี้ ทำได้ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศแบบเมืองหนาว จากพลังงานความเย็นที่จะต้องถูกปล่อยทิ้งไปอย่างไม่เกิดประโยชน์ หากไม่คิดค้นนวัตกรรมเพื่อนำเอาความเย็นที่ต้องสูญเปล่านี้ มาใช้ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

และพลังงานความเย็น อันเป็นพลังสะอาดที่สร้างมูลค่าใหม่ ด้วยการนำมาใช้ประโยชน์ในการปลูกไม้เมืองหนาว คือก๊าซธรรมชาติเหลว ที่เรียกกันอย่างย่อว่า ‘LNG’ (Liquefied Natural Gas) ซึ่ง ปตท. และบริษัทในกลุ่มคือ บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด (PTTLNG) ได้ทำการศึกษาและทดลองขึ้น จนเห็นผลลัพธ์เป็นผลผลิต และสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับบริษัท นอกเหนือไปจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ที่ทุกคนรู้จักกันดี

ทำความรู้จักกับพลังงานสะอาดที่ชื่อ LNG  

โรงเรือนสตรอว์เบอร์รี่และพันธุ์ไม้เมืองหนาว ตั้งอยู่ที่สวนสมุนไพร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในตำบลมาบข่า อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นเขตรับผิดชอบของโรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และที่นี่เองที่เราได้พบกับคุณจักรพันธ์ ทวีลาภ ผู้จัดการฝ่ายจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก๊าซธรรมชาติ และคุณธนพงษ์ ไวทย์รุ่งโรจน์ผู้จัดการแผนกพัฒนาตลาดผลิตภัณฑ์และการประยุกต์ใช้พลังงานความเย็น ซึ่งพาเราไปทำความรู้จักกับนวัตกรรมการนำก๊าซธรรมชาติเหลว LNG และนำไปใช้กับภาคเกษตรกรรม ในรูปแบบของ Smart Farming ที่ให้ความแม่นยำสูงในการควบคุมคุณภาพและปริมาณ

จักรพันธ์ ทวีลาภ ผู้จัดการฝ่ายจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก๊าซธรรมชาติ

“ที่โรงแยกก๊าซฯ ระยอง จะมีการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อยู่ตลอด และพยายามจะใช้พลังงานทุกชนิดให้มันเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งในกระบวนการแปรสภาพก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG จะมีความเย็นได้ออกมา จึงมีการทดลองนำมาใช้กับการปลูกพืชเมืองหนาวตั้งแต่พ.ศ.2553 และก็ได้เห็นแล้วว่าทำได้จริง” จักรพันธ์เล่าถึงที่มา

ธนพงษ์ ไวทย์รุ่งโรจน์ ผู้จัดการแผนกพัฒนาตลาดผลิตภัณฑ์และการประยุกต์ใช้พลังงานความเย็น

อธิบายได้อย่างกระชับก็คือ LNG เป็นก๊าซธรรมชาติที่มีคุณสมบัติไร้สี ไร้กลิ่น ไม่มีพิษ ไม่มีฤทธิ์กัดกร่อน เพราะมีการแยกสิ่งปลอมปนต่างๆ ออก ก่อนแปรสถานะให้อยู่ในรูปของเหลวด้วยอุณหภูมิ -160 องศาเซลเซียส เพื่อประโยชน์ในการขนส่งระยะทางไกลทดแทนการวางท่อส่งก๊าซ โดยการเปลี่ยนสถานะจากก๊าซเป็นของเหลวนั้น จะทำให้ก๊าซมีปริมาตรลดลงถึง 600 เท่า เมื่อ LNG เดินทางมาถึงท่ารับ LNG ที่ระยองโดยทางเรือ ของเหลวก็จะถูกเปลี่ยนสถานะให้กลับมาเป็นก๊าซอีกครั้ง โดยการแลกเปลี่ยนความร้อนซึ่งเป็นการวิ่งสวนกันในท่อของก๊าซกับน้ำทะเลที่มีอุณหภูมิสูงกว่า เพื่อให้อุณหภูมิของก๊าซที่เป็นของเหลว -160 องศาเซลเซียส สูงขึ้นเป็น 25 องศาเซลเซียส คืนสภาพของก๊าซกลับไปเป็นแบบเดิม และในกระบวนการนี้เองที่ทำให้เกิดพลังงานความเย็นขึ้น หากไม่นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ก็จะถูกทิ้งไปอย่างสูญเปล่า ปตท. จึงได้นำความเย็นจากการแปรสภาพนี้ มาทำการเพาะปลูก สตรอว์เบอร์รี เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ส่งจำหน่ายภายใต้แบรนด์ ‘Harumiki’

จำลองเมืองหนาวในจังหวัดชายฝั่ง สร้างผลผลิตเป็นสตรอว์เบอร์รี่รสหวานหอม

ภายในโรงเรือนประหยัดพลังงานต้นแบบ พลังงานความเย็นที่เกิดจากกระบวนการแปรสภาพ LNG ถูกส่งมาตามท่อลำเลียงขนาดใหญ่ ซึ่งวางอยู่ด้านล่างสตรอว์เบอร์รี่แต่ละแปลง ท่อเหล่านั้นจะมีช่องเล็กๆ ให้ความเย็นแผ่มายังต้นสตรอว์เบอร์รีตามจุดที่กำหนด เพื่อให้ความเย็นได้ทำงานอย่างแม่นยำและไม่สิ้นเปลือง ในอุณหภูมิที่ควบคุมให้อยู่ในระดับ 17-25 องศาเซลเซียส ซึ่งเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของสตอรว์เบอร์รี ติดรอกหลังคาสีขาวเพื่อช่วยลดอุณหภูมิ ส่วนรอกหลังคาสีดำมีไว้เพื่อคลุมโรงเรือนในช่วงอายุที่สตรอว์เบอร์รี่ต้องการกลางคืนมากกว่ากลางวัน เพราะแต่ละช่วงอายุพืชมีความต้องการน้ำ อุณหภูมิ และแสงที่ไม่เท่ากัน

องค์ความรู้ด้านวิศวกรรมที่ ปตท. มี ถูกผนวกเข้ากับองค์ความรู้ด้านการเกษตร โดยทีมงาน Harumiki ได้ศึกษาเรียนรู้จากเกษตรกรชาวญี่ปุ่น นักวิจัยการเกษตรของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สตรอว์เบอร์รี่สายพันธุ์อะกิฮิเมะต้องการ ธนพงษ์ฉายภาพให้เห็นว่า “เรามีเทคโนโลยีควบคุมโรงเรือน ควบคุมระบบการให้น้ำให้ปุ๋ยอัตโนมัติ ควบคุมแสง ควบคุมอุณหภูมิ และเราก็ต้องใช้องค์ความรู้ด้านการเกษตรเข้ามาประยุกต์ ปลูกยังไงให้ได้คุณภาพ ซึ่งเป็นการทำเกษตรแบบปลอดสาร”

กล่องไม้ซึ่งเป็นบ้านของผึ้ง วางอยู่ในมุมหนึ่งของโรงเรือน ผึ้งเหล่านี้เป็นผึ้งเมืองหนาวที่จะทำหน้าที่ผสมเกสรสตรอว์เบอร์รี่ เหตุที่ต้องใช้ผึ้งเมืองหนาว ก็เพราะหากใช้สายพันธุ์ท้องถิ่นซึ่งมีชีวิตอยู่ในอุณหภูมิของประเทศเขตร้อนและไม่ชินกับอากาศเย็น จะทำหน้าที่ในการผสมเกสรได้ไม่เต็มที่ ส่งผลต่อคุณภาพของสตรอว์เบอร์รี่ที่จะให้รูปทรงไม่สมมาตร ส่วนการกำจัดศัตรูพืช ที่โรงเรือนนี้ใช้วิธีธรรมชาติด้วยการนำตัวห้ำและแมลงเต่าทอง มาทำหน้าที่กำจัดแมลงศัตรูพืช ผลผลิตที่ออกจากโรงเรือนนี้ จึงได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย GAP และกำลังเตรียมขอ Global GAP เพื่อต่อยอดสู่การจำหน่ายที่ครอบคลุมถึงต่างประเทศ ด้วยเห็นช่องทางที่ยังมีความต้องการผลผลิตนอกฤดูกาล ซึ่งการปลูกแบบนี้ทำให้สามารถผลิตสตอรว์เบอร์รี่ได้ตลอดทั้งปี

“เรากำลังต่อยอดในเชิงการขาย ตอนนี้เรามีวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าของเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป มีช่องทางออนไลน์ แต่การผลิตปีหนึ่งของเราทำได้เฉลี่ยประมาณยี่สิบตัน ยังไม่เพียงพอต่อผู้บริโภค ถ้าในอนาคตไปได้ดี ตลาดตอบรับ เราก็มองเรื่องการขยายแบรนด์ Harumiki ไว้ด้วย” จักรพันธ์เล่าถึงความเป็นไปได้ในอนาคต

นอกจากผลสตรอว์เบอร์รีสด ที่จำแนกเกรดตามขนาดของลูกแล้ว ผลสตรอว์เบอร์รีที่ลูกเล็กไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติของการออกผลที่จะให้ผลโตในการเก็บเกี่ยวชุดแรกๆ และมีขนาดเล็กลงในชุดหลังๆ ผลสตรอว์เบอร์รีเหล่านี้จะไม่จำหน่ายเป็นผลสด แต่แปรรูปเป็นน้ำสตรอว์เบอร์รีบรรจุขวดแทน รวมถึงมีการพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่กำลังอยู่ในช่วงทดลองเช่นกัน

“เราไม่ได้คิดว่าจะปลูกแต่สายพันธุ์นี้อย่างเดียว เราพยายามพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้ได้สตรอว์เบอร์รีที่ถูกปากคนไทยมากขึ้น และเป็นสายพันธุ์ที่ลดความเสียหายในการขนส่งเพราะผิวสตรอว์เบอร์รี่นิ่ม กระแทกนิดเดียวก็ช้ำแล้ว ส่วนการขยายธุรกิจตอนนี้เรามองโมเดลเอาไว้ เช่นเพิ่มปริมาณการปลูกเพื่อให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดได้มากขึ้น หรือทำในลักษณะ contract farming กับภาคชุมชน โดยเอาองค์ความรู้ที่เรามีไปให้กับชุมชน เมื่อชุมชนมีผลผลิตเรารับซื้อ ชุมชนก็จะมีรายได้ด้วย รวมทั้งมีแนวทางพัฒนาระบบให้กับเอกชนที่ต้องการนำระบบโรงเรือนแบบนี้ไปใช้” ธนพงษ์เล่าถึงอนาคต

นอกจากพันธุ์ไม้ให้ผลอย่างสตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งมีพื้นที่ในการปลูกอยู่ 5,000 ตารางเมตร ตอนนี้ยังได้มีการทดลองปลูกบลูเบอร์รี่ ที่กำลังให้ดอกและติดผลอยู่ในแปลงใกล้เคียงกัน ภายในแปลงยังมีดอกไม้เมืองหนาวสายพันธุ์ต่างๆ อาทิ ไฮเดรนเยีย มงกุฎจักรรพรรดิ อันเลียม ฟาแลนนอปซิส หลังจากที่เคยประสบความสำเร็จจากการทดลองปลูกทิวลิป และกลายเป็นแลนด์มาร์กที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวมาแล้ว ด้วยการจัดเทศกาลทิวลิปบานที่ระยอง และต่อยอดไปสู่การวิจัยเพื่อนำทิวลิปไปพัฒนาเป็นแฮนด์ครีมและผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกด้วย

เชื่อมโยงกับชุมชน เพื่อพัฒนาไปด้วยกัน

ลังเปล่าวางซ้อนกันอยู่นับสิบลัง กับเกษตรกรที่เตรียมตัวลงแปลงสตรอว์เบอร์รีเพื่อเก็บผลผลิต ไม่ใช่ภาพแปลกตาอีกต่อไปหากเราจะพบเจอพวกเขาในอาณาจักรของธุรกิจพลังงานแห่งนี้ เพราะนับตั้งแต่มีการทำฟาร์มไม้เมืองหนาวด้วยพลังงานความเย็นจาก LNG ขึ้น ก็เกิดการจ้างงานกับคนในชุมชน ซึ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคุณในชุมชนนี้ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักขององค์กรอยู่แล้ว จักรพันธ์ขยายความของพันธกิจนี้ให้ฟังว่า

“ไม่ว่าปตท.ไปอยู่ที่ไหน เราจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนทุกที่ อย่างเช่นการ การพัฒนาโครงการกล้วยตากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ชุมชนบริเวณแนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติ หรือโครงการอื่นๆ ที่ช่วยชุมชน เพื่อให้เกิดการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ส่วนที่จังหวัดระยอง เรามีเกษตรกรในชุมชนเป็นผู้ดูแลและเก็บผลผลิต เป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างความมั่นคงให้กับเขา”

“หรืออย่างการจัดเทศกาลทิวลิปบาน ก็เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจองค์รวมของจังหวัด และสร้างเศรษฐกิจชุมชนด้วยการเปิดตลาดให้ชุมชนนำสินค้ามาออกร้าน ก่อให้เกิดรายได้” ธนพงษ์กล่าวเสริม

นับเป็นเวลา 10 ปีกับการวิจัยพัฒนา ที่ดูเหมือนว่าหลังจากนี้จะยังคงมีการทดลองและพัฒนาต่อไปไม่หยุด กับการนำประโยชน์จากก๊าซธรรมชาติมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และฟาร์มไม้เมืองหนาวในจังหวัดระยองนี้ ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของการสร้างนวัตกรรมเพื่อนำทรัพยาการทางพลังงานที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด

Tags: , , , , ,