1
ปี 1938 มีคำสั่งจากรัฐบาลเยอรมนี ซึ่งตอนนั้นถูกปกครองโดยระบอบเผด็จการพรรคนาซี มี อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) เป็นผู้นำสูงสุด ย้ำให้เจ้าหน้าที่ทหารทั้งหมดในจีนกลับประเทศ เพราะเวลานั้น อาณาจักรไรซ์ที่ 3 เลือกข้าง เตรียมแสวงหาความเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น ซึ่งกำลังทำสงครามในจีนอยู่
นั่นหมายความว่า ห้ามทหารเยอรมันให้ความช่วยเหลือพญามังกรโดยเด็ดขาด เจ้าหน้าที่หลายคนทำตาม ยกเว้น วอลเตอร์ สเตนเนส (Walter Stennes) เขาตัดสินใจฝึกตำรวจให้กับ จอมพล เจียง ไคเช็ก (Chiang Kai-Shek) พร้อมกับสอนเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้นำจีนในเวลานั้นต่อ
การเพิกเฉยคำสั่งไม่ใช่เรื่องแปลกของชายคนนี้ แต่สิ่งที่เขาดำเนินการกลับลือลั่นยิ่งกว่า เมื่อเจ้าตัวตัดสินใจติดต่อไปยังสถานทูตของสหภาพโซเวียต ในกรุงเซียงไฮ้ ซึ่งตอนนั้นมีความระหองระแหงกับนาซีเยอรมัน
“ผมอยากเป็นสายข่าวให้พวกคุณ”
คำวิงวอนของชายหนุ่มเยอรมัน ทำเอาเจ้าหน้าที่สายลับเคจีบี (Komitet Gosudarstvennoi Bezopasnosti: KGB) ตื่นตกใจ พวกเขาประเมินการร้องขอนี้อย่างหวาดหวั่น มันอาจเป็นกับดัก หรือแผนลวงจากพวกนาซีที่จะส่งสปายสองหน้ามาหลอกหรือไม่
หน่วยข่าวกรองโซเวียตดำเนินการค้นคว้าเรื่องราวส่วนตัวของสเตนเนสอย่างละเอียด ในที่สุดก็มีคำสั่งจากกรุงมอสโก ในเดือนมีนาคม 1939 อนุมัติให้รับเจ้าหน้าที่เยอรมันนอกคอกคนนี้เป็นสายลับได้
ในเวลาไม่กี่เดือน เคจีบีถึงกับตกตะลึง เมื่อพวกเขาได้ข้อมูลเด็ดจากจอมพลเจียง ไคเช็กเป็นจำนวนมาก ข่าวกรองตรงนี้ถูกส่งต่อไปยังพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่กำลังต่อสู้ในสงครามกลางเมืองกับรัฐบาลของเจียงอยู่
ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังรู้ข้อมูลความเคลื่อนไหวของญี่ปุ่น ซึ่งมีโอกาสจะรุกรานมองโกเลีย ซึ่งตอนนั้นอยู่ในการปกครองของสหภาพโซเวียต
สเตนเนสกลายเป็นแหล่งข้อมูลล้ำค่าในสายตาเคจีบีทันที
โซเวียตตั้งรหัสลับให้แก่ชายคนนี้ว่า ‘เพื่อน’ ในเวลาต่อมา สเตนเนสก็เสนอแผนการเด็ด
“เรามาร่วมมือกันโค่นล้มไอ้ฮิตเลอร์กันดีกว่า”
เคจีบีช็อกอีกรอบ พวกเขากลับไปค้นข้อมูลอีกครา ก่อนได้บทสรุปว่า แม้ชายจากเยอรมนีจะมีแผนการสุดบ้าบิ่น แต่แหล่งข่าวคนนี้มีข้อมูลที่ดี ถูกต้องจริง แม้นโซเวียตจะไม่ร่วมจัดการผู้นำนาซีกับชายคนนี้ แต่ก็ยังผูกมิตรไว้เรื่อยมา
กุมภาพันธ์ 1941 สเตนเนสส่งข้อความสำคัญ “เยอรมนีกำลังจะบุกประเทศแกว่ะ ในเดือนพฤษภาคมนี้”
เคจีบีไม่รู้ว่าชายคนนี้เอาข้อมูลมาจากไหน แต่พวกเขารีบส่งข่าวล้ำค่านี้ขึ้นไปเป็นชั้นๆ จนถึงหูของ โจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) ผู้นำของสหภาพโซเวียต แม้จะไม่ปักใจเชื่อ แต่ทางกองทัพก็เริ่มเตรียมการ
มันกลายเป็นหมากสำคัญที่ทำให้โซเวียตสามารถรับมือกับมหากองทัพนาซีในสมรภูมิโชกเลือดที่มีคนตายนับล้าน และมันจบลงด้วยชัยชนะของมอสโกแบบเฉียดฉิว
หากไม่มีข้อมูลเด็ดของสเตนเนส บางทีประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 อาจไม่จบลงแบบที่เรารับรู้กันมา
นี่คือสหายเยอรมัน ที่เป็นสายลับสหภาพโซเวียต
กระนั้นเรื่องน่าแปลกที่สุดคือ 10 ปีก่อนหน้านี้ สเตนเนสไม่เคยชอบสตาลิน เขารังเกียจคอมมิวนิสต์ ในช่วงเวลานั้น เขาคือร้อยเอกแห่งกองกำลังพายุ ซึ่งเป็นหน่วยติดอาวุธของพรรคนาซี เขาคือบุรุษผู้รับใช้ฮิตเลอร์ ด้วยความใฝ่ฝันที่จะสร้างสังคมเยอรมนีขึ้นมาใหม่
เขาจัดการพวกฝ่ายซ้ายในเยอรมนีแบบถึงขีดสุด ใช้กำลัง ใช้กระสุน จึงเป็นเรื่องน่าแปลกมากๆ ของชายคนนี้ ที่กลับตัวมารับใช้โซเวียตอย่างสุดจิตสุดใจ
แต่หากเหลียวมองประวัติจากอดีตถึงปัจจุบัน เราจะไม่แปลกใจ ดังเช่นที่เคจีบีประเมิน
เขาทำได้ทุกอย่าง เพื่อไขว่คว้าหาเพียงแค่สิ่งเดียว
…อำนาจ…
2
สเตนเนสไม่ใช่คนธรรมดา เขาเข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหารตั้งแต่อายุ 9 ขวบ และจบจากโรงเรียนนายร้อยปรัสเซีย (Preußische Hauptkadettenanstalt) โดยมีเพื่อนร่วมรุ่น คือ แฮร์มันน์ เกอริง (Hermann Göring) ชายที่จะก้าวไปเป็นมือขวาของฮิตเลอร์ในอนาคต และจะมีส่วนอย่างมากต่อชะตาชีวิตของสเตนเนส
เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 เขาไปร่วมรบเพื่อประเทศชาติ และได้รับบาดเจ็บ เมื่อทุกอย่างจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของเยอรมัน นำไปสู่ความอดสูจากคนทั้งชาติ สเตนเนสใช้ชีวิตอย่างล่องลอย โดยมีบาดแผลและความเจ็บปวดจากสงครามติดตัวมาด้วย
ความเป็นทหารเก่าถูกใจพรรคนาซีมาก มีการติดต่อทาบทามให้เขาเข้าร่วมงานกับพรรค นักรบผ่านศึกที่จบจากโรงเรียนนายร้อยอันทรงเกียรติ เคยฆ่าฟันในสงครามโลก ทำให้เจ้าตัวติดยศผู้กองในหน่วยพายุ ซึ่งเป็นกองกำลังแรกเริ่มของนาซี ที่จะจัดการศัตรูฝ่ายตรงข้าม
สิ่งนี้เย้ายวนสเตนเนส เขาเชื่อว่า นาซีจะนำพาชาติเยอรมนีให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง เขาควบคุมกองกำลัง ลุยไปบนท้องถนน ร่วมกับลูกน้องจัดการฝ่ายซ้ายหรือศัตรูของนาซีทั้งหมด แน่นอนว่ารวมถึงชาวยิวด้วย
ช่วงแรกสเตนเนสร่วมหัวจมท้ายกับพรรค ถึงขั้นร่วมก่อกบฏที่ล้มเหลวในปี 1923 จนต้องติดคุกไปด้วย สิ่งนี้ยิ่งสร้างความพึงพอใจและฉายแววให้ผู้ใหญ่ในพรรคนาซีเห็นอย่างมาก ทำให้เขาเลื่อนขั้นและคุมกองกำลังพายุหลายร้อยนาย
ทว่าเมื่อได้อำนาจมากกว่าเดิม สเตนเนสกลับเผยธาตุแท้ออกมา และสิ่งนี้นำไปสู่ความหวาดหวั่นจากผู้นำระดับสูงของนาซี ทุกคนเห็นว่า อดีตทหารผ่านศึกผู้นี้ เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานที่ไร้ขีดจำกัด เมื่อได้คุมหน่วยรบของพรรค ผู้กองก็อยากจะลงสมัครเป็นผู้แทนให้กับนาซีด้วย แต่ได้รับการปฏิเสธ
“ผู้ชายคนนี้ จะนำแต่ปัญหามาให้พวกเรา”
คือถ้อยคำจากไดอารี ที่ โยเซฟ เกิบเบิลส์ (Joseph Goebbels) สมุนมือซ้ายของฮิตเลอร์เขียนไว้ในปี 1928
ไม่กี่ปีต่อมา สิ่งที่เขียนไว้ก็เป็นความจริง
ในปี 1931 ฮิตเลอร์มีคำสั่งให้ห้ามกองกำลังพายุสร้างความวุ่นวาย หลังประธานาธิบดีออกกฎหมายห้ามประชาชนรวมตัวชุมนุมกัน ร่ำลือว่า ฮิตเลอร์ต้องการเอาใจประธานาธิบดีผู้อยู่ในภาวะชราภาพ และกำลังคืบคลานเข้าสู่อำนาจตามแผน ทว่าผู้กองสเตนเนสไม่พอใจคำสั่งนี้ เขาเห็นว่า การกระทำนี้คือการยินยอมเอาใจรัฐบาลที่อ่อนแอ ซึ่งเขาเกลียดมาตั้งแต่แรก และเข้าร่วมกับนาซีเพื่อจะได้โค่นล้มรัฐบาลนี้
“ไอ้ฮิตเลอร์ก็เป็นได้แค่ผ้าขี้ริ้ว”
สเตนเนสมุทะลุขั้นสุด เขานำกองกำลังพายุเข้ายึดที่ทำการพรรคนาซี ในกรุงเบอร์ลิน บุกเข้าไปยังสำนักพิมพ์ที่สนับสนุนฮิตเลอร์ พร้อมสั่งให้เปลี่ยนพาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์เป็นประโยคว่า
“ฮิตเลอร์ทรยศต่อประเทศ มันเป็นคนออสเตรีย และกำลังหักหลังระบอบสังคมนิยม”
การยึดอำนาจครั้งนี้ สเตนเนสเชื่อว่า มีเพียงกองกำลังพายุเท่านั้น ที่จะสร้างเยอรมนีใหม่ขึ้นมาได้ และหากทำสำเร็จ เขาจะได้ควบคุมทุกอย่างแทนฮิตเลอร์
ทว่านี่คือฝันเฟื่องเพียงชั่วครู่
พรรคนาซีส่งกองกำลังเข้ามายึดที่ทำการพรรคคืน พร้อมยึดหนังสือพิมพ์ตัวเอง ก่อนจับกุมนักรบของสเตนเนสทั้งหมดทันที และมีคำสั่งให้ปลดเขาออกจากทุกตำแหน่ง
“มึงต่างหากที่ทรยศประเทศ”
คือถ้อยคำประณามจากฮิตเลอร์สู่ผู้นำกบฏรายนี้
เมื่อพรรคนาซียึดเยอรมนีได้สำเร็จ จึงมีการกวาดล้างยุบกองกำลังพายุทั้งหมด และให้หน่วยเอสเอส (Schutzstaffel: SS) ขึ้นควบคุมทุกอย่างแทน
แน่นอนว่าสเตนเนสคือเป้าหมายสำคัญที่ต้องโดนด้วย เขาถูกจับโยนเข้าคุก นาซีต้องการยิงเขาทิ้ง ร่ำลือว่า ตอนนั้นอดีตทหารผ่านศึกแห่งสงครามโลกครั้งที่ 1 หวาดกลัวว่าจะต้องถูกฆ่ามาก ทว่าสายใยแห่งความเป็นเพื่อนกับเกอริงเข้ามาช่วยชีวิตเขาครั้งสำคัญ
เวลานั้น จอมพลเกอริงกำลังใหญ่คับแผ่นดิน เป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย และฮิตเลอร์เชื่อใจอย่างยิ่ง นั่นทำให้เขามีอำนาจและเส้นสายเพียงพอจะช่วยสเตนเนสได้
แทนที่จะโดนประหารชีวิต รัฐบาลเยอรมันตัดสินใจอัปเปหิสเตนเนสไปยังประเทศจีน เพื่อให้รอดพ้นจากการกวาดล้างในพรรคนาซี
เกอริงคงคิดแค่ว่า ต้องการส่งเพื่อนร่วมรุ่นไปไกลที่สุด ให้ห่างจากการจับจ้องของฮิตเลอร์ ทว่านั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแมว 9 ชีวิตผู้นี้
เพราะแม้จะอยู่สุดขอบโลก แต่เขายังกระสันอยากได้อำนาจเหมือนเคย และเมื่อนาซีให้ไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจไปรับใช้ศัตรูคู่อาฆาตอย่างสหภาพโซเวียตเสียเลย
3
ตลอดช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั่วโลกฟาดฟันกันอย่างดุเดือด แต่สเตนเนส ชายที่เคยไปรบ บุรุษชาติทหารกลับไม่มีแม้แต่บาดแผล เขาทำงานให้เจียง ไคเช็ก และส่งข้อมูลลับให้โซเวียต ได้เห็นการสู้รบมากมาย แต่ตัวเองแทบจะไม่มีส่วนร่วม นอกจากส่งข่าวกรองให้ จวบจนสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด เยอรมนีปราชัย พรรคนาซีล่มสลาย ฮิตเลอร์ เกิบเบิลส์ และเกอริง ต่างปลิดชีพตัวเองตายไปหมด แต่สเตนเนสกลับอยู่รอดปลอดภัย
เขาร่วมหัวจมท้ายกับรัฐบาลเจียง ไคเช็ก จนกระทั่งพ่ายแพ้ในสงครามกลางเมือง เสียประเทศให้กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน อดีตผู้เลื่อมใสนาซีและสายลับโซเวียตติดตามเจียงไปอยู่ไต้หวัน โดยไม่เคยลืมส่งข่าวกรองไปให้เคจีบีด้วย
ในปี 1949 สเตนเนสตัดสินใจเดินทางกลับเยอรมนี โดยไปอยู่ในเขตปกครองของอังกฤษ และเพราะไม่เคยก่อกรรมทำเข็ญแบบใครอื่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาจึงไม่โดนดำเนินคดีอะไร แม้นเจ้าตัวจะพยายามยื่นเรื่องว่า ตกเป็นเหยื่อของพรรคนาซี แต่เมื่ออังกฤษตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด จึงไม่อนุมัติคำร้องนี้ เพราะเห็นว่า เจ้าตัวเคยรับใช้ในหน่วยพายุมาก่อน
กระนั้น เมื่อเกิดเยอรมันตะวันตกขึ้น ชายคนนี้ก็ดิ้นรนในเส้นทางการเมืองต่อ เขาลงสมัครรับเลือกตั้ง ชูนโยบายขวานิดๆ แต่ไม่ประสบความสำเร็จในเส้นทางดังกล่าว
ขณะเดียวกันในปี 1952 ความร่วมมือทางข่าวกรองกับโซเวียตก็จบสิ้นลง เมื่อเคจีบีประเมินใหม่ว่า “ชายคนนี้น่าจะทำงานกับเรา เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น แถมเขายังคิดว่า สิ่งที่ทำคือผลประโยชน์ของเยอรมนีด้วย”
ความร่วมมือที่มีมาอย่างยาวนาน จึงยุติลงเพียงเท่านี้
ต่อมามีสื่อมวลชนขุดคุ้ยพบประวัติการเป็นสปายรับใช้โซเวียต นั่นทำให้เจ้าตัวถูกสังคมประณามในความหน้าไหว้หลังหลอก ขายชาติ กลับกลอก แต่แม้จะมีคนด่าสาปแช่งทั้งประเทศ และมีหลักฐานชัดเจนมากมาย แต่สเตนนิสไม่เคยเผยเหตุผลจริงๆ ว่าทำไม เขาซึ่งเป็นพวกนาซี ถึงไปทำงานให้คอมมิวนิสต์ได้
ทุกครั้งที่มีคนถาม เขาจะปิดปากเงียบ ไม่ขอพูดถึงเรื่องนี้
เมื่อถึงปี 1983 สเตนเนส แมว 9 ชีวิต ชายที่เป็นนักเรียนนายร้อย ทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 1 อดีตสมาชิกกองกำลังพายุ ชายที่พยายามโค่นล้มฮิตเลอร์ บุรุษที่ถูกเนรเทศไปจีน คนที่ช่วยงานเจียง ไคเช็ก และเป็นสายลับโซเวียต ก็สิ้นใจลง ปิดฉากชีวิตมากสีสันด้วยวัย 88 ปี
เรื่องราวของเขายังได้รับการศึกษาด้วยความตื่นตะลึง ชายที่สามารถเปลี่ยนข้างแนวคิดทางการเมืองอย่างรวดเร็ว และอยู่รอดพ้นภัยจนได้แก่ตายนั้น ช่างเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อมากๆ หากดูจากเส้นทางและพฤติกรรมที่เขาไปเกี่ยวข้อง
บทสรุปของเรื่องนี้มาจากนิตยสาร แดร์ ชปิเกิล (Der Spiegel) สื่อน้ำดีของเยอรมัน ที่ค้นพบข้อมูลว่า แม้เจ้าตัวจะทำงานให้ฝ่ายต่างๆ ที่ไม่ถูกกัน แต่คนที่เขา (เคย) ร่วมมือด้วยนั้น ทั้งโซเวียตและนาซี ได้สรุปชีวิตของสเตนเนสไว้ตรงกันว่า
“เขาประเมินขีดความสามารถในเส้นทางการเมืองของตัวเองสูงเกินไป”
“นั่นจึงทำให้สิ่งที่เขาทำมาทั้งหมด จบลงที่ความล้มเหลวและผิดพลาด”
ข้อมูลอ้างอิง
– https://www.spiegel.de/geschichte/walter-stennes-sa-fuehrer-und-spion-fuer-stalin-a-947674.html
– https://content.time.com/time/subscriber/article/0,33009,752786,00.html
Tags: สงครามโลกครั้งที่ 2, เคจีบี, เยอรมัน, สายลับโซเวียต, สงครามเย็น, โซเวียต, Haunted History, เยอรมนี, เจียง ไคเช็ก, นาซี, KGB, ฮิตเลอร์, วอลเตอร์ สเตนเนส, ประวัติศาสตร์, โจเซฟ สตาลิน, สตาลิน, สายลับเคจีบี




