ช่วงปีนี้ ไม่ว่าจะใช้โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มไหน ก็เจอคอนเทนต์ทายนิสัยจากดวงดาวหรือราศีเกิดเต็มไปหมด และไม่ใช่แค่ดูดวงรายเดือนตรวจสอบอนาคตว่าจะเจอกับอะไร เพราะเดี๋ยวนี้ลงลึกไปถึง ‘Birth Chart’ ที่มีรายละเอียดยิบย่อยกับการโคจรของดวงดาวตอนเราเกิด ซึ่งให้ข้อมูลมากกว่าทำนายดวง เพราะมันบอกแนวโน้มลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ รวมถึงรสนิยมของคนคนหนึ่งได้ทั้งชีวิต

สำหรับ Birth Chart เป็นโหราศาสตร์ตะวันตกที่ใช้วันเดือนปีเกิด รวมถึงเวลากับสถานที่เกิดเพื่อมาคำนวณการทำมุมของดวงดาวต่างๆ บนฟากฟ้าในตอนที่เราออกมาจากท้องแม่ ทั้งราศี (Zodiac) และลัคนา (Ascendant/ Rising Sign) อาจไม่ใช่ราศีเดียวกัน เพราะราศีเกิดคือการบอกตำแหน่งของดวงอาทิตย์ (Sun Sign) ว่าอยู่ในราศีอะไร ซึ่งราศีมักจะตรงกับเดือนอย่างที่เราเข้าใจกัน ขณะที่ลัคนาบอกตำแหน่งของดาวราศีที่อยู่ทิศตะวันออกตอนเราเกิด 

ตัวอย่างเช่น เกิดวันที่ 10 ตุลาคม 2559 เวลา 08.00 น. ที่กรุงเทพฯ จะอยู่ราศีตุลย์ (Libra) แต่ลัคนาคือราศีพิจิก (Scorpio) นอกจากลัคนาราศีแล้ว ยังระบุถึงดาวจันทร์ที่สื่อถึงเสน่ห์ของแต่ละคน และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งหากมีข้อมูล วันเวลา สถานที่เกิดทั้งหมด ก็สามารถนำไปคำนวณบนเว็บไซต์ Birth Chart อ่านแล้วคาดเดาได้ว่ามนุษย์คนนั้นนิสัยเป็นอย่างไร จะเจอกับอะไรบ้าง และมีรูปแบบชีวิตประมาณไหน

ผู้ใหญ่ซึ่งโตมาในสมัยที่มีข้อมูลน้อยจึงต้องพึ่งพาหมอดูให้ช่วยก่อนตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง และหลายคนก็ดูดวงให้ตัวเองเป็นงานอดิเรก แต่ปัจจุบันเป็นยุคที่ข้อมูลทุกอย่างหาได้จากอินเทอร์เน็ต อีกทั้งยังมีอะไรสนุกๆ ให้ทำมากมาย มีสื่อให้เลือกเสพหลากหลาย บางคนอาจมองว่าการนั่งดูดวง อ่านอนาคตที่ยังไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เป็นกิจกรรมที่แสนหมกมุ่นมากกว่า

ทว่า Gen Z ที่เกิดมาในยุคดิจิทัลกลับไม่ได้คิดว่าตำแหน่งดาวบน Birth Chart เป็นเรื่องงมงาย และคนรุ่นใหม่จำนวนมากยังเชื่อถือโหราศาสตร์เก่าแก่นี้ ชวนหาคำตอบว่าอะไรที่ทำให้วัยรุ่นเชื่อในอิทธิพลของดาว กับความจริงที่ว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กับโหราศาสตร์ ไม่ได้แยกขาดจากกันเสียทีเดียว มันยิ่งทำให้คนเข้าถึงโหราศาสตร์ได้ง่ายขึ้น และเมื่อ AI เริ่มเข้ามาเป็นตัวช่วยในชีวิตประจำวัน คนหันมาพึ่งพาหมอดู AI ให้ช่วยอ่านและวิเคราะห์ Birth Chart ให้ในไม่กี่นาที ทั้งใช้หาคำตอบให้กับชีวิตตัวเอง และนำมาเป็นเหตุผลรองรับพฤติกรรมของคนใกล้ตัว

แม้เทคโนโลยีก้าวหน้า แต่โหราศาสตร์ไม่เคยหายไป

ปฏิเสธไม่ได้ว่าโซเชียลฯ ทำให้คนรุ่นใหม่รู้เรื่องของโหราศาสตร์จนเกิดความสนใจในศาสตร์นี้  โดยบทความของ The Independent ในปี 2025 ระบุว่า บน TikTok มีคลิปวิดีโอมากกว่า 4 ล้านโพสต์ที่ติดแท็ก ‘Astrology’ ซึ่งในวันนี้ตัวเลขเพิ่มเป็น 6 ล้านโพสต์แล้ว 

คลิปบน TikTok มีครีเอเตอร์ทุกช่วงวัย และสิ่งที่น่าสนใจคือ คนอายุ 20-30 ปี ก็ให้ความสนใจโหราศาสตร์ทำนายนิสัยจากราศีอยู่มาก โดย เบลลา (Bella) ครีเอเตอร์จากลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งมีผู้ติดตาม 1.2 ล้านคน ได้ให้สัมภาษณ์กับ The Times และกล่าวว่า 

“แพลตฟอร์มโซเชียลฯ อย่าง TikTok และ Instagram ทำให้คนจำนวนมากเข้าถึงโหราศาสตร์ได้ง่ายขึ้น คอนเทนต์ที่มีเนื้อหาสั้น กระชับ และดึงดูดสายตา เช่น พวกมีม Reels และเทรนด์ที่เกี่ยวกับราศี เป็นสิ่งที่โดนใจคน Gen Z”

ทั้งนี้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และโหราศาสตร์ ไม่ได้แยกขาดจากกันเสียทีเดียว แถมยังถูกปรับเข้าหากันอีกด้วย อย่างเช่น แอปพลิเคชัน Co-Star จากสหรัฐอเมริกา ที่ใช้ข้อมูลการโคจรของดาวจาก NASA มาเป็นเครื่องมือในการคำนวณดวงของแต่ละคน ซึ่งเป็นการบูรณาการ 2 ศาสตร์ที่หลายคนมองว่าเป็นขั้วตรงข้าม และยังดึงดูดให้มียอดผู้ใช้งานทั่วโลกมากถึง 30 ล้านคนในปี 2023

และคาดการณ์ว่าในปี 2031 ยอดการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโหราศาสตร์ในสหรัฐฯ จะเติบโตขึ้นเป็น 2.28 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 7.65 แสนล้านบาท)

นี่คือตัวเลขที่สะท้อนความสนใจของคน Gen Z ที่มีต่อโหราศาสตร์ ศาสตร์เก่าแก่ที่ไม่เคยแพ้ให้กับโลกดิจิทัล

Gen Z เกิดในยุคดิจิทัล แต่เติบโตบนความไม่แน่นอน

หลายคนคงตั้งคำถามว่า “ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงยังดูดวง” ทำไมยังหาคำตอบชีวิตจากดวงดาวซึ่งไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเชื่อถือได้

หากย้อนกลับไปในยุคของ Baby Boomer, Gen X และ Gen Y หลายคนดูดวงเพราะอยากหาคำตอบให้กับคำถามต่างๆ ในชีวิต เช่น เจอเนื้อคู่หรือยัง แต่งงานกับคนนี้จะดีไหม หรือทำธุรกิจนี้จะรวยไหม

แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ มีคำถามที่อยากรู้มากมายกว่าเรื่องความรัก การเงิน และสุขภาพ เพราะ Gen Z เติบโตบนโลกแห่งความผันผวน ทั้งสงครามที่ยืดเยื้อไม่จบสิ้น กระทบเศรษฐกิจจนไม่รู้ว่าในอนาคตจะยังเหลืองานและเงินไหม วันดีคืนดีก็เจอภัยพิบัติทางธรรมชาติ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ไฟไหม้ ไหนจะสภาพสังคมการเมือง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่เจอรัฐประหารจนเริ่มหลอนว่าจะเกิดขึ้นอีก ยังไม่นับอุบัติเหตุทั่วไป เช่น ถนนยุบเป็นโพรงใหญ่ คานถล่มใส่หัว 

ชีวิตที่หาความมั่นคงไม่ได้ทั้งการเงิน การงาน และความมั่นคงทางใจ การดูดวงของคนรุ่นใหม่จึงสัมพันธ์กับการเยียวยาสุขภาพจิตด้วย

อันดรา บรอช (Andra Brosh) นักจิตวิทยาจากสหรัฐฯ ที่นำโหราศาสตร์และไพ่ทาโรต์เข้ามาใช้เพื่อการบำบัด ระบุบนเว็บไซต์ Psyche & Salt ของเธอว่า

“การเป็นวัยรุ่นในยุคปัจจุบันนั้นหนักหนาสาหัส มีความกดดันที่จะต้องวางแผนชีวิตให้ลงตัว ต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพ และต้องดูดี แม้ว่าที่จริงแล้วจะไม่เป็นเช่นนั้นก็ตาม และสำหรับ Gen Z ที่เติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดหย่อน ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหาด้านสุขภาพจิตที่เพิ่มสูงขึ้น และวัฒนธรรมดิจิทัลที่แทบจะไม่ให้เวลาพวกเขาได้พักผ่อนเลย หลายคนรู้สึกเหนื่อยล้า วิตกกังวล และไม่รู้ว่าจะไปทางไหนต่อ 

“แต่แทนที่จะหลีกหนีจากความรู้สึกเหล่านั้น หลายคนกลับใช้เครื่องมือทางจิตวิญญาณ เช่น โหราศาสตร์และไพ่ทาโรต์ เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อมองให้ลึกซึ้งมากขึ้น การใช้วิธีนี้ไม่ได้ให้คำตอบโดยตรง แต่ให้ความรู้สึกมั่นคง” นักจิตวิทยากล่าว

เช่นเดียวกับบทความของ Times of India ในปี 2024 

“Gen Z เติบโตขึ้นในโลกที่ไม่แน่นอน เต็มไปด้วยความท้าทายทางเศรษฐกิจ ความไม่สงบทางการเมือง และความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม ในสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอน โหราศาสตร์ช่วยให้ผู้คนรู้สึกว่าตนเองควบคุมสิ่งต่างๆ ได้ หรืออย่างน้อยก็ช่วยให้เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะดวงดาวที่เคลื่อนที่ไปตามแพตเทิร์นที่เดาได้อยู่แล้ว ช่วยปลอบใจในวันที่รู้สึกแย่ เช่น อาจเป็นเพราะดาวพุธถอยหลัง (Mercury Retrograde) หรือปีที่ชีวิตลำบากก็อาจเป็นเพราะราหูเข้า หรือการกลับมาของดาวเสาร์ (Saturn Return) ช่วยให้ Gen Z รับมือกับความขึ้นๆ ลงๆ ของชีวิตได้ง่ายขึ้น”

ทั้งนี้ The Independent ให้เหตุผลว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่อินเรื่องโหราศาสตร์กับ Birth Chart เป็นเพราะค่านิยมไม่มีศาสนา ทำให้คนหันมาสนใจการกำหนดชะตาชีวิตด้วยดวงดาว และเป็นสาย ‘Spiritual’ ที่เชื่อในตนเองและจักรวาล มากกว่าจะยึดถือคำสอนพระเจ้า โดยผลการศึกษาในปี 2023 ของ King’s College London ประเทศอังกฤษ พบว่า มีคนอังกฤษที่เชื่อในพระเจ้า 49% ขณะเดียวกันข้อมูลจาก YouGov ระบุว่า มีผู้หญิง 35% และผู้ชาย 22% ที่กล่าวว่าเชื่อใน Spiritual

การหาคำตอบชีวิตจากโหราศาสตร์ ดวงดาว ไพ่ทาโรต์ หรือ Spiritual อาจคล้ายกับการเป็นศาสนาของคนรุ่นใหม่ที่ไร้ศาสดาหรือพระเจ้าก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม เฮเลน คอฟเฟย์ (Helen Coffey) บรรณาธิการจาก The Independent กล่าวว่า น่ากังวลที่ 1 ใน 3 ของคน Gen Z มองว่าใช้โหราศาสตร์บำบัดแทนนักบำบัดตัวจริงได้ 

“ฉันเคยได้ยินคนใกล้ตัวพูดว่า ไม่ค่อยไว้ใจชาวราศีมีน (Don’t really trust Pisces) ซึ่งเป็นราศีเกิดของฉัน แม้เราจะหัวเราะกับเรื่องนี้ด้วยกัน แต่ฉันก็รู้สึกขุ่นเคืองกับความคิดโลกแคบที่เหมารวมว่าคนเราจะนิสัยแบบไหนตามราศี” คอฟเฟย์ระบุทิ้งท้ายบทความตัวเอง

โหราศาสตร์ยุค AI ใครก็อ่าน Birth Chart ได้ 

ในอดีตโหราศาสตร์ การดูดวงด้วย Birth Chart จำเป็นต้องอาศัยโหร หมอดูผู้เชี่ยวชาญ มาช่วยอ่านคำทำนายให้ เพราะต่อให้ใส่ข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตครบถ้วน แต่ด้วยสัญลักษณ์ของดวงดาวมากมายนับร้อยอัน ก็พาให้งุนงงว่ามันหมายถึงอะไร ตีความหมายด้วยตัวเองไม่ได้

แต่ในวันนี้การอ่าน Birth Chart ง่ายขึ้น เพราะทุกคนมี AI ไม่ว่าจะ ChatGPT หรือ Gemini ล้วนเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้หลายคนรู้เรื่องลึกขึ้น 

เมื่อรู้ลักษณะนิสัยของตัวเองแล้วพบว่ามันจริง จึงอยากลองเช็กกับคนใกล้ตัวบ้าง เช่น พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน ว่าจะตรงตามที่เราเห็นหรือไม่ ยิ่ง AI ช่วยสรุปให้ง่ายและเร็วเท่าไร หลายคนก็เริ่มหมกมุ่นกับกิจกรรมนี้ได้นานและถี่ขึ้น

ตอนนี้บนโซเชียลฯ มีคอนเทนต์มากมายเกี่ยวกับราศี ที่มากกว่าการทำนายดวง แต่เน้นไปที่บุคลิกนิสัยและความสัมพันธ์ 

“ต้องลองมีแฟนเป็นคนราศีพฤษภ (Taurus)”

“คนราศี ลัคนา ดาวจันทร์อยู่ในราศีสิงห์ (Leo) มีเสน่ห์ที่สุด” 

หรือ “คนราศีธาตุไฟธนู (Sagittarius) โกรธง่าย” 

แม้หลายคนมองว่าเป็นคอนเทนต์บันเทิง แต่ปรากฏการณ์นี้กำลังสะท้อนว่า Gen Z ไม่ได้ดู Birth Chart เพราะกังวลแค่เรื่องอนาคตและความผันผวนของโลก พวกเขายังวิตกกังวลกับการมีปฏิสัมพันธ์และเข้าสังคม อยากหาคำตอบว่าคนนั้นเป็นคนแบบไหน เขาจะคิดอย่างไรกับเรา ถ้าเราทำแบบนี้ในสถานการณ์นี้ เพื่อนจะตอบสนองอย่างไร

ซึ่งเรื่องเหล่านี้มันไม่มีทางหยั่งรู้ได้ จึงใช้ราศีมาหาคำตอบ 

“อ๋อ เขาเป็นแบบนี้เพราะเขาราศีพิจิก (Scorpio)”

แม้ความจริงแล้วอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเพราะราศี ก็ยังใช้ลัคนาหรือดาวดวงราศีอื่นมารองรับ อาจเป็นเพราะดาวจันทร์ เป็นเพราะดาวอังคาร พยายามหาคำตอบของพฤติกรรมให้เข้าช่อง Birth Chart ให้ได้

อย่างไรก็ตาม การดูดวงชีวิตเพื่อหาคำตอบจาก Birth Chart เป็นเรื่องของปัจเจก และไม่ใช่ความผิด แต่เป็นคนละเรื่องกับการใช้เพื่อตัดสินคนอื่นว่าคนนี้น่าคบ หรือคนนี้ควรหลีกเลี่ยง ทั้งที่บทสนทนามีแค่การถามลัคนาราศีเกิด ยังไม่ทันได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริง

สุดท้ายนี้ โหราศาสตร์อาจเป็นกรอบในการทำความเข้าใจโลกและชีวิต แต่ไม่ควรให้มันเป็นหลักเกณฑ์กำหนดว่าเราต้องปฏิบัติตัวแบบไหนกับใคร 

และขอให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างสบายใจได้ โดยไม่ต้องคิดว่าวันนี้ดาวโคจรทำมุมกับดวงเราอย่างไร 

 

ที่มา:

– https://timesofindia.indiatimes.com/astrology/others/the-rise-of-astrology-on-social-media-why-gen-z-is-turning-to-the-stars/articleshow/114461601.cms 

– https://www.independent.co.uk/liff2023e-style/astrology-gen-z-star-signs-moon-b2683469.html

– https://www.psycheandsalt.com/blog/gen-z-and-astrology

Tags: , , , ,