“หนูไม่ชอบผิวสีนี้”
“ทำไมหนูตัวอ้วน”
“หนูไม่อยากเป็นคนตาเล็ก”
คำถามของเด็กวัยไม่เกิน 10 ขวบ ที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับภาพลักษณ์ภายนอก ทั้งสีผิว หน้าตา รูปร่าง ไปจนถึงเชื้อชาติ ทั้งที่ถามถึงคนอื่น และพูดถึงตนเอง ประโยคเหล่านี้มักสร้างความลำบากใจให้ผู้ปกครองเสมอ เพราะไม่แน่ใจว่าควรอธิบายอย่างไร
ปัญหาไม่ใช่แค่การสื่อสารระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ แต่เป็นความกังวลในใจของพ่อแม่ด้วยว่า เมื่อลูกเริ่มไปโรงเรียน เจอเพื่อนและครู อาจกำลังรับเอาแนวคิดบิวตี้สแตนดาร์ด ซึ่งมองว่าสิ่งหนึ่งดูดี แต่อีกสิ่งหนึ่งไม่สวยงามตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก อย่างเช่น กรณีในสหรัฐอเมริกา เด็กเอเชียเติบโตมาในสังคมตะวันตก ตอนยังเด็กรู้สึกว่าไม่อยากเป็นเด็กอินเดีย หรือไม่อยากเป็นเด็กผิวเหลืองตาเล็ก เพราะตนเองแตกต่างจากเพื่อน และไม่สวยเท่าคนอื่นในสังคมคนผิวขาว
แม้แต่ในประเทศไทยเองก็มีเด็กเล็กที่ยังไม่เข้าสู่ช่วงวัยรุ่นด้วยซ้ำ ที่ไม่พอใจในรูปลักษณ์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปร่างอ้วนท้วม สีผิวเข้ม ผมหยิกฟู หรือลักษณะที่เด็กคิดว่าไม่ตรงตามมาตรฐานความงาม อย่างไรก็ตาม เด็กๆ หลายคนไม่ได้อยากไล่ตามบิวตี้สแตนดาร์ดเสมอไป เพราะบางครั้งเพียงแค่สงสัยว่า ลักษณะเฉพาะของร่างกายตนเองมันดีหรือไม่ดีกันแน่นะ
แล้วผู้ปกครองต้องคุยอย่างไร ให้เด็กรู้จักความแตกต่าง สร้างความมั่นใจให้ลูกรู้สึกภูมิใจในตัวเอง ไปจนถึงการเคารพความหลากหลายของมนุษย์คนอื่นๆ ในสังคม
เปิดใจรับฟัง และเน้นพูดคุยด้านความสามารถมากกว่าลักษณะภายนอก
แน่นอนว่าเด็กๆ จะเริ่มรับรู้ถึงความแตกต่าง และเรื่องบิวตี้สแตนดาร์ดเมื่อเขาไปโรงเรียนหรือเผชิญโลกนอกบ้าน ฉะนั้น เมื่อลูกกลับมาแล้วบอกว่า “หนูอยากเป็นคนเชื้อชาติอื่น” บริตทานี หว่อง (Brittany Wong) นักข่าวจาก HuffPost สื่อสหรัฐฯ แนะนำว่า วิธีการที่ดีที่สุดที่ควรทำในฐานะผู้ปกครองคือ ‘ตั้งใจฟังลูกให้จบ’ เพราะความจริงลูกอยากให้เราฟัง แล้วแบ่งปันประสบการณ์หรือความรู้สึกกับเขา
จากนั้นพ่อแม่ควรหลีกเลี่ยงคำพูดเชิงลบเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตา แต่ให้พูดถึงทักษะและความสามารถที่ไม่เกี่ยวกับลักษณะภายนอกแทน กล่าวชมลูกในข้อดี เช่น ลูกมีความคิดสร้างสรรค์ เล่นกีฬาเก่ง หรือเรียนเก่ง เพราะเมื่อเด็กรู้สึกภาคภูมิในทักษะความสามารถของตัวเอง พวกเขาก็จะมองข้ามเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก ทั้งของตัวเองและคนอื่น
ทั้งนี้ ยังควรกล่าวชื่นชมคนอื่นรอบตัวให้ลูกฟังเป็นประจำโดยไม่พูดถึงรูปร่างหน้าตา เช่น กล่าวชมความมีน้ำใจของคนข้างบ้าน ชมคนที่พูดจาสุภาพ นอบน้อม เพื่อปลูกฝังความคิดที่ว่า มันไม่สำคัญเลยว่าใครจะมีหน้าตาแบบไหนหรือเชื้อชาติอะไร
สื่อคืออาวุธสำคัญ
หากใครปล่อยให้ลูกเล่นโซเชียลมีเดียตั้งแต่ยังเด็ก ย่อมมีแนวโน้มที่เด็กจะรับเอาแนวคิดบิวตี้สแตนดาร์ดได้รวดเร็วกว่าในอดีต อย่างไรก็ตาม การไปโรงเรียนแล้วได้คุยกับเพื่อน หรือเห็นการเลือกปฏิบัติจากคุณครู ลูกก็อาจซึมซับค่านิยมเกี่ยวกับร่างกายมาโดยไม่รู้ตัว
ดังนั้น ผู้ปกครองควรต่อสู้โดยใช้สื่อเป็นอาวุธ
จากกรณีของ ไซ เซชาดริ (Sai Seshadri) ชาวนิวยอร์กเชื้อสายอินเดีย ได้พิสูจน์ว่าสื่อมีอิทธิพลต่อความภูมิใจของเธออย่างมาก
“ตอนเด็ก ฉันมักคิดว่าฉันไม่อยากเป็นคนอินเดีย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสื่อและสภาพแวดล้อมที่ฉันอยู่ทำให้ฉันเชื่อว่า หากอยากถูกมองว่าสวย ป็อปปูลาร์ หรือประสบความสำเร็จ คุณต้องเป็นคนผิวขาว” เธอกล่าวกับ HuffPost
แต่การได้เห็นใบหน้าของคนอินเดียและชาวเอเชียใต้บนหน้าจอโทรทัศน์มากขึ้น เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตวัยเด็กของเธอ ที่ทำให้รู้สึกภูมิใจในสีผิวและเชื้อชาติของตัวเอง
“แค่นั้นก็สร้างความแตกต่างอย่างมากในการต่อสู้กับความเกลียดชังตนเองทางเชื้อชาติแล้ว” เซชาดริระบุ
หน้าที่ของพ่อแม่ คือการหาทั้งหนังสือ ภาพยนตร์ และรายการโทรทัศน์ ซึ่งนำเสนอความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนพิการ คนต่างศาสนา ต่างวัย และทักษะที่แตกต่างกัน อาจยกตัวอย่างความสามารถของเหล่านักกีฬาหรือนักดนตรี เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า ทักษะต่างๆ ไม่เกี่ยวข้องกับลักษณะภายนอกเลย
สุดท้ายนี้ การบ่มเพาะเกี่ยวกับความหลากหลายควรเริ่มต้นตั้งแต่ยังเด็ก อาจชวนลูกสังเกตผู้คนในจอทีวี หรือการ์ตูน แล้วเริ่มชวนคุยด้วยประโยคง่ายๆ ว่า “แต่ละตัวละครไม่มีใครเหมือนกันเลย แต่ก็เป็นเพื่อนกันได้”
ที่มา:
– https://www.huffpost.com/entry/kids-say-dont-want-to-be-their-race_l_6019d9fbc5b6c2d891a41827
– https://www.readbrightly.com/how-talk-young-children-skin-color/
– https://www.riseabovetreatmentcenter.org/blog/6av5f9kgifjq7prfme3pnjd7kmay99
– https://www.todaysparent.com/toddler/toddler-health/ways-to-prevent-kids-body-image-issues/
Tags: แนวคิดบิวตี้สแตนดาร์ด, การสื่อสาร, ความหลากหลาย, Beauty Standard, ภาพลักษณ์, Family Tips, บิวตี้สแตนดาร์ด




