จุดเริ่มต้นของวงภูมิจิต

01.44

ภูมิจิตเป็นวงอินดี้ที่ทำกันมาตั้งแต่ปี 2002 ที่อยู่โยงกันมาจนถึงวันนี้ได้ในขณะที่วงในยุคเดียวกันหลายๆ วงถ้าไม่ดังไปเลยก็เลิกทำไปแล้ว สิ่งที่ทำให้อยู่รอดมาได้พุฒิบอกว่าเพราะทั้งสี่คนนั้นเป็นเพื่อนกัน เวลามาเจอกันมันก็เหมือนมาพบปะสังสรร แม้จะเจอกันไม่บ่อยแต่ก็พยายามจะมาเจอกันสัปดาห์ละครั้ง อย่างที่สองคือเพราะยังมีคนตามฟังเรื่อยๆ ด้วยความที่วงยังไม่ได้ดังมากคนที่เพิ่มมาตามฟังก็จะเหมือนได้ฟังอะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา

จุดเริ่มต้นนั้นเริ่มมาจากช่วงมหาวิทยาลัย พุฒิและกานต์ได้รู้จักกันผ่านเพื่อนของทั้งสองคนอีกที เมื่อรู้ว่าฟังเพลงแนวเดียวกันก็กลายเป็นเพื่อนที่ตระเวณดูคอนเสิร์ตกันทุกงาน จนมาวันนึงที่มีงานประกวดในมหาวิทยาลัยพุฒิเลยชวนกานต์มาประกวดด้วยกัน และเอาเพลงที่เคยเขียนแต่งเก็บไว้มาทำดนตรีอย่างจริงจัง

หลังจากนั้นก็มีการฟอร์มวงอย่างจริงจัง แต่เมื่อผ่านไปสมาชิกชุดนั้นก็เริ่มต้องออกไปทำหน้าที่ของตัวเอง จึงมีการหมุนเวียนสมาชิกใหม่เข้ามา อย่างเช่นแมกที่ได้เข้ามาร่วมวงเพราะวันนั้นมือกลองของวงเบี้ยวไม่มาเล่น ทางวงก็เล่นเพลงของตัวเองไป แล้วอยู่ๆ แมกก็เดินขึ้นมาตีกลองบนเวทีจนจบเพลง มาถามทีหลังว่าทำไมวันนั้นขึ้นมาตีแมกก็บอกว่าตอนนั้นดูผิด นึกว่ากานต์เป็นรุ่นพี่ที่ศิลปากรเลยเดินขึ้นมาแจม ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่รู้จักใครสักคน

ภูมิจิต ณ วันนี้

07.59

ฟอร์มวงได้สักพักพุฒิก็ตัดสินใจส้งเดโมไปช่วง Bedroom Studio ของแฟตเรดิโอ ซึ่งก็โดนสับเละเลยตอนนั้น แต่ก็ยังพยายามโทรไปขอเพลงตัวเองอยู่ทุกสัปดาห์ ก็ทำอยู่สักพักจนมาได้เดบิวจริงในงาน LIVE in a day ครั้งแรก ก็เป็นงานแรกที่ได้เล่นต่อหน้าคน 700-800 คน จนเป็นที่รู้จักตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ชีวิตหลังจากแฟตเรดิโอ

09.15

หลังจากแฟตเรดิโอปิดตัวไปทำให้ช่องทางโปรโมตของวงายไปด้วย แต่ความโชคดีอย่างหนึ่งคือภูมิจิตเป็นวงที่ใกล้ชิดกับแฟนเพลง มีการจัดมีตติ้งบ้าง คุยกันบ้าง แฟนเพลงแต่งงานก็ไปร่วมงาน คุณพ่อแฟนเพลงเสียก็ไป ก็จะมีการสร้างกลุ่มไลน์เพื่อคุยกับแฟนเพลง ในขณะเดียวกันพุฒิก็จะเป็นคนตอบคอมเมนต์เองทั้งในเฟสบุ๊กและทวิตเตอร์ ซึ่งความสัมพันธ์กับแฟนเพลงแบบนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก สำหรับเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังทำวงกันพุฒิแนะนำว่าสิ่งสำคัญอย่างแรกคือต้องทำเพลงให้โดนใจคนก่อน แต่อย่างที่สองที่ควรทำควบคู่ไปด้วยคือการจริงจังกับแฟนเพลง

The songs that changed my life

13.45

เพลย์ลิสต์จากปี 1997 ปีที่เปลี่ยนชีวิตและกำหนดเส้นทางของพุฒิตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

Moderndog – รูปไม่หล่อ
“เป็นเพลงที่ผมหัดเล่นกีตาร์ เพราะผมรูปไม่หล่อครับ เลยใช้เพลงนี้เป็นตัวแทนของตัวเอง”

Yokee Playboy – ยิ้ม
“เป็นซีดีแผ่นแรกที่ซื้อครับ เมื่อก่อนซีดีจะขายแผ่นละ 300 แต่แผ่นนี้ขายแค่ 150 เลยมีตังค์ซื้อได้”

Oasis – Stand By Me
“เป็นชุดแรกที่ผมได้ซื้อมาฟังจริงๆ หลังจากที่ได้ยินคนเค้าคลั่งไคล้กันมานาน และเป็นเพลงแรกที่ผมเล่นกับกานต์ที่หน้าคณะตอนอยู่เกษตรด้วย”

Blur – Song 2
“ผมได้ฟังเพลงนี้จากเพื่อสมัยเด็กที่ชื่อไอ้ฝอ ซึ่งสมัยเด็กเนี่ยผมเป็นคนเลือดร้อนมาก วันนึงผมก็อาละวาดพังห้องเลย แล้วไอ้ฝอก็เดินมาพร้อมกระจกบานนึง แล้วพูดสั้นๆ ว่า “มองตน” ผมก็หยุดทุกอย่างเลย นั่นเป็นการเรียนรู้ครั้งใหญ่ ทำให้นึกถึงเพลงนี้ขึ้นมา”

The Verve – Bitter Sweet Symphony
“บ้านผมไม่ได้ติดเคเบิลเลยต้องคอยจูนทีวีเพื่อดูช่อง MTV ซึ่งวันนึงที่จูนติดผมเห็นภาพผู้ชายคนนึงเดินอยู่บนถนนแล้วปีนขึ้นไปบนรถ เพื่อนผมคนนึงที่นั่งดูด้วยกันก็ตะโกนขึ้นมาว่า “เนี่ย โคตรเก๋าเลย” ผมก็เลยดูจนจบ และพอได้ฟังอีกรอบก็รู้สึกว่าเครื่องสายตอนอินโทรมันเพราะจัง เลยเป็นแฟน The Verve ตั้งแต่นั้น”

LIVE Session – ชั่งหัวมัน 

31.15

ซิงเกิลล่าสุดจากวงภูมิจิตที่ทำร่วมกับนิตยสาร Happening ในโปรเจ็กต์ ‘Heart Work’ ที่ให้ศิลปินสร้างผลงานด้วยแรงบันดาลใจจากโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งพุฒิก็นำไอเดียจากโครงการ ‘ชั่งหัวมัน’ นี้มาต่อยอดเป็นเพลงนี้นี่เอง

Tags: , , , , , , ,