นอกจาก ‘วงการวิ่ง’ ที่แทรกซึมกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนเมืองไปแล้ว อีกหนึ่งกีฬาที่กำลังส่งสัญญาณเติบโตอย่างก้าวกระโดดคือ ‘เทนนิส’

หากสำรวจพฤติกรรมและความคิดเห็นในวงการกีฬา จะพบสัญญาณที่สอดคล้องกันทั่วทั้งระบบนิเวศ ตั้งแต่ความต้องการซื้อไม้เทนนิสหลักหมื่นบาทที่ขายดีจนบางรุ่นขาดตลาด เสื้อผ้าสาย Tenniscore ที่ข้ามเส้นจากชุดแข่งขันสู่สตรีทแฟชั่น ไปจนถึงยอดจองคอร์สเรียนและสนามเทนนิสที่ถูกจับจองแน่นทุกช่วงเวลา แม้กระทั่งสล็อตวันธรรมดาช่วงกลางวันซึ่งเคยมีคนน้อยก็ยังเกือบเต็ม

สิ่งเหล่านี้อาจดูเป็นเพียงพฤติกรรมของคนกลุ่มหนึ่ง แต่เมื่อมองผ่านข้อมูลตลาด จะเห็นว่าเทนนิสกำลังเคลื่อนตัวจากการเป็นเพียงกีฬา สู่การเป็นส่วนหนึ่งของ Active Lifestyle, Fashion และ Experience Economy

จากกีฬา สู่ Active Economy

ข้อมูลจาก KTC ที่เผยแพร่ในเดือนพฤษภาคม 2569 สะท้อนภาพของตลาดกีฬาไทยได้ค่อนข้างชัด โดยแพลตฟอร์มจองสนามกีฬา matchday ระบุว่า มีสนามกีฬาในระบบ 114 แห่งทั่วประเทศ จำนวนสนามเพิ่มขึ้น 80% ระหว่างปี 2567-2568 และเพิ่มขึ้นอีก 22% ในช่วงต้นปี 2569 ขณะที่ยอดจองสนามรวมเติบโต 35% ในปี 2569

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ในกลุ่มเทนนิสและพิกเคิลบอล ยอดจองสนามช่วงต้นปี 2569 เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 669% สะท้อนพฤติกรรมที่ผู้บริโภคไม่ได้แค่อยากออกกำลังกาย แต่พร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ ความสะดวก และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ภาพนี้สอดคล้องกับแนวคิดเรื่อง Active Economy ที่กำลังขยายตัว เมื่อกีฬาไม่ได้จบลงที่การออกแรง แต่เชื่อมต่อไปยังค่าใช้จ่ายอีกหลายส่วน ตั้งแต่ค่าคอร์สเรียน ค่าสมาชิกสนาม อุปกรณ์ เสื้อผ้า รองเท้า การเดินทาง ไปจนถึงคาเฟ่และกิจกรรมทางสังคมรอบสนาม พูดอีกแบบคือ คนไม่ได้ซื้อกีฬาอย่างเดียว แต่กำลังซื้อไลฟ์สไตล์ที่มากับกีฬา

ตลาดอุปกรณ์เทนนิสยังโต และผู้เล่นยอมจ่ายเพื่อของที่ดีขึ้น

ข้อมูลจาก Grand View Research ประเมินว่าตลาดอุปกรณ์เทนนิสทั่วโลกมีมูลค่า 3.77 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.25 แสนล้านบาท) ในปี 2021 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.52 แสนล้านบาท) ในปี 2030 หรือเติบโตเฉลี่ย 2.2% ต่อปี

แม้ตัวเลขดังกล่าวจะเป็นการคาดการณ์จากฐานข้อมูลปี 2021 แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ โครงสร้างของตลาดที่กำลังเปลี่ยนไป โดยเฉพาะการเติบโตของกลุ่มกีฬาเทนนิสและแร็กเกต ซึ่ง Grand View Research ระบุว่าเป็นเซกเมนต์ที่มีแนวโน้มเติบโตเร็วที่สุด ขณะที่รองเท้ายังเป็นหมวดสินค้าที่มีรายได้สูงที่สุด โดยคิดเป็นมากกว่า 30% ของตลาดในปี 2021 

เมื่อเจาะลึกพฤติกรรมผู้เล่นจะพบว่า ขีดความสามารถในการจับจ่ายของผู้เล่นเทนนิสเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ไม้เทนนิสระดับหลักหมื่นบาทไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในกลุ่มนักกีฬามืออาชีพอีกต่อไป แต่กลายเป็นสินค้าที่ผู้ที่เริ่มต้นหรือมือสมัครเล่นให้ความสนใจ และพร้อมจ่ายได้อย่างไม่ลังเล

ปรากฏการณ์นี้เจริญรอยตาม ‘Running Economy’ ที่ผู้บริโภคยินดีลงทุนกับรองเท้าวิ่งระดับท็อป เพราะมองว่าอุปกรณ์คือปัจจัยสำคัญที่เพิ่มเพอร์ฟอร์แมนซ์และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้น แสดงให้เห็นว่าตลาดเทนนิสในปัจจุบันได้ก้าวข้ามการแข่งขันด้านราคา ไปสู่สนามการแข่งขันด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม เพอร์ฟอร์แมนซ์ และความชื่นชอบเฉพาะบุคคลอย่างเต็มรูปแบบ

เมื่อ ‘เสื้อเทนนิส’ ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อสนามเท่านั้น

อีกด้านหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ กลุ่มเครื่องแต่งกาย Strategic Market Research ประเมินว่า ตลาดเสื้อผ้าเทนนิสทั่วโลกมีมูลค่า 5.84 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.93 แสนล้านบาท) ในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 8.71 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2.89 แสนล้านบาท) ในปี 2032 หรือเติบโตเฉลี่ย 5.9% ต่อปี 

ความน่าสนใจของเทรนด์นี้คือ การเติบโตไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในกลุ่มผู้เล่นในสนามเท่านั้น รายงานจำแนกการเติบโตออกเป็นหลายเซกเมนต์ ตั้งแต่การเล่นเพื่อความสนุก (Recreational & Club Tennis), การแข่งขันจริงจัง (Competitive Play), การเรียนการสอน (Training & Academy) ไปจนถึงกลุ่มไลฟ์สไตล์และแฟชั่น (Lifestyle & Athleisure) โดยมีกลุ่มการเล่นเพื่อความสนุกเป็นขุมพลังหลักในการขับเคลื่อนตลาด ขณะที่ฝั่งไลฟ์สไตล์กำลังขยายพรมแดนของธุรกิจให้ทะลุออกไปนอกสนามอย่างเห็นได้ชัด

ตัวแปรสำคัญคือกลุ่มผู้หญิง ซึ่งครองสัดส่วนสูงถึง 58.6% ของตลาดเสื้อผ้าเทนนิสในปี 2025 โดยนิยามการใช้งานได้ก้าวข้ามชุดแข่ง สู่สตรีทแฟชั่นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นกระโปรงเทนนิส เดรส หรือชุดเซ็ตเข้าคู่ ปรากฏการณ์นี้เองที่เป็นเชื้อเพลิงจุดติดกระแส ‘Tenniscore’ ให้กลายเป็นอีกหนึ่งเทรนด์หลักของวงการแฟชั่นโลก

Tenniscore เมื่อสนามเทนนิสกลายเป็นแรงบันดาลใจของแฟชั่น

Tenniscore คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดที่สุดว่า เส้นแบ่งระหว่างกีฬากับแฟชั่นกำลังบางลง

WGSN ซึ่งวิเคราะห์เทรนด์แฟชั่นจากข้อมูลของ International Tennis Federation ระบุว่า จำนวนผู้เล่นเทนนิสทั่วโลกเพิ่มขึ้น 5% เป็นมากกว่า 87 ล้านคน และมองว่า Tenniscore เป็นจุดตัดระหว่างเสื้อผ้าแฟชั่น ชุดออกกำลังกาย และความลักชูรี 

อย่างไรก็ตาม เทรนด์ Tenniscore ไม่ได้อยู่แค่การที่คนเล่นเทนนิสมากขึ้น แต่คือการที่ภาพจำของเทนนิสถูกนำออกจากสนามมาอยู่บนถนน ทั้งกระโปรงพลีต เสื้อโปโล เสื้อไหมพรม รองเท้าสีขาว หรือชุดเดรสที่ได้แรงบันดาลใจจากนักเทนนิส สามารถกลายเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นได้ แม้ผู้สวมใส่อาจไม่ได้จับแร็กเกตเลยด้วยซ้ำ

ข้อมูลจาก A.M. Custom Clothing ยิ่งสะท้อนเรื่องนี้ผ่าน Google Trends โดยพบว่า การค้นหา ‘Tennis Dresses’ ทั่วโลกในเดือนเมษายน 2024 เพิ่มขึ้น 65% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ในสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น 30% เป็นการยืนยันว่าเทนนิสเป็นหนึ่งในประเภทกีฬาที่ขึ้นชื่อเรื่องแฟชั่นที่สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน

‘เล่นจริง’ และ ‘แต่งตัวเหมือนเล่น’ เติบโตไปพร้อมกัน

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของกระแสเทนนิสในวันนี้ อาจไม่ใช่จำนวนผู้เล่นที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่คือการเกิดขึ้นพร้อมกันของผู้บริโภค 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ คนที่เล่นจริง จ่ายค่าคอร์สเรียน จองสนาม ซื้อไม้ ซื้อรองเท้า ซื้อเสื้อ และอาจพัฒนาตัวเองไปจนถึงการลงแข่งขัน

อีกกลุ่มคือ ผู้บริโภค Tennis Lifestyle ที่อาจไม่ได้เล่นเทนนิสเป็นประจำ แต่ชอบเสื้อผ้าและภาพลักษณ์แบบ Tenniscore รวมถึงแบรนด์ที่หยิบเอาสไตล์ของเทนนิสมาสร้างเป็นแฟชั่น

ทั้ง 2 กลุ่มนี้ซ้อนทับกัน และทำให้ตลาดขยายตัวเร็วกว่าการเติบโตของจำนวนผู้เล่นเพียงอย่างเดียว

ด้าน Strategic Market Research ยังพบว่า Premium Performance Apparel คิดเป็น 35.2% ของตลาดเสื้อผ้าเทนนิสปี 2025 ขณะที่กลุ่มคอลเลกชันแฟชั่นระดับลักชูรีคิดเป็น 15.8% สะท้อนการขยับขึ้นของมูลค่าสินค้าที่อยู่ระหว่างชุดกีฬากับแฟชั่น

ทำไมเทนนิสถึงเหมาะกับคนเมือง

เมื่อเทียบกับกีฬาบางประเภท เทนนิสมีข้อได้เปรียบในฐานะ Urban Sport ผู้เล่นสามารถนัดกันเล่นเป็นกลุ่มเล็กๆ ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง และเล่นได้ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงระดับแข่งขัน

นอกจากนี้ยังมีมิติทางสังคมสูง เพราะการจองคอร์สหรือสนามไม่ได้จบลงที่การออกกำลังกาย แต่กลายเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลาร่วมกับเพื่อน คนรู้จัก หรือกลุ่มคนที่มีความสนใจคล้ายกัน

นี่ทำให้เทนนิสตอบโจทย์พฤติกรรมของคนเมืองยุคใหม่ที่ต้องการให้กิจกรรมหนึ่งอย่างตอบโจทย์หลายมิติพร้อมกัน ทั้งสุขภาพ สังคม และความสนุก

และเมื่อมีโซเชียลมีเดียเข้ามาเป็นตัวเร่ง การเล่นกีฬาก็กลายเป็นคอนเทนต์ได้เช่นกัน ตั้งแต่การแชร์ผลการแข่งขัน คลิปฝึกซ้อม รีวิวไม้เทนนิส ไปจนถึงการแต่งตัวไปสนาม สนามเทนนิสจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ออกกำลังกาย แต่กลายเป็น Social Space และ Content Space ได้พร้อมกัน

ธุรกิจที่โตตามไม่ได้มีแค่คนขายไม้

เมื่อจำนวนผู้เล่นเพิ่มขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือการขยายตัวของธุรกิจรอบระบบนิเวศ ตั้งแต่สนามเทนนิส โรงเรียนสอนเทนนิส ครูผู้ฝึกสอน ร้านขายอุปกรณ์ ร้านอาหาร และคาเฟ่ใกล้สนาม ไปจนถึงแพลตฟอร์มสำหรับค้นหาและจองสนาม

ในกรณีของไทย ข้อมูลจาก KTC ยังสะท้อนว่า แพลตฟอร์มดิจิทัลกำลังเข้ามามีบทบาทในการทำให้การใช้บริการกีฬาเข้าถึงง่ายขึ้น และเชื่อมผู้บริโภคเข้ากับธุรกิจบริการกีฬาโดยตรง นี่จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจในเชิงระบบนิเวศทางธุรกิจ เพราะการเติบโตของผู้เล่นหนึ่งคนสามารถสร้างรายได้ให้กับธุรกิจหลายประเภท

และเอเชียเป็นตลาดที่ต้องจับตา

Grand View Research ประเมินว่า เอเชียแปซิฟิกจะเป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดของตลาดอุปกรณ์เทนนิส โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีอยู่ที่ 2.5% ในช่วง 2022-2030 และมองว่าการเพิ่มขึ้นของผู้เล่น การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา และกระแสฟิตเนสในกลุ่ม Millennials เป็นปัจจัยสำคัญ

ขณะที่ข้อมูลอีกชุดจาก 6Wresearch ระบุว่า การนำเข้าอุปกรณ์เทนนิสของไทยในปี 2024 เติบโต 23.51% จากปีก่อน และมีอัตราการเติบโตต่อปีสูงถึง 34.95% ในช่วง 2020-2024 ซึ่งเป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่สะท้อนว่า ความต้องการอุปกรณ์ในตลาดไทยกำลังขยายตัว 

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าตลาดเทนนิสไทยกำลังเติบโตในอัตราเดียวกับตลาดนำเข้าโดยตรง แต่สะท้อนว่ามีแรงขับเคลื่อนที่น่าจับตามอง และเมื่อประกอบกับภาพจากสนามจริง ทั้งคอร์สเรียนที่เต็ม สนามที่ถูกจองเพิ่มขึ้น และผู้บริโภคที่พร้อมลงทุนกับอุปกรณ์ระดับสูง จึงทำให้เทนนิสเป็นหนึ่งในตลาด Sports Lifestyle ที่น่าสนใจของไทยในเวลานี้

จาก ‘Sport Trend’ สู่ ‘Business Trend’

ท้ายที่สุดแล้ว กระแสเทนนิสที่เกิดขึ้นจึงอาจไม่ใช่แค่การที่คนจำนวนมากขึ้นหันมาเล่นกีฬา แต่คือการที่เทนนิสกำลังถูกเปลี่ยนความหมายจากกีฬาเข้าสู่โลกไลฟ์สไตล์

บางคนอาจเริ่มจากการอยากออกกำลังกาย ก่อนสมัครคอร์สเรียน จากนั้นซื้อไม้ที่ดีขึ้น เมื่อเล่นเก่งขึ้นก็ซื้อเสื้อและรองเท้าที่เหมาะกับตัวเอง ก่อนจะเริ่มเข้าสู่คอมมูนิตี้ และอาจต่อยอดไปสู่การแข่งขัน

ในอีกด้านหนึ่ง คนที่ไม่เคยเล่นเทนนิสก็เข้ามาอยู่ในระบบนิเวศนี้ผ่านแฟชั่น Tenniscore ได้ นั่นทำให้ตลาดเทนนิสไม่ได้เติบโตเพราะจำนวนคนเล่นเพียงอย่างเดียว แต่เติบโตจากจำนวนคนที่อยากเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมเทนนิส 

และนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมวันนี้ไม้เทนนิสหลักหมื่นถึงขายดี เสื้อเทนนิสถึงกลายเป็นแฟชั่นไอเท็ม คอร์สเรียนถึงเต็มในวันธรรมดา และครูสอนเทนนิสชื่อดังถึงมีคิวแน่น

ที่มา:

https://www.grandviewresearch.com/industry-analysis/tennis-equipment-market-report

https://www.strategicmarketresearch.com/market-report/tennis-apparel-market

https://www.retailnews.ai/article/wgsn-tennis-fashion-insights

https://www.amcustomclothing.co.uk/2024/04/29/tenniscore-trend-data/

https://www.ktc.co.th/news/product-and-service/pickleball-tennis

https://www.6wresearch.com/industry-report/thailand-tennis-equipment-market

ภาพ: Courtesy of Sporty & Rich

Tags: , , , , ,