แบรนด์ไทยรุ่นใหม่ในวันนี้ ไม่ได้ถามตัวเองว่า “จะขายอะไรดี” แต่กำลังถามคำถามที่ยากกว่าและสำคัญกว่า “แบรนด์เรามีจุดยืนอะไรในโลกนี้” และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้บางแบรนด์ไม่ได้โตเร็วที่สุด แต่มีโอกาสโตไกลที่สุดในระยะยาว

ปี 2026 คือช่วงเวลาที่คำว่า Creativity ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ทำให้แบรนด์ดูเท่อีกต่อไป แต่กลายเป็นการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ตัดสินว่า ใครจะอยู่รอด ใครจะโต และใครจะถูกกลืนหายไปในตลาดที่สินค้าแทบไม่ต่างกัน

ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น แบรนด์ไทยจำนวนหนึ่งเริ่มขยับจากการขายสินค้า ไปสู่การสร้างจุดยืน และวิธีคิดที่ชัดเจน นี่คือ 3 แบรนด์สายสร้างสรรค์ที่น่าจับตา ไม่ใช่เพราะยอดขายวันนี้ แต่เพราะศักยภาพในวันข้างหน้า

PIPATCHARA – เมื่อ Sustainability ไม่ใช่กิมมิก แต่คือแกนธุรกิจ

PIPATCHARA เป็นหนึ่งในแบรนด์แฟชั่นไทยที่ทำให้คำว่า Upcycling กลายเป็น Core Business อย่างแท้จริง

ไม่ใช่แค่คอลเลกชันพิเศษ ไม่ใช่แคมเปญ CSR แต่คือโครงสร้างการผลิตทั้งระบบ จุดแข็งของแบรนด์ไม่ใช่แค่ความรักษ์โลก แต่คือการทำให้วัสดุเหลือใช้กลายเป็นงานดีไซน์ที่มีคุณค่าในตลาดแฟชั่นระดับสากล สะท้อนเทรนด์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาสินค้าที่มี ความหมาย มากพอจะพกติดตัวไปใช้ในชีวิตประจำวัน

โดยล่าสุด PIPATCHARA ได้ร่วมกับ  การบินไทย เปิดตัว ‘ปานบุปผา’ เข็มกลัดดอกกล้วยไม้คอลเลกชันพิเศษ ที่ผลิตจากฝาขวดน้ำแร่ Royal Orchid ที่ใช้แล้วจากบนเที่ยวบินและบริการภาคพื้น ผ่านกระบวนการออกแบบและแปรรูปใหม่เป็นศิลปะประดับ (Wearable Art) โปรเจกต์นี้สะท้อนชัดว่า PIPATCHARA ไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่กำลังขายแนวคิดของการให้ชีวิตใหม่กับทรัพยากร

SARRAN – เครื่องประดับไทยที่เล่นกับ Pop Culture ได้อย่างสง่างาม

SARRAN แบรนด์เครื่องประดับที่เริ่มต้นโดยคนไทย กำลังแสดงให้เห็นว่า Thai Identity ไม่จำเป็นต้องถูกเล่าในกรอบเดิมๆ เครื่องประดับของแบรนด์หยิบรากวัฒนธรรมไทยมาแปลใหม่ให้ร่วมสมัย สนทนากับโลกแฟชั่น และเชื่อมต่อกับป็อปคัลเจอร์ได้อย่างแยบยล

สิ่งที่ทำให้ SARRAN น่าจับตาในเชิงธุรกิจ คือความสามารถในการยืนอยู่ระหว่าง Luxury และ Cultural Storytelling โดยไม่ทำให้วัฒนธรรมกลายเป็นของประดับฉาบฉวย แบรนด์ไม่ได้ใช้วัฒนธรรมแค่ผิวเผิน แต่ทำงานกับมันอย่างลึกซึ้ง เคารพสิ่งที่ได้มา และแปลงให้เป็นดีไซน์ร่วมสมัยโดยยังคงคุณค่าอยู่

หนึ่งในผลงานที่ถูกพูดถึงอย่างมากของ SARRAN คือคอลเลกชัน Oriental Blue โดยใช้ศิลปะการซ่อมแซมเครื่องปั้นดินเผามาประกอบสร้างเครื่องประดับชิ้นใหม่ ในคอลเลกชันนี้เน้นการใช้ถ้วยลายครามแบบไทย ผสมผสานแรงบันดาลใจจากศิลปะไทย จนเกิดเป็นเครื่องประดับร่วมสมัยและสวมใส่ได้จริง

Qualy – Design Brand ที่ขายวิธีคิด มากกว่าสินค้า

หลายคนอาจเคยเห็นโปรดักส์ของ Qualy กันมาแล้ว ทั้งพระสติ, บอร์ดเกม Waste War หรือสารพัดสินค้าที่ดีไซน์จากวัสดุเหลือใช้

Qualy เป็นตัวอย่างของแบรนด์ที่เข้าใจว่า ดีไซน์ไม่ได้จบแค่ความสวย แต่คือเครื่องมือในการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค ตามแนวคิด Everyday Object

แนวคิด Everyday Object ถูกออกแบบให้แฝงแนวคิดเรื่องสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และความรับผิดชอบต่อโลกไว้อย่างแนบเนียน โดยที่แบรนด์ไม่จำเป็นต้องสื่อสารตรงๆ ว่ากำลังรักษ์โลก แต่เลือกให้ผู้ใช้เรียนรู้ผ่านการใช้งาน ตั้งแต่การหยิบจับ การวาง ไปจนถึงการตั้งคำถามกับพฤติกรรมเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นวิธีสื่อสารที่ทรงพลังและยั่งยืนกว่าแคมเปญรณรงค์ใดๆ

ในเชิงแบรนด์ Qualy คือกรณีศึกษาของธุรกิจที่ขาย Mindset ไปพร้อมกับสินค้า แต่สิ่งที่ทำให้น่าสนใจยิ่งขึ้น คือการที่แบรนด์ไม่ได้พยายามทำตัวเป็นผู้สอนหรือผู้ชี้นำ หากเลือกออกแบบวัตถุให้ทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นการคิด เปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้ตีความและเรียนรู้ด้วยตัวเอง

แม้จะไม่ใช่แบรนด์น้องใหม่ และอยู่ในตลาดมานานพอจะผ่านหลายยุคของเทรนด์รักษ์โลก แต่หากใครติดตามอย่างต่อเนื่องจะเห็นได้ชัดว่า ความสดใหม่ของแบรนด์ไม่เคยลดลง

ณ วันนี้ Qualy ยังคงปล่อยโปรดักส์และไอเดียใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เพื่อไล่ตามกระแส แต่เพื่อทดลองบทสนทนาใหม่ระหว่าง ‘ดีไซน์ ผู้ใช้ และโลก’ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ Qualy ยังคงเป็นแบรนด์ที่ร่วมสมัย และน่าจับตามองแม้เวลาจะผ่านไป

อย่างไรก็ตาม ทั้ง PIPATCHARA, SARRAN และ Qualy อาจไม่ได้อยู่ในกลุ่มแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในเชิงตัวเลข แต่สิ่งที่ทั้ง 3 แบรนด์มีร่วมกันคือ การใช้ Creativity เป็นโครงสร้างธุรกิจ ไม่ใช่แค่เครื่องมือทางการตลาด

พวกเขาเข้าใจว่า ในโลกที่สินค้าแทบไม่ต่างกัน สิ่งที่ทำให้แบรนด์อยู่รอดและเติบโตในระยะยาว คือจุดยืน วิธีคิด และคุณค่าที่ผู้บริโภคสัมผัสได้จริง และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมแบรนด์ไทยสายครีเอทีฟเหล่านี้ จึงกำลังถูกจับตามองในปี 2026

 

ที่มา 

Tags: , , , , ,