“คนเป็นเพื่อนไม่ควรทำธุรกิจร่วมกัน”
เรามักได้ยินคำเตือนเช่นนี้บ่อยๆ แต่มองในแง่ความเป็นจริง เพราะอะไรถึงมีคนออกมาเตือนถึงกฎ ‘ห้ามทำธุรกิจร่วมกับเพื่อน’
ในสถานะของการเป็นเพื่อนกันตามปกติ เวลาใครสักคนอยากทำธุรกิจขึ้นมา หนึ่งในกลุ่มคนที่จะหันไปปรึกษาก็คือเพื่อนฝูงนี่แหละ เพราะพวกเขาคือคนที่เรารู้สึกไว้วางใจ ทั้งในแง่การแลกเปลี่ยนข้อมูลและความพร้อมที่จะคอยซัพพอร์ตกันในด้านต่างๆ
กล่าวได้ว่า ยิ่งสนิทกัน เราก็ยิ่งไว้วางใจ จนบางกรณีคุยไปคุยมาก็รู้สึกว่า อยากจับมือทำธุรกิจร่วมกันไปเลย
แต่ในหลายกรณี มิตรภาพกับธุรกิจอาจดำเนินกันไปเสมือนเส้นขนาน เคยมีผลการวิจัยจาก Harvard Business School ที่ศึกษาข้อมูลของผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ชีวภาพเกือบ 1 หมื่นคนพบว่า ทีมผู้ก่อตั้งที่มีความมั่นคงน้อยที่สุดคือ ทีมที่สมาชิกเป็นเพื่อนกัน
ผลวิจัยระบุว่า ความสัมพันธ์แบบเพื่อนในทุกรูปแบบที่มีอยู่ในทีม จะทำให้อัตราการเปลี่ยนแปลงตัวผู้ก่อตั้ง (Founder Turnover) เพิ่มสูงขึ้นถึง 28.6% ในขณะที่ทีมซึ่งสมาชิกแทบไม่เคยรู้จักกันมาก่อน กลับมีแนวโน้มที่จะร่วมงานกันได้ยาวนานกว่า
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกความเป็นเพื่อนจะมีแต่ข้อเสีย เพราะมีผลวิจัยที่ระบุอีกว่า ทีมที่มีความมั่นคงที่สุดคือทีมที่สมาชิก ‘เคยร่วมงาน’ กันมาก่อน นอกจากนี้งานวิจัยเกี่ยวกับบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีระดับสูงยังชี้ให้เห็นว่า เมื่อสมาชิกในทีมผู้ก่อตั้งเคยร่วมงานกันมาก่อน บริษัทของพวกเขามักจะมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วกว่า
อย่างนั้นแล้ว หากมองให้ลึกกว่าประเด็น ‘ทำไมเพื่อนไม่ควรทำธุรกิจด้วยกัน’ อาจไม่ใช่เรื่องว่าเพื่อน ‘ทำงาน’ ด้วยกันไม่ได้ แต่เป็นเรื่องของ ‘ความสัมพันธ์’ 2 ระบบที่ถูกนำมาอยู่ในพื้นที่เดียวกันก็เป็นได้
เพราะขณะที่ระบบหนึ่งขับเคลื่อนด้วยความไว้ใจและความรู้สึก อีกระบบก็ขับเคลื่อนด้วยผลลัพธ์ เงิน และความรับผิดชอบ ฉะนั้นเราลองมามองเรื่องนี้พร้อมกัน
มิตรภาพคือความ(ไม่)เท่ากัน
ในมิตรภาพปกติเราจะมองว่า เรากับเพื่อนนั้นเท่าเทียมกัน ไม่ว่าเราจะรวยกว่าเพื่อน เพื่อนจะรวยกว่าเรา เราหัวดีกว่า เพื่อนหัวดีกว่า หรือเราประสบความสำเร็จมากกว่า เพื่อนประสบความสำเร็จมากกว่า แต่ก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ หากแต่ในธุรกิจ ความเท่าเทียมไม่ได้หมายถึงทุกคนต้องได้เท่ากัน
เพราะคนหนึ่งอาจลงทุนมากกว่า ทำงานมากกว่า มีประสบการณ์มากกว่า มีคอนเนกชันมากกว่า หรือรับความเสี่ยงมากกว่า ดังนั้น 50-50 อาจไม่ได้แปลว่าความยุติธรรมเสมอไป หลายครั้ง นี่จึงเป็นจุดที่ทำให้ใครบางคนเริ่มรู้สึกว่า “เป็นเพื่อนกันแท้ๆ แต่ทำไมอีกคนถึงได้มากกว่า” จนนำไปสู่จุดอันตรายที่เสี่ยงต่อการแตกหักได้
สิทธิพิเศษของความเป็นเพื่อน
เมื่อทำธุรกิจกับเพื่อน โดยเฉพาะเพื่อนที่ซี้กัน บางครั้งเรามักให้ ‘สิทธิพิเศษ’ โดยไม่รู้ตัว เช่น เดี๋ยวค่อยจ่ายเงินก้อนนี้ หรือเดี๋ยวค่อยทำสัญญาก็ได้ หรือกูช่วยออกไปก่อน ซึ่งทั้งหมดมันดูเหมือน ‘น้ำใจ’ ที่เพื่อนให้กัน แต่เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น สิ่งที่เคยเป็นความเกรงใจ อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ จาก “ช่วยกันหน่อย” อาจกลายเป็น “ทำไมครั้งนี้มึงไม่ช่วย”
ยังไม่นับความซับซ้อนของธุรกิจที่เมื่อโตขึ้น ระบบ ‘น้ำใจ’ ที่เคยทำในช่วงต้น ซึ่งไม่รัดกุม และเต็มไปด้วยความเสี่ยง หากเอามาวางในกรอบการทำธุรกิจ อาจเวียนกลับมาเล่นงานได้ภายหลัง เมื่อมีเรื่องเงินกำไรที่เพิ่มขึ้นมาเกี่ยวข้อง
เกรงใจกันไปมา
ลองนึกภาพว่า ถ้าเราทำงานกับคนที่เป็นพนักงาน หากเขาทำงานไม่ดี เราสามารถตักเตือนหรือเลิกจ้างตามกระบวนการบริษัทได้ แต่เมื่อเป็นเพื่อน อาจมีคำถามว่า “ถ้าไล่เขาออก จะยังเป็นเพื่อนกันได้หรือเปล่า” นั่นคือการแบกรับคนที่ไม่เหมาะกับตำแหน่งต่อไป เพียงเพราะไม่อยากทำลายมิตรภาพ เมื่อถึงจุดที่มันทำลายธุรกิจ ความเสียหายอาจไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มิตรภาพก็อาจเสียหายตามไปด้วย
ความสำเร็จที่(อาจ)ทำลายมิตรภาพ
ตามปกติเราคงพูดกันว่า ความล้มเหลวคือสิ่งที่ทำลายมิตรภาพ แต่แท้จริงแล้ว ความสำเร็จก็สร้างปัญหาได้เช่นกัน ลองนึกภาพว่า ธุรกิจที่ทำร่วมกับเพื่อนนั้นประสบความสำเร็จมากๆ จนบางคนอาจมีความคิดว่า “ถ้าไม่มีกู ธุรกิจคงไม่โตขนาดนี้” ขณะที่อีกคนอาจคิดว่า “ถ้าไม่มีไอเดียของกู ธุรกิจก็คงไม่มาถึงตอนนี้ได้” จนกลายเป็นความคิดที่ว่า เรามีคุณค่ากว่าอีกฝ่าย จุดนั้นเองที่มิตรภาพกลายเป็นการแข่งขันว่าใครสำคัญกว่ากันในธุรกิจ
เรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ในบางมิตรภาพ เราสามารถหลีกเลี่ยงหรือให้พื้นที่กับเรื่องบางอย่างได้ แต่เมื่อเป็นธุรกิจ เรื่องที่ไม่อยากคุยอาจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น หนี้ เงินเดือน การแบ่งหุ้น กำไร การทำงาน การตัดสินใจ การรับผิดชอบ ซึ่งนี่คือสิ่งที่เพื่อนจำนวนมากไม่อยากคุยกันตั้งแต่แรก แต่ปัญหาคือ เรื่องสำคัญเหล่านี้ที่ไม่ได้คุยกันตอนเริ่มต้นธุรกิจ หรือตอนธุรกิจยังเล็ก มักกลายเป็นปัญหาใหญ่ตอนที่ธุรกิจเริ่มโต และนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อมิตรภาพในที่สุด
แต่หากพูดกันแฟร์ๆ เพื่อนที่ทำธุรกิจร่วมกันแล้วไปรอดก็มีให้เห็นมากมาย ดังนั้นหากพิจารณาดูให้ดี คำกล่าวที่ว่า อย่าเอาเรื่องธุรกิจมาปะปนกับมิตรภาพ อาจตั้งอยู่บนความเข้าใจผิดมากกว่าความเป็นจริง และปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่มิตรภาพ แต่อยู่ที่ความ ‘ไม่ชัดเจน’ มากกว่า
เพราะเราสามารถไว้ใจเพื่อนได้ ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างสัญญาที่ชัดเจน เรารักและเคารพเพื่อนได้ ขณะเดียวกันก็แสดงความไม่เห็นด้วยได้ ที่สำคัญคือ เราเป็นเพื่อนกันในขณะที่สร้างข้อกำหนดที่ชัดเจนได้ว่า ใครทำอะไร ได้เท่าไร แบ่งอย่างไร และรับผิดชอบอย่างไร
เมื่อทำธุรกิจ สิ่งที่ช่วยรักษาความสัมพันธ์ไว้อาจไม่ใช่ ‘ความรู้สึก’ ว่าเราเป็นเพื่อนกัน แต่คือการมี ‘กติกา’ ระหว่างเพื่อนที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกต่างหาก
ที่มา:
– https://www.weforum.org/stories/business/why-friends-shouldnt-go-into-business-together/
Tags: Business, เพื่อน, Wisdom, Friendship, ธุรกิจ




