วันนี้ (26 สิงหาคม 2569) โครงการอินเทอร์เน็ตกฎหมายเพื่อประชาชน (iLaw) เปิดข้อมูลคดีโกงเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยในเอกสารระบุว่า คดีโกงเลือกสมาชิกวุฒิสภานั้น ครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปฏิบัติหน้าที่แทน แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำเอกสารสรุปความเห็นไว้เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 โดยเสนอให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ สว.อย่างน้อย 136 คน ที่มีชื่อปรากฏในโพย และยังพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้สมัคร สว.อีกอย่างน้อย 17 กรณีทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งอดีตนักการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยบางส่วน

สำหรับตัวเลข สว. 136 คน เป็นไปตามรายงานการสืบสวนและไต่สวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 ของ กกต.ที่ให้สั่งฟ้อง สว. 136 คน รวมถึงนักการเมือง กรรมการบริหารพรรค และเครือข่ายอื่นๆ รวม 229 คน อย่างไรก็ตาม วันถัดมาคือวันที่ 16 กันยายน กกต.มีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ขึ้นมา เพื่อกลั่นกรองและเสนอความเห็นต่อ กกต.ชุดใหญ่ กระทั่งวันที่ 12 มีนาคม 2569 มีรายงานว่าคณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เสนอ กกต.ชุดใหญ่ให้ยกคำร้องทั้งหมด

ในโพสต์วันนี้ iLaw ยังเปิดเผยกรณีของ สิทธิกร ธงยศ สว.จังหวัดนครพนม ซึ่งมีพยานผู้สมัคร สว.ให้ข้อมูลว่า สิทธิกรพูดในที่ประชุมเรื่องการฮั้ว สว.ทำนองว่า “ไม่ต้องกลัว ถึงไม่มีหมายเลขของเรา จังหวัดอื่นก็จะเลือกหมายเลขของเราอยู่แล้ว” และ “ถ้าใครไม่มีแต้ม มาเอาเงินสดกับผมเลย 3 แสนบาท” โดยสิทธิกรให้การว่า ได้ไปที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ไม่ได้พูดถ้อยคำดังกล่าว แต่แสวงเห็นว่า พยานมีความน่าเชื่อถือ

เอกสารความเห็นของเลขาธิการ กกต.ยังระบุด้วยว่า การที่สิทธิกรพูดถ้อยคำข้างต้น เป็นการเสนอให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ตอบแทน เพื่อจูงใจให้ผู้สมัคร สว.ลงคะแนน นอกจากนี้ การไต่สวนตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบินเชื่อได้ว่า สิทธิกรจองตั๋วเครื่องบินให้แก่ ปริญญา ธรเสนา จึงเชื่อว่าเป็นทีมงานเดียวกัน จึงเห็นควรยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของสิทธิกรตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 77 (1) และให้ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีอาญา  

นอกจากนี้ มีพยานผู้สมัคร สว.ยืนยันว่า สิทธิกรโทร.มาหาและบันทึกเสียงการสนทนาไว้ โดยสิทธิกรพูดคุยเรื่องการจัดตั้งกลุ่มในการลงคะแนน เสนอเงินให้ 1 ขีด (1 แสนบาท) โดยจะมัดจำก่อนครึ่งขีด (5 หมื่นบาท) และจะออกค่าที่พักและค่าเครื่องบินให้ พร้อมเสนอตำแหน่งผู้ช่วย สว. ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์คลิปเสียงและคลิปภาพและเสียง ไม่พบร่องรอยการตัดต่อ 

ในวันเดียวกัน สิทธิกรยังโทรศัพท์ชวนผู้สมัคร สว.อีกคนหนึ่ง และบอกว่าจะให้ค่าเสียเวลา 2 ขีด (2 แสนบาท) และยังมีการพบกันของผู้สมัคร สว.จังหวัดนครพนมที่โรงงานคอนกรีตซีแพค อำเภอบ้านแพง สิทธิกรแจ้งผู้สมัครว่า สามารถฝากซื้อตั๋วเครื่องบินผ่านพนักงานของตนเพื่อเดินทางพร้อมกันได้

“เลขาธิการ กกต.เห็นว่า แม้ผู้สมัคร สว.บางคนจะไม่ได้เดินทางด้วยตั๋วเครื่องบินดังกล่าว แต่การให้สำเนาบัตรประชาชนแก่สิทธิกรก็ถือว่าเป็นการรับประโยชน์แล้ว” ข้อมูลจากเอกสารหลุดที่ iLaw นำมาเผยแพร่ระบุ

Tags: , , , , ,