วันที่เสียงตะโกนเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียมดังที่สุด อาจเป็นวันที่เสียงของเหยื่อล่วงละเมิดทางเพศถูกกลบจนเงียบที่สุดเช่นกัน
หากใครติดตามการเมือง โดยเฉพาะช่วงปี 2563-2564 ซึ่งถือเป็นยุคที่ประชาธิปไตยเบ่งบานในรอบหลายปีหลังรัฐประหารคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะพบว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่มีกรณีการคุกคามทางเพศเกิดขึ้นจากฝีมือของนักกิจกรรมฝ่ายซ้าย ซึ่งหลายคนถูกเปิดโปงเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศที่กระทำต่อคนในแวดวงการเมืองด้วยกันเอง แต่สุดท้ายเรื่องราวกลับเงียบหายไป ยังไม่นับรวมเรื่องราวที่ยังไม่มีใครออกมาเล่าสู่สาธารณะ
ล่าสุดข้อมูลจากบทสัมภาษณ์ในเพจ SocialGaze บน Facebook เผยว่า สมยศ พฤกษาเกษมสุข นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชื่อดัง กระทำการล่วงละเมิดทางเพศคุณ A (นามสมมติ) โดยเริ่มจากการเข้าหาโดยใช้อำนาจจากการเป็นนักกิจกรรม สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และใช้ความสัมพันธ์ในการทำงานภายใต้คำว่าอุดมการณ์ จนนำไปสู่การข่มขืนในเวลาต่อมา
“ผมขอโทษคุณ A ที่ผมเข้าใจผิด คิดเพียงฝ่ายเดียวว่าคุณ A ให้ความยินยอม แต่ไม่ใช่ดังที่คุณ A ได้เล่าให้ฟัง หลังจากการกระทำหลายครั้ง คุณ A ย้ายมาอยู่กินด้วยกัน คิดว่าความสัมพันธ์จะราบรื่นไปด้วยกันได้ในเรื่องความรัก”
ส่วนหนึ่งจากข้อความของสมยศที่ออกมาแสดงคำขอโทษถึงคุณ A ซึ่งคำขอโทษดังกล่าวไม่ได้มีการอธิบายอย่างชัดเจนถึงสิ่งที่ตนเองกระทำแต่อย่างใด ตรงกันข้าม กลับเป็นการลดทอนประเด็นความรุนแรงทางเพศให้กลายเป็นเรื่องความสัมพันธ์เชิงชู้สาว และเมื่อมีคนมาท้วงถามถึงกรณีการคุกคามทางเพศที่เขาเคยกระทำต่อเพื่อนนักกิจกรรมในอดีต สมยศกลับตอบเพียงว่า ผมขอโทษทุกกรณี และสัญญาว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีก
เราไม่อาจตีความเรื่องนี้ว่าเป็นเพียงพฤติกรรมส่วนบุคคล หากแต่สะท้อนถึงวัฒนธรรมการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศและพลวัตทางอำนาจ (Power Dynamics) ภายในขบวนการประชาธิปไตย ซึ่งเอื้อให้ความรุนแรงดำเนินไปอย่างเป็นระบบ เพราะเห็นได้ชัดว่ากรณีคุณ A ไม่ใช่ความผิดเพียงครั้งเดียว สมยศเคยมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นมาก่อน
และคนในวงการนักเคลื่อนไหวก็ทราบกันดี ถึงกระนั้น เขาก็ยังเป็นนักกิจกรรมประชาธิปไตยที่ได้รับการยกย่องเรื่อยมา แม้ว่าหลักการพื้นฐานอย่างเรื่องความยินยอมเขาจะทำไม่ได้ก็ตาม
ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย ปฏิเสธไม่ได้ว่าขบวนการประชาธิปไตยยังคงเป็นพื้นที่ที่ ‘ซ้ายชายไทย’ มีอำนาจนำ แม้บนเวทีปราศรัยพวกเขาจะพูดถึงการกดขี่ทางชนชั้น โครงสร้างที่ไม่เป็นธรรม หรือความรุนแรงที่รัฐกระทำต่อประชาชนได้เป็นฉากๆ ทว่าในชีวิตจริง คนเหล่านั้นกลับเป็นผู้ลงมือกระทำความรุนแรงทางเพศเสียเอง
เมื่อผู้กระทำคือคนที่ขับเคลื่อนเรื่องความเท่าเทียม สิ่งที่ทำจึงยิ่งขัดแย้งต่ออุดมการณ์ที่พวกเขาพร่ำบอกว่ายึดถือ เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ต้องยอมรับว่า ความรุนแรงทางเพศยังคงดำเนินอยู่ในทุกพื้นที่และทุกวงการ พฤติกรรมชายเป็นใหญ่จึงไม่ได้มีอยู่แค่ในฝ่ายขวาหรือกลุ่มอนุรักษนิยมเท่านั้น แต่แทรกซึมอย่างลึกซึ้งทั้งในแวดวงวิชาการ สื่อมวลชน และขบวนการการเมืองฝ่ายซ้ายด้วย
ขบวนการเคลื่อนไหวส่วนมากยังคงไม่ได้ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางเพศมากพอ มองว่าเป็นเพียงประเด็นรองที่จัดการภายหลังเมื่อบรรลุเป้าหมายใหญ่ทางการเมืองแล้วก็ได้ การละเลยความสำคัญเรื่องนี้จึงยิ่งเปิดทางให้ปัญหาความรุนแรงทางเพศดำเนินต่อ และนำไปสู่การพยายามปกปิดเรื่องที่เกิดขึ้นเพียงเพื่อไม่อยากให้ ‘เสียขบวน’ โดยเฉพาะเมื่อผู้กระทำเป็นคนที่สู้มาก่อน มีประสบการณ์มากกว่า หรืออุทิศตนจนมีชื่อเสียง เขาคนนั้นย่อมมีอำนาจเหนือผู้ร่วมอุดมการณ์คนอื่นๆ ซึ่งอำนาจที่ว่านี้ อาจไม่ได้มาจากตำแหน่ง หากแต่ทำงานผ่านความเคารพนับถือ จนคนในขบวนเลือกที่จะมองข้ามความผิด
ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์เช่นนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ สังคมจะหันไปตั้งคำถามต่อผู้ถูกกระทำ ยิ่งผู้กระทำมีภาพลักษณ์ดีเท่าไร เหยื่อก็ยิ่งไม่กล้าพูดสิ่งที่ตัวเองเผชิญมากเท่านั้น เพราะจะต้องเผชิญกับการกล่าวโทษเหยื่อ (Victim Blaming) คำถามคือ เมื่อเรารู้จักใครคนหนึ่งในแง่มุมดี เราจะเชื่อว่าสิ่งนั้นอธิบายตัวตนทั้งหมดของเขาได้ และใช้เป็นเหตุผลว่าเขาไม่มีทางกระทำผิด แล้วกลับไปซ้ำเติมผู้เสียหายได้อย่างนั้นหรือ
ขบวนการทางการเมืองกลายเป็นพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย จากที่มันก็ไม่ปลอดภัยอยู่แล้ว เพราะไม่เพียงแต่เผชิญอำนาจรัฐ แต่ยังต้องเผชิญอำนาจและความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากคนในขบวนการเดียวกันเองซ้ำอีก
การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงต้องมีการทบทวนอำนาจภายใน เปิดพื้นที่ให้ทุกเสียงได้รับการรับฟัง และสร้างกลไกที่ป้องกันการคุกคามและความรุนแรงอย่างจริงจัง
เพราะสังคมที่เป็นธรรมไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการเรียกร้องความยุติธรรมภายนอก ขณะที่ยังปล่อยให้ความรุนแรงทางเพศดำรงอยู่ภายใน เราจะสร้างสังคมที่เท่าเทียมได้อย่างไร หากไร้ซึ่งความเท่าเทียมทางเพศ
ที่มา
– https://www.facebook.com/share/p/1BnhkmGGUu/
Tags: คุกคามทางเพศ, Gender, เพศ, เพศสภาพ, การคุกคามทางเพศ, นักกิจกรรม, ความรุนแรงทางเพศ, ฝ่ายซ้าย, Sexual Harassment




