วันนี้ (31 กรกฎาคม 2569) พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยหลักฐานใหม่ที่เป็นบทสนทนาใน LINE โดยระบุว่าขัดแย้งกับคำชี้แจงของ สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดหนองบัวลำภู เกี่ยวกับหลักฐานเส้นทางการเงินในคดีทุจริตในการเลือก สว.
ก่อนหน้านี้ พริษฐ์ได้เปิดเผยหลักฐานเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับ สว.สรชาติ และผู้สมัคร สว.จากจังหวัดหนองบัวลำภู โดยพบการโอนเงินจากสรชาติไปยัง ภัณนิภา ผาสุข รวมหลายรายการ เป็นเงิน 553,600 บาท และพบว่าภัณนิภาโอนเงินต่อไปยังผู้สมัคร สว.จังหวัดหนองบัวลำภู 7 คน รวมหลายรายการ เป็นเงิน 105,000 บาท ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2567
ภายหลังสรชาติให้สัมภาษณ์ชี้แจงผ่านหลายสื่อ อย่างไรก็ตาม พริษฐ์ระบุว่ายังพบข้อพิรุธและความไม่สอดคล้องกับหลักฐานที่มี โดยแบ่งเป็น 3 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
ประเด็นที่ 1 วัตถุประสงค์ของการโอนเงินกว่า 553,600 บาท
แม้สรชาติจะชี้แจงว่าการโอนเงินดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. และให้สัมภาษณ์ว่าเป็นยอดรวมปี 2567 ซึ่งเริ่มต้นก่อนการเปิดรับสมัคร สว.ในเดือนพฤษภาคม แต่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่าการโอนเงินจำนวนที่สูงเพียงนี้ เป็นการโอนไปเพื่อวัตถุประสงค์อะไร
นอกจากนี้ แม้ สว.สรชาติตอบกว้างๆ ว่า เป็นการโอนเพื่อ ‘สภาพคล่องในการทำงาน’ ของภัณนิภา หรือเพื่อให้ภัณนิภาใช้ในการบริหารจัดการ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าซ่อมรถ แต่คำชี้แจงดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เชื่อได้ว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. โดยเฉพาะเมื่อมีหลักฐานว่าต่อมาภัณนิภาได้โอนเงินรวม 105,000 บาท ให้ผู้สมัคร สว. 7 คน
ประเด็นที่ 2 ความสัมพันธ์กับผู้สมัคร สว. 7 คน
พริษฐ์ระบุว่า คำให้สัมภาษณ์ของสรชาติในช่วงเวลาต่างกันมีความไม่สอดคล้องกัน
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 สรชาติให้สัมภาษณ์กับ BBC Thai ว่า ในรายชื่อผู้สมัคร สว. 7-8 คนที่ฝ่ายค้านนำเสนอ เขาไม่รู้จักสักคน ยกเว้น สนั่นชัย ช่วยอุดมธนิกิจ ซึ่งมารู้จักกันเมื่อช่วงสมัคร สว.
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 สรชาติให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย ว่าในบรรดาผู้สมัคร สว. 7 คน เขารู้จักกับ 3 คนที่อยู่ทีมเดียวกัน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้รู้จักอีก 4 คนที่เหลือมาก่อน
พริษฐ์จึงตั้งข้อสังเกตว่า คำให้สัมภาษณ์ทั้ง 2 ครั้งซึ่งห่างกันเพียง 4 วัน มีเนื้อหาไม่ตรงกัน และทำให้เกิดข้อสงสัยว่า นายสรชาติรู้จักผู้สมัครจำนวนกี่คนกันแน่
ประเด็นที่ 3 ความสัมพันธ์ระหว่างสรชาติกับภัณนิภา
พริษฐ์ระบุว่า สรชาติยอมรับว่าภัณนิภาเคยเป็นผู้ช่วยหาเสียงในการเลือกตั้ง สส. 2566 แต่ยืนยันมาโดยตลอดว่า ภัณนิภาไม่ได้มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. และไม่ได้ช่วยงานภายหลังสรชาติได้รับเลือกเป็น สว.
อย่างไรก็ตาม พริษฐ์อ้างว่าหลักฐานบทสนทนาใน LINE จำนวน 16 ภาพ ระหว่างภัณนิภากับสนั่นชัย ผู้สมัคร สว.ซึ่งเป็นพยานในคดี สะท้อนข้อมูลที่ขัดแย้งกับคำชี้แจงดังกล่าว
จากการสรุปเนื้อหาของบทสนทนา พริษฐ์ระบุว่า
1. ในช่วงต้นถึงกลางเดือนมิถุนายน 2567 ภัณนิภาพูดคุยกับพยานเกี่ยวกับการรวบรวมรายชื่อผู้สมัครใน ‘สายเรา’ พร้อมระบุว่าจะรายงานความคืบหน้าให้ ‘พี่สรชาติ’ ทราบ และมีเอกสารที่ปรากฏชื่อสรชาติอยู่ในกลุ่มผู้สมัคร ซึ่งถ้าดูจากวันที่และเนื้อหาแล้ว คาดว่าเป็นช่วงการเลือกระดับอำเภอและระดับจังหวัด ตั้งแต่ก่อนการเลือกระดับประเทศ
2. วันที่ 24 มิถุนายน 2567 ภัณนิภาส่งพิกัดโรงแรมธาราแกรนด์ให้พยาน ซึ่งสอดรับกับหลักฐานจากพยานบุคคลอื่น ที่บอกว่าโรงแรมธาราแกรนด์ เป็นหนึ่งในศูนย์ทำโพยที่มีการรวมตัวกันของผู้สมัคร สว.จากหลายจังหวัดที่เข้าร่วมในขบวนการโกง สว.
3. โพยเลือก สว.ที่จัดทำในโรงแรมดังกล่าว มีหมายเลขผู้สมัครของสรชาติอยู่ในกลุ่ม 13 หมายเลข 111 ซึ่งพริษฐ์ตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สรชาติได้รับคะแนนสูงสุดในกลุ่ม มากกว่าที่สรชาติอธิบายว่าเป็นผลจากการเป็นอดีต สส. และอดีตที่ปรึกษาสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่น
4. ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2567 หลังสรชาติได้รับการรับรองเป็น สว. ภัณนิภาได้ประสานงานกับพยานเกี่ยวกับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วย สว. การจัดทำเอกสาร การออกบัตรผู้ช่วย และการกรอกข้อมูลเพื่อรับค่าตอบแทนจากวุฒิสภา
5. ช่วงต้นเดือนกันยายน 2567 ภัณนิภาทักไปพูดคุยและประสานงานกับพยาน เพื่อพูดถึงกำหนดการและการเตรียมตัวสำหรับงานแสดงความยินดีแก่ สว.สรชาติ และ สว.วุฒิชาติ จากหนองบัวลำภู
6. วันที่ 30 กันยายน 2567 ภัณนิภาทักไปพูดคุยและประสานงานกับพยาน ซึ่งนำไปสู่การที่พยานโอนเงินบางส่วนจากเงินเดือนผู้ช่วย สว.กลับมาที่ภัณนิภา สอดคล้องกับหลักฐานเส้นทางการเงินและคำบอกเล่าของพยานที่บอกว่า ต้องโอนเงินเดือนบางส่วนคืนให้ภัณนิภาเพื่อใช้กระจายต่อให้ผู้สมัคร สว.คนอื่นในขบวนการ
“เพื่อความเป็นธรรมและเพื่อรับฟังข้อมูลรอบด้าน ผมเห็นว่าคุณสรชาติมีสิทธิเต็มที่ในการชี้แจงประเด็นดังกล่าว และผมหวังว่าในรายการถัดๆ ไปที่ สว.สรชาติไปให้สัมภาษณ์ เราจะได้ยินคำตอบที่ชัดเจนใน 3 ประเด็นนี้
“แต่หากคำชี้แจงของ สว.สรชาติ หลังจากนี้ ไม่มีความคงเส้นคงวากับคำชี้แจงที่ผ่านมา หรือไม่สอดรับกับหลักฐานที่ปรากฏ ทั้งเส้นเงิน ข้อความใน LINE และหลักฐานอื่นๆ ผมเห็นว่ากรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า เป็นกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น และเป็นเหตุให้ กกต.มีหน้าที่ตามมาตรา 62 ของ พรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.ที่จะต้องส่งเรื่องดังกล่าวต่อให้ศาลพิจารณาโดยละเอียดว่า มีการกระทำความผิดหรือไม่” พริษฐ์กล่าว
Tags: สมาชิกวุฒิสภา, สว., พริษฐ์ วัชรสินธุ, หลักฐานเส้นทางการเงิน, สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม




