วันนี้ (28 เมษายน 2569) ที่อาคารรัฐสภา พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประกาศเชิญชวนพรรคร่วมฝ่ายค้านให้เข้าร่วมลงชื่อ ตั้งคณะไต่สวนอิสระในการตรวจสอบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในข้อหาปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังจากมีมติยกคำร้อง ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ในกรณี ‘ซุกหุ้น’

พริษฐ์ตั้งข้อสังเกตต่อคำตัดสินของ ป.ป.ช.ว่า อาจเข้าข่ายหรือเสี่ยงเป็นการฟอกขาวให้กับศักดิ์สยาม เนื่องด้วยมีพฤติการณ์ที่ทำให้เห็นชัดว่ามีการตั้งนอมินีขึ้นมาเพื่อทำนิติกรรมอำพราง และยังมีความกังวลต่อบทบัญญัติทางกฎหมาย ที่เปิดช่องให้กับประธานรัฐสภามีดุลพินิจในการตัดสินใจว่า จะส่งเรื่องร้องเรียนไปยังศาลฎีกาหรือไม่ 

“เราเคยร้องเรียนกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อปีที่แล้ว เกี่ยวกับกรณีนาฬิกาของ พลเอกประวิตร รวมไปถึงกรณีคลิปเสียงที่มีการพูดคุยระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร วันมูหะมัดนอร์ มะทา กับกรรมการ ป.ป.ช.ก็ได้เห็นว่า ประธานวันนอร์ใช้ดุลยพินิจในการปัดตกข้อร้องเรียนดังกล่าว 1 วันก่อนยุบสภาฯ โดยไม่มีเหตุผลหรือคำอธิบายใดๆ เลย”

พริษฐ์จึงเรียกร้องให้ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีความชัดเจนในเรื่องของหลักเกณฑ์การพิจารณาและการตัดสินใจ โดยต้องพิจารณาบนพื้นฐานของหลักการและเหตุผล ไม่ใช่การตัดสินใจบนพื้นฐานว่า คดีนั้นเกี่ยวข้องกับนักการเมืองพรรคใด และควรต้องให้ความชัดเจนกับกรอบเวลาที่จะใช้ในการพิจารณาว่า จะใช้เวลาไม่เกินกี่วันหรือกี่เดือน

ขณะเดียวกัน พริษฐ์ได้เพิ่มเติมเรื่องที่กำลังทำคู่ขนานกันอยู่คือ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 236 ซึ่งต้องการให้ตัดดุลยพินิจของประธานสภาฯ ออก โดยจะส่งผลให้คำร้องที่ส่งไปยังประธานสภาฯ เป็นเพียงทางผ่าน และไม่มีอำนาจปัดตกข้อร้องเรียนในการส่งเรื่องไปถึงศาลฎีกา ทั้งนี้ โดยหลักแล้ว การเดินหน้ากฎหมายดังกล่าว ขึ้นอยู่กับโสภณในฐานะประธานสภาฯ เนื่องจากฝ่ายค้านได้ยื่นร่างไว้ตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา และพร้อมเข้าสู่การพิจารณาทันที หากมีการนัดประชุมร่วมรัฐสภา 

ในส่วนของรัฐธรรมนูญมาตรา 236 คือกลไกทางกฎหมายที่ใช้ตรวจสอบและถอดถอนคณะกรรมการ ป.ป.ช.แต่ได้มีเงื่อนไขระบุไว้ว่า ต้องยื่นหลักฐานต่อประธานรัฐสภา ให้พิจารณาเหตุอันควรสงสัยว่า มีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหา และให้ประธานรัฐสภามีอำนาจในการเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา 

สุดท้ายนี้ พริษฐ์ได้ทิ้งคำถามไปถึงประธานสภาฯ 2 ข้อ ว่า จะใช้เกณฑ์อะไรในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนต่อกรรมการ ป.ป.ช.ตามมาตรา 236 และจะให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนอย่างไรว่า จะพิจารณาตามหลักการและเหตุผล ไม่ได้ยึดติดกับตัวบุคคล

“ในส่วนของประการที่ 2 คือ จะเปิดประชุมร่วมรัฐสภาครั้งถัดไปเมื่อไร เพื่อให้เราได้พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและระเบียบวาระอื่นๆ ที่ตอนนี้พร้อมพิจารณาในที่ประชุมร่วมแล้ว”

Tags: , , , , ,