วันนี้ (25 มีนาคม 2569) ตัวแทนเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย พร้อมด้วยเครือข่ายประชาชนขจัดการเลือกปฏิบัติ และประชาชนกลุ่มผู้สนับสนุนความหลากหลาย รวมตัวกันที่บริเวณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎระเบียบของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่กำหนดให้การติดเชื้อ HIV เป็น ‘ลักษณะต้องห้าม’ ในการรับราชการตำรวจ โดยอ้างว่า เป็นกฎระเบียบที่ล้าหลัง สร้างอคติและการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม

ยุพา สุขเรือง ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ความก้าวหน้าทางการแพทย์ของประเทศไทยไม่เคยย่ำอยู่กับที่ มียาต้านไวรัส HIV จากที่เคยกินหลายเม็ดต่อมื้อ เหลือแค่วันละครั้ง อีกทั้งยังมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่เป็นสิทธิให้คนเข้าถึงและป้องกันได้

ยุพาระบุต่อว่า ผู้ติดเชื้อมีชีวิตได้ไม่ต่างจากคนไม่มีเชื้อ สามารถเรียน ทำงานได้ตามความสนใจและทักษะของตนเอง ซึ่งผู้ติดเชื้อหลายคนมีความฝันอยากเป็นตำรวจ แต่ถูกตัดโอกาสนั้นไป ทั้งๆ ที่มีศักยภาพและคุณสมบัติครบถ้วน

“กฎระเบียบของตำรวจยังกีดกันผู้ติดเชื้อ อาจจะมาจากความกังวล เช่น มองว่าป่วยง่าย ไม่แข็งแรง และไม่เหมาะสมในการปฏิบัติภารกิจของตำรวจ แต่ในความเป็นจริงคนที่ได้รับการรักษาและกินยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่องก็มีสุขภาพแข็งแรงไม่ต่างจากคนไม่มีเชื้อ

ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทยยังกล่าวด้วยว่า กลุ่มของตนหวังว่า ถึงเวลาแล้วที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเปลี่ยนแปลงองค์กร โดยยกเลิกกฎของคณะกรรมการตำรวจ ที่ละเมิดสิทธิและเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อ HIV

โดยบริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติในวันนี้ ยังมีกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ‘เปลือย’ เพื่อสะท้อนถึงอคติและการถูกตีตราจากโครงสร้างระบบราชการ เพื่อปลุกจิตวิญญาณของตำรวจน้ำดีให้เคารพสิทธิของประชาชน พร้อมทั้งมีขบวนรณรงค์แจกอาหารจำนวน 100 กล่อง ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีไรเดอร์จากหลายองค์กรเข้าร่วมสนับสนุน เพื่อส่งต่อข้อความ เช่น มี HIVทำงานได้ และมี HIV เป็นตำรวจได้ 

นอกจากนั้นยังมีการปิดหมายประชาชน บริเวณหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกเลิกหรือแก้ไขกฎของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจที่กีดกันผู้มีเชื้อ HIV จากการเข้ารับราชการตำรวจ คืนความเป็นธรรมและยกระดับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนในองค์กรตำรวจอีกด้วย



Tags: , , , , ,