วันนี้ (11 กุมภาพันธ์ 2569) ที่พรรคประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ตอนหนึ่งว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรเร่งสร้างความโปร่งใส เปิดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งให้ละเอียดที่สุด ไม่ว่าจะคะแนนรายหน่วยและจำนวนบัตรทั้ง 2 ระบบ ที่มีความแตกต่างในหลายพื้นที่ ในกรณีที่บ่งบอกว่ามีความผิดปกติ
ทั้งนี้ขอให้ กกต.เร่งใช้อำนาจตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการนับคะแนนใหม่หรือลงคะแนนใหม่ ตามอำนาจหน้าที่ของ กกต.ในกระบวนการประชาธิปไตย เพราะการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม คือการสร้างความเที่ยงธรรม ความศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตย โดยเมื่อมีรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง แล้วยังมีข้อกังขาต่อไปอย่างนี้ หากทอดเวลาออกไปจนทำให้มีคนไม่เชื่อมั่นในระบบมากขึ้น จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเสถียรภาพทางการเมือง
“เราต้องการให้ กกต.สร้างความโปร่งใสโดยเร็วที่สุด เราเข้าใจคนที่มีความไม่พอใจกับคนที่เขาพบว่ามีความผิดปกติ แต่ไม่อยากให้เรื่องนี้ลุกลามไปสู่สถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ จะส่งผลเสียต่อเสถียรภาพ ภาพลักษณ์การเมืองไทย จึงอยากให้ กกต.เร่งสร้างความชัดเจนในเรื่องนี้ ให้ความจริงปรากฏโดยชัดเจนที่สุด”
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวอีกว่า กกต.น่าจะมีความพร้อมในการเสนอข้อมูลต่างๆ ได้อยู่แล้ว โดยในการเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ระเบียบ กกต.ระบุไว้ชัดว่า ภายใน 5 วันจะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ออกมาครบถ้วน ทว่าตอนนี้ไม่ได้ใช้ระเบียบว่า ‘ภายใน 5 วัน’ แล้ว ระเบียบเขียนเพียงว่า ต้องเปิดเผยโดยเร็ว ซึ่งก็ไม่ควรเกิน 5 วัน
“ยิ่งเร็วเท่าไร ประชาชนจะได้ตรวจสอบได้ ถ้าเปิดแล้วมีความผิดปกติ กกต.ก็จะได้ใช้อำนาจในการสั่งให้ดำเนินการใหม่ อาจเป็นการนับคะแนนหรืออะไรก็ตาม จะได้ดำเนินการเที่ยงธรรมตามวัตถุประสงค์ของการมี กกต.และมีรัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย”
อภิสิทธิ์ยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีกระบวนการที่มีการทุจริตหรือไม่ แต่การเผยแพร่ข้อเท็จจริงพบว่า มีความผิดพลาดหรือผิดปกติในหลายกรณี ถือว่าไม่แปลกที่คนอาจจะถามขึ้นมา
“ภาพที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้กระแสเรียกร้องต้องดูว่า นับคะแนนใหม่หรือไม่ ดีที่สุดคือ กกต.เร่งความโปร่งใส ข้อมูลที่มีในมือ ไม่ต้องทำอะไรแล้ว นอกจากเผยแพร่ออกมา เช่น ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมบัตรเลือกตั้ง 2 ระบบไม่เท่ากัน กกต.ก็ต้องมีตัวเลขที่บันทึกไว้ ในเขตเลือกตั้ง ในหน่วย มีคนรับบัตรไปกี่คน คะแนนเท่าไร เพื่อให้คนมีความมั่นใจมากขึ้นว่า อย่างน้อยมีความโปร่งใส ถ้าผิดพลาด ผิดปกติ จะได้ตรวจสอบได้ กลัวว่ามันจะลุกลามไป ไม่ส่งผลดีต่อกระบวนการทั้งหมด
“เมื่อใดก็ตามที่กระบวนการนี้ถูกตั้งคำถาม ไม่เป็นที่ยอมรับ วุ่นวายแน่นอน ถ้า กกต.มั่นใจในกระบวนการต่างๆ ต้องยิ่งเอาข้อมูลให้คนเห็น ถ้ายิ่งช้าจะเกิดความไม่เชื่อมั่นและลุกลามไปได้”
สำหรับกระแสบัตรแบบแบ่งเขตกับแบบบัญชีรายชื่อไม่เท่ากัน พบว่ามาจากข้อมูลดิบของ กกต.ที่เปิดเผยผลคะแนนการเลือกตั้ง 95% โดยพบว่าคะแนนตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ สส.แบบแบ่งเขต น้อยกว่าผู้ใช้สิทธิแบบบัญชีรายชื่อไปมาก และไม่มีจังหวัดไหนที่บัตรทั้ง 2 ใบมีจำนวนเท่ากัน ทั้งที่กรรมการประจำหน่วยแจกบัตร 2 ใบไปพร้อมกัน
นอกจากนี้ อภิสิทธิ์ยังแถลงข่าวเรื่องที่พรรคดำเนินการแก้ปัญหาทุนเทา สแกมเมอร์นั้น ปัจจุบันวันนี้เหลือเวลาเพียง 17 วัน ในการดำเนินการเรื่องนี้ต่อ เพราะตามกฎหมายสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีเวลา 90 วัน ในการดำเนินการเรื่องนี้ โดย ปปง.อายัดทรัพย์ไว้นาน 73 วันแล้ว
อภิสิทธิ์ยังมองว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ดำเนินการเท่าที่ควร ทั้งเรื่องการยึดอายัดทรัพย์ เรื่องการถ่ายเททรัพย์สิน โดยหากปล่อยให้ระยะเวลาตรงนี้ผ่านไป แล้วรัฐบาลรักษาการยังทำหน้าที่ต่อไปอีกยาว มาตรการยึดอายัดทรัพย์จะไม่ส่งผลอะไรเลยแน่นอน
Tags: อภิสิทธิ์, เลือกตั้ง69, HouseofCards, ประชาธิปปัตย์




