ผ่านมาเป็นเวลากว่า 1 วันแล้ว ประชาชนต้องรอคอยตั้งแต่ช่วงเย็น ล่วงเลยไปจนถึงช่วงค่ำ กระทั่งข้ามไปยังอีกวันเกิดเป็นภาพ ‘นอนเฝ้าหีบเลือกตั้ง’ ซึ่งไม่เคยพบเห็นในช่วงใดของประวัติศาสตร์การเมืองไทย แต่เกิดขึ้นแล้วที่เขต 1 ชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ชิงกันระหว่างบ้านใหญ่-บ้านใหม่ กับพรรคประชาชน

พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ชิงกันระหว่าง สุชาติ ชมกลิ่น อดีต สส.บ้านใหญ่ พรรคภูมิใจไทย และวรท ศิริรักษ์ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ซึ่งจากผลการเลือกตั้งที่ประกาศออกมาอย่างไม่เป็นทางการ ทั้งสองมีคะแนนห่างกัน 4,063 คะแนน โดยสุชาติได้คะแนนเสียงทั้งหมด 4.3 หมื่นคะแนน ขณะที่วรทได้คะแนนเสียง 3.9 หมื่นคะแนน

คืนวันแรก สุชาติกินส้ม ประกาศชัยชนะ พร้อมกับเตรียม ‘เช็กบิล’ คนที่ทำอะไรไว้ให้ระวังตัว แต่เมื่อคะแนนปรากฏออกมาชัดเจนขึ้น ก็ยิ่งพบข้อสงสัย

เพราะในเขตเลือกตั้งที่ 1 คะแนนแบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนนั้นพุ่งไปถึง 41,689 คะแนน ขณะที่คะแนนเลือกวรทนั้นอยู่ที่ 39,920 คะแนน ซึ่งหมายความว่า ต้องมีผู้ที่เลือกสุชาติบางส่วนมาลงคะแนนแบบบัญชีรายชื่อให้พรรคประชาชน

The Momentum พาย้อนกลับไปดูความผิดปกติที่เกิดขึ้น ณ ชลบุรี เขต 1 ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นจนเกิดความดุเดือด และขอให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่เลือกตั้งใกล้บ้านท่าน เจอแบบเดียวกันหรือไม่ เพราะหากปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ใช่เรื่องดี

ไฟดับ บัตรเขย่ง พิรุธแรกเลือกตั้งชลบุรี

ก่อนหน้าที่จะเกิดภาพที่ประชาชนต้องมานอนอยู่ในโดมสนามแบดมินตัน เพราะกังวลว่าหีบเก็บบัตรเลือกตั้งจะหาย มีเรื่องแปลกๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นภายในเขตเลือกตั้งแห่งนี้

เริ่มตั้งแต่วันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ช่วงหลัง 17.00 น ที่มีการปิดหีบลงคะแนน และเริ่มนับคะแนนโดยกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) อยู่ๆ ไฟก็ดับในหน่วยเลือกตั้งของเขต 1 ชลบุรี และดับเป็นเวลาหลายนาทีกว่าจะกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง แต่ประชาชนกลับพบว่า พัดลมยังใช้งานได้ตามปกติ 

ไม่เพียงเท่านั้น รุ่งเช้าของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ก็มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นอีก ประชาชนสังเกตเห็นว่า จำนวนบัตรเลือกตั้งที่นับได้ไม่ตรงกับจำนวนของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจริง บางหน่วยบัตรเกิน บางหน่วยบัตรขาด นอกจากนี้การรายงานผลการเลือกตั้งในเขต 1 ชลบุรียังล่าช้า ตามหลังเขตอื่นๆ ที่ทยอยรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการ และผลคะแนนยังหยุดอยู่ที่ร้อยละ 80-90 จนข้ามคืนวันที่ 8 เข้าสู่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ซึ่งคะแนนระหว่าง 2 คู่แข่งอย่างสุชาติกับวรทใกล้เคียงกัน ห่างกันอยู่ที่ 4,000 กว่าคะแนน

ในช่วงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ประชาชนจึงรอคอยคำตอบจาก กกต.เกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเขตที่ 1 ชลบุรี ทั้งเรื่องไฟฟ้าดับแต่ยังนับคะแนนต่อและบัตรเขย่ง ทว่ากลับไม่มีคำตอบใดๆ ที่จะคลายข้อสงสัยประชาชนได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็น ‘พิรุธ’ ในมุมมองของประชาชนทันที และมีคำเรียกร้องขอให้มีการนับคะแนนใหม่

อย่างไรก็ตามในเวลา 16.00 น เป็นต้นไป มีการรายงานจากเพจต่างๆ ในจังหวัดชลบุรีระบุว่า จะมีการนับคะแนนใหม่ของเขตเลือกตั้งที่ 1 ชลบุรี แต่ท้ายที่สุด กลับไม่มีการนับคะแนนแต่อย่างใด คนในพื้นที่จำนวนหนึ่งจึงเริ่มออกตามหาหีบบัตรเลือกตั้ง จนกระทั่งพบว่า หีบบัตรเลือกตั้งไม่ได้นำไปเก็บไว้ยังที่เก็บส่วนกลาง แต่ถูกนำไปกองรวมไว้ที่หลังรถดับเพลิงและรถตำรวจ ที่จอดอยู่บริเวณสนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี ซึ่งคาดว่าเตรียมที่จะขนย้ายหีบบัตรเลือกตั้งไปยังจุดอื่น

เบาะแสทุจริตเลือกตั้ง ณ สนามแบดมินตัน

หลังจากพบข้อพิรุธมากมาย ในช่วงเย็นของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ประชาชนจึงทยอยมารวมตัวยังสนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี พร้อมกับขอให้มีการนับคะแนนใหม่ทันที แต่ระหว่างนั้นมีประชาชนตาดี มองเห็นว่า หีบบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจากหน่วยต่างๆ ที่กองรวมอยู่บนหลังรถ ส่วนใหญ่ปิดผนึกไม่ถูกต้องตามระเบียบของ กกต.ที่กำหนดให้ปิดหีบด้วยสายรัดหรืออุปกรณ์อื่นแทนเทปกาว และต้องลงลายมือชื่อไว้ แต่สภาพหีบเก็บบัตรลงคะแนนที่ประชาชนพบคือ ปิดผนึกด้วยเทปกาว ไม่มีสายรัดที่ลงลายมือชื่อ และที่สำคัญคือ ในหีบบัตร 1 ใบ คาดว่ามีการบรรจุถุงใส่บัตรเลือกตั้งจำนวนหลายใบไว้ในหีบเดียว

ประชาชนสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ กกต.ชลบุรีว่า เหตุใดจึงไม่ใช้วัสดุตามระเบียบของ กกต. ก่อนได้รับคำตอบว่า ที่ไม่ได้ใช้สายรัดเคเบิลไทร์ปิดหีบเลือกตั้งเพราะ ‘หมด’ แต่ท้ายที่สุดก็มีประชาชนตาดีอีก เพราะไปพบว่า ภายในสนามแบดมินตันยังมีเคเบิลไทร์เหลืออยู่จำนวนหนึ่ง

ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงดึก ประชาชนรวมตัวกันด้านนอกสนามแบดมินตันมากขึ้น ทำให้สถานการณ์เริ่มเข้าสู่ช่วงดุเดือด มีการตะโกนขอให้นับคะแนนใหม่ และเชิญชวนออกมารวมเฝ้าหีบบัตรเลือกตั้ง ไม่ให้มีการขนย้าย กระทั่งช่วงเวลา 21.00 น. วรจักร สถาพรภิญโญ นายอำเภอเมืองชลบุรี เดินทางมายังจุดที่ประชาชนรวมตัว ตัวแทนประชาชนจึงชี้แจงข้อพิรุธทั้งหมดให้ทราบ และแจ้งความประสงค์ว่า ต้องการนับคะแนนใหม่ทันที

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทางนายอำเภอปรึกษากับ มนัสนันท์ วิทนา ผู้อำนวยการ กกต.ชลบุรี แจ้งข้อสรุปกับประชาชนว่า หากต้องการนับคะแนนใหม่ต้องรายงานไปยัง กกต.ส่วนกลาง เพื่อให้ตรวจสอบคำร้องว่า มีคำร้องที่ประชาชนในเขตดังกล่าวแจ้งเข้าไปหรือไม่ จากนั้นต้องให้ กกต.สั่งการว่า จะเปิดหรือไม่เปิดหีบ ทั้งนี้ด้านนายอำเภอยังคงตอบเสียงแข็งว่า ไม่สามารถนับคะแนนใหม่ได้ทันทีในวันดังกล่าว จึงมุ่งไปยังประเด็นการเก็บรักษาหีบเลือกตั้ง โดยถามประชาชนว่า จะให้เอาหีบเลือกตั้งไปเก็บไว้ที่ไหน จึงจะคลายความกังวลของประชาชนและทำให้รู้สึกปลอดภัย

ในระหว่างเวลา 21.00-22.00 น. ประชาชนยังสอบถามฝั่งของผู้มีอำนาจทั้งนายอำเภอเมืองชลบุรีและผู้อำนวยการ กกต.ว่า ทำไมจึงนับคะแนนใหม่ไม่ได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้นในเขตที่ 7 ปทุมธานี หลังนักศึกษาพบข้อพิรุธในการนับคะแนน นายอำเภอชี้แจงว่า เพราะมีการท้วงติงในระหว่างที่ กปน.นับคะแนนอยู่ ดังนั้นจึงขอให้นับคะแนนใหม่ได้ทันที เพราะยังไม่ปิดหีบ ส่วนในกรณีที่เกิดขึ้นกับเขตที่ 1 ชลบุรี ทำได้เพียง ‘รับเรื่อง’ และไม่มีอำนาจตัดสินใจนับคะแนนใหม่ทันที

ประชาชนยังสอบถามต่ออีกว่า เหตุใดจึงไม่ปิดหีบตามระเบียบของ กกต. แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ กระทั่ง ร้อยตำรวจเอก ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ได้เดินทางมายังสนามแบดมินตัน ในช่วงเวลา 01.30 น. ของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่า ทำไมจึงปิดหีบด้วยเทปกาวและไม่ใช้สายรัดที่ลงลายมือชื่อ กลับโยนให้ประชาชนรวบรวมหลักฐานและยื่นเรื่องเข้ามาที่ กกต.เอง

ที่สำคัญแม้ว่าผู้อำนวยการ กกต.ชลบุรี แจ้งกับประชาชนที่มารวมตัวว่า ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจซึ่งก็คือ ร้อยตำรวจเอกชนินทร์กำลังเดินทางมายังสนามแบดมินตัน แต่เมื่อเดินทางมาถึงแล้วก็ยังไม่สามารถสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ในเขตการเลือกตั้งนี้ได้ในทันที เพราะเป็นอำนาจของคณะกรรมการ กกต.ชุดใหญ่ 7 คน

ประชาชนพบ กกต.ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งชัดเจน

เวลาราว 02.30 น ของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ประชาชนบางส่วนนำขยะไปทิ้งและพบแบบขีดคะแนนเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ส.ส. 5/11 และแบบขีดคะแนนบัญชีรายชื่อ ส.ส. 5/11 บช. โดยพบว่า มีกระดาษจำนวนหนึ่งพับไว้บนถังขยะเล็ก เมื่อคลี่ออกมาแล้วพบว่า เป็นใบขีดคะแนน ส.ส. 5/11 และ ส.ส. 5/11 บช. นอกจากนี้ยังมีการพบใบขีดคะแนนอีก 1 ใบวางอยู่บริเวณหีบเลือกตั้งที่ซ้อนกันอยู่ข้างสนาม

iLaw เปิดเผยว่า ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2566 ข้อ 179 ระบุว่า ใบขีดคะแนน ตามแบบ ส.ส. 5/11 และ ส.ส. 5/11 บช. กปน.จะต้องบรรจุไว้ในถุงใส ถุงชั้นนอก ก่อนมัดถุงชั้นนอกด้วยสายรัดและนำไปบรรจุไว้ในหีบบัตรเลือกตั้ง จากนั้น กปน.จะต้องนำหีบบัตรเลือกตั้งที่บรรจุ ส.ส. 5/11 และ ส.ส. 5/11 บช. ไว้ด้วย ส่งมอบให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต

ทั้งนี้ตามข้อ 182 คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตมีหน้าที่ต้องตรวจรับหีบบัตรเลือกตั้ง คูหาออกเสียง สิ่งของและวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัยตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตกำหนด ทว่ากรณีเขต 1 ชลบุรี กลับพบว่า เอกสารดังกล่าวอยู่ภายนอกถุงและกองอยู่บริเวณถังขยะ

ที่น่าสังเกตคือ ผลการนับคะแนนในใบขีดคะแนน ส.ส. 5/11 ที่ประชาชนพบ สุชาติมีคะแนน 266 คะแนน ซึ่งตามหลังวรทที่ได้คะแนน 278 คะแนน

อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีประชาชนพบพิรุธในการเลือกตั้งของเขตที่ 1 ชลบุรี สุชาติออกมาเคลื่อนไหวโดยระบุว่า การชุมนุมของประชาชนที่สนามแบดมินตันมี ‘เบื้องหลัง’ ทั้งยังชี้ว่า เป็นกลุ่มที่ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งแม้คะแนนจะห่างกัน 4,000-5,000 คะแนน พร้อมถามกลับว่า หากนับคะแนนใหม่แล้วได้เท่าเดิมใครจะรับผิดชอบ ดังนั้นจึงไม่ใช่ใครสงสัยแล้วสามารถนับคะแนนใหม่ได้ ขอให้เคารพกฎหมาย ขณะที่กรณีไฟดับระหว่างนับคะแนนแต่พัดลมยังเปิด ได้โยนให้ กกต.ชี้แจง

“อย่าลืมว่าถ้าเกิดนับใหม่แล้วเกิดคะแนนออกมาเท่าเดิม มั่นใจอยู่แล้วว่าคะแนนเท่า เขาจะรับผิดชอบอะไรดีกว่า เขาจะลาออกจาก สส.ไหม เขากล้าไหม คนที่ปลุกปั่นอยู่ อย่าทำอะไรกันอยู่หลังฉาก” สุชาติกล่าวในการให้สัมภาษณ์

ทั้งนี้ iLaw ชี้แจงตามข้อกฎหมายและระเบียบการเลือกตั้งว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในเขตเลือกตั้งที่ 1 ชลบุรี สามารถนำไปสู่การนับคะแนนใหม่ได้ เนื่องจากพบหลักฐานอันเชื่อได้ว่า การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนไม่ถูกต้อง ซึ่งคณะกรรมการฯ จะงดประกาศผลเลือกตั้งและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกใดหน่วยเลือกตั้งหนึ่งหรือทุกหน่วยเลือกตั้งในเขตนั้นก็ได้

ทว่าจนแล้วจนรอดยังไม่มีข้อสรุปว่า จะมีการนับคะแนนใหม่หรือไม่ ภาพของประชาชนนอนเฝ้าหีบตามจุดต่างๆ ในสนามแบดมินตันจึงยังคงดำเนินต่อไป

ที่สำคัญไม่เพียงแต่เขตเลือกตั้งที่ 1 ชลบุรีเท่านั้นที่พบข้อพิรุธในการนับคะแนนและการทำหน้าที่ของ กปน.แต่ละพื้นที่ แต่ในอีกหลายพื้นที่ยังพบว่า มีมาตรฐานการนับคะแนนที่ไม่เหมือนกัน บางแห่งไม่เปิดให้ประชาชนเข้าไปสังเกตการณ์ บันทึกภาพและวิดีโอระหว่างนับคะแนน ในขณะที่บางพื้นที่สามารถทำได้ บางแห่ง กปน.ไม่แสดงบัตรที่นับให้ประชาชนเห็นการลงคะแนนแต่ละใบอย่างชัดเจน บางแห่งมีการร้องเรียนว่า เจ้าหน้าที่นับคะแนนนำเอาบัตรเสียไปเป็นคะแนนของนักการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง อีกทั้งยังพบปัญหาบัตรเขย่งที่ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรลงคะแนนที่มีล้นเกิน ทั้งหมดนี้คือข้อพิรุธที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และจำนวนมากยังไม่ได้ข้อสรุปจาก กกต.ว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร

เรื่องที่ชลบุรีอาจลามไปหลายจังหวัด เริ่มมีหลายเขตเลือกตั้งที่มีประชาชนรวมตัวในลักษณะเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่า หากเขต 1 ชลบุรี ยอมให้นับใหม่ ขอนแก่น ลำปาง ศรีสะเกษ ที่เกิดเรื่องราวทำนองเดียวกัน อาจมีการขอให้นับคะแนนใหม่อีกครั้ง

แต่หากยืนกระต่ายขาเดียว ไม่ยอมให้นับใหม่ มวลชนที่ชลบุรีก็คงไม่หายไปไหน จนถึงวันนี้ภาพการรวมตัวของประชาชน กลายสภาพเป็นการชุมนุมขนาดย่อมๆ พร้อมกับคำถามว่า ‘นับใหม่’ เพียงหน่วยเลือกตั้งเดียวนั้นยากตรงไหน และหากไม่มีพิรุธจริง การนับใหม่ ยิ่งทำให้ชัยชนะของสุชาตินั้นสง่างามยิ่งขึ้น

ติดตรงแต่ว่า หรือแท้จริงแล้วมีเรื่องราวพิลึกพิลั่นที่อยู่เบื้องหลังการนับคะแนนและ ‘รวมคะแนน’ 

เพราะในระบอบประชาธิปไตย สิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่ความพ่ายแพ้ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือความคลางแคลงที่ถูกปล่อยให้ค้างคาโดยไม่มีคำตอบจากผู้มีอำนาจ

Tags: , , ,