วันนี้ (28 มกราคม 2569) ในรายการ House of Cards LIVE ทาง The Momentum การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ตอบคำถามตอนหนึ่งถึงแนวคิด ‘ไม่เลือกเรา เขามาแน่’ ที่ ศุภมาส อิศรภักดี แกนนำพรรคภูมิใจไทยออกมารณรงค์ โดยการดีระบุว่า ในอดีตไม่ใช่ไม่เคยได้ยินอะไรประมาณนี้ แล้วก็เจ๊งในอดีตมาแล้ว

“เราอยากจะบอกกับประชาชนว่า การที่เราจะมองพรรคการเมืองแล้วเลือก เรา เลือกคนที่ทำเป็นทำได้ทำจริง และอนาคตของการเมืองจะเป็นไปได้แบบนั้นจริงๆ ฉะนั้นการที่จะออกมาเป็นนโยบาย ออกเป็นแคมเปญ แบ่งขั้วของคนด้วยความกลัว ซึ่งใจจริงก็ฟังแล้วตกใจ คิดว่าประเทศไทยไปได้ไกลกว่านั้นแล้ว สิ่งนี้เคยได้ยินตอนเด็กๆ แล้วคิดว่าไม่โอเคกับการสร้างความกลัวและการแบ่งขั้ว มันคงเป็นวิธีคิดของที่ Desperate (สิ้นหวัง) ประมาณหนึ่งว่าต้องเล่นท่านี้แหละ

“แต่อยากชวนพี่น้องประชาชนคิดว่า ในเนื้อแท้การเมืองไทย สิ่งที่ควรทำที่สุดคือ เลือกคนทำเป็น เลือกคนที่เป็นคนดี มีความยุติธรรม มีความสุจริตเข้าไปทำ ถ้าเลือกกลุ่มคนพวกนี้มากพอ ก็สามารถคุมเกมในสิ่งที่ทุกคนกลัวได้ ไม่ว่าเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ ทุนมนุษย์ในอนาคต ประชาชนน่าจะเห็นความสำคัญแล้ว”

แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคประชาธิปัตย์กล่าวอีกว่า การเมืองยุคนี้ควรต้องให้ความยุติธรรมและให้เกียรติกับประชาชน โดยพูดคุยเรื่องนโยบายที่มีคุณภาพ นโยบายที่ดี มากกว่าเอาความกลัวของประชาชนเป็นตัวตั้ง

“อย่าดูถูกประชาชนเลย พวกเรามีประสบการณ์ผ่านกันมาแล้ว แล้วเราคิดว่าพวกเราอยากทำให้ประเทศดีขึ้น ไม่อยากแบ่งจากความกลัวอีกต่อไปแล้ว”

เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นภาพแทนฝั่งอนุรักษนิยมอยู่หรือไม่ การดีระบุว่า แนวทางของพรรคประชาธิปัตย์คือ เสรีนิยมประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มากกว่าเป็นอนุรักษนิยม

การดียังขยายความอีกว่า นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์เป็นเสรีนิยมประชาธิปไตยเต็มที่ รัฐไม่เข้าไปควบคุม แต่เป็นผู้ผลักดัน รัฐทำหน้าที่ชี้ทางว่า อนาคตที่ดีหรือยุทธศาสตร์ของประเทศควรไปในทิศทางไหน และให้เอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนา และสุดท้ายรัฐจะไม่ขวางทาง พยายามตัดกฎหมายที่เป็นอุปสรรคให้มากที่สุด

ขณะเดียวกัน ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของพรรคประชาธิปัตย์ยุคนี้ คือไม่ได้มีขั้นลำดับว่า ต้องทำตามผู้อาวุโสก่อน โดยวันนี้ภาพแตกต่างชัดเจนตั้งแต่วันที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง

“โลกใหม่ต้องการทักษะใหม่ ต้องการมุมมองใหม่ๆ ในการขับเคลื่อนประเทศและในการบริหารพรรคด้วย หัวหน้าอภิสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคก็ประกอบกันด้วยคนรุ่นใหม่ ซึ่งไม่ได้มีจุดประสงค์ให้คนรุ่นใหม่มองมาที่เราเท่านั้น แต่เราต้องมีมุมมองที่หลากหลาย เพื่อรับมือกับวิกฤตซ้อนวิกฤต”

Tags: , ,