‘ปทุมธานี’ เป็นหนึ่งในไม่กี่จังหวัดที่การเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 มีจำนวน สส.แบบแบ่งเขตเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มี 7 เขต เป็น 8 เขต (เทียบกับการเลือกตั้งทั่วไปปี 2568) โดยเขตที่ถูกแบ่งเพิ่มขึ้นมาคือ เขต 2 ประกอบด้วยพื้นที่อำเภอสามโคกทั้งหมด และอำเภอเมืองฯ เฉพาะตำบลบางปรอก ตำบลบ้านกระแชง ตำบลบางพูด ตำบลบ้านกลาง ตำบลสวนพริกไทย ตำบลบางพูน และตำบลบางกะดี
เขต 1 เดิม อำเภอเมืองฯ อำเภอสามโคก อำเภอลาดหลุมแก้ว เขต 2 คืออำเภอเมืองฯ เพียงอย่างเดียว แต่ครั้งนี้มีการเพิ่มเขตใหม่ หั่นเขตเมืองไปโปะกับพื้นที่อำเภอสามโคกและอำเภอลาดหลุมแก้ว ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าเป็นการหั่นเมืองที่เป็นฐานเสียงของ ‘พรรคก้าวไกล’ ไปให้กับฐานเสียงอื่น ตรงกับนิยาม Gerrymandering ศัพท์การเมืองเก่าแก่ว่าด้วยการแบ่งพื้นที่อย่างมีเลศนัย จนสร้างความได้เปรียบให้กับกลุ่มการเมืองใดการเมืองหนึ่ง
ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจพื้นที่เขต 2 จังหวัดปทุมธานีกันเสียก่อน สำหรับอำเภอสามโคกนั้นเป็นพื้นที่เกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ ต่างจากพื้นที่รังสิตที่เป็นพื้นที่พาณิชยกรรม มีห้างใหญ่ และมีความเป็นเมือง ในพื้นที่สามโคกนั้นเป็นฐานเสียงของ ชาญ พวงเพ็ชร์ ขณะที่พื้นที่อำเภอเมืองฯ มีความเป็นเมืองมากขึ้น มีพื้นที่ที่เป็นโรงงานและหมู่บ้านจัดสรร
ส่วนจังหวัดปทุมธานี หากย้อนอดีตกลับไปในการเลือกตั้ง 2554 พรรคเพื่อไทยครองพื้นที่ทุกเขตเลือกตั้งของปทุมธานี 2562 พรรคเพื่อไทยยังคงครองพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ 4 เขต พรรคอนาคตใหม่ 1 เขต และภูมิใจไทย 1 เขต
ณ เวลานั้น บิ๊กแจ๊ส-พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ยังคงเหนียวแน่นกับพรรคเพื่อไทย และชาญก็เหนียวแน่นกับพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน
สำหรับชาญ เจ้าของฉายา ‘ลุงชาญใจดี’ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จากที่เคยลงนายก อบจ.กับพรรคเพื่อไทยเมื่อปี 2567 โดยได้บ้านใหญ่ในจังหวัดปทุมธานีให้การสนับสนุน รวมถึง ‘ป.นำโชค’ ของ แป๊ะ-สายัณ นพขำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกลาง เพื่อต่อสู้กับบิ๊กแจ๊ส โดยการเลือกตั้งครั้งนั้น ลุงชาญสามารถกำชัยชนะมาได้ด้วยคะแนน 203,032 คะแนน เอาชนะคำรณวิทย์ไปได้
แต่ไม่ทันที่ชาญจะได้นั่งตำแหน่งนายก อบจ. เขากลับถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ใบเหลือง เหตุจัดเลี้ยงและมหรสพจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทำให้ต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง ทว่าในการเลือกตั้งใหม่นั้นเอง บ้านใหญ่ที่สนับสนุนลุงชาญใจดีกลับแตกตัวออกไป เหลือเพียงแต่ ‘ป.นำโชค’ ที่ให้การสนับสนุน
อย่างไรก็ตาม หลังการเลือกตั้งรอบใหม่กลายเป็นว่า ชาญกลับแพ้ให้กับบิ๊กแจ๊สที่คะแนน 120,007 ต่อ 187,975 เสียง ทำให้บิ๊กแจ๊สสามารถครองตำแหน่งนายก อบจ.ปทุมธานี สมัยที่ 2 ได้สำเร็จ โดยที่ชาญให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่ได้ลงในนามพรรคเพื่อไทยเหมือนเดิมแล้ว
สำหรับลุงชาญในรอบนี้ส่งลูกสาว นก-ชิดชนก พวงเพ็ชร์ เป็นผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต พรรคภูมิใจไทย พร้อมชนกับพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน
ทั้งนี้ในการเมืองสนามใหญ่ ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 กระแสพรรคก้าวไกลภายใต้การนำของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้เปลี่ยนให้สนามจังหวัดปทุมธานีจากเดิมที่เคยเป็นพื้นที่สีแดง กลายเป็นพื้นที่สีส้มเกือบทั้งจังหวัด ไม่ต่างจากกรุงเทพฯ โดยพรรคก้าวไกลสามารถได้จำนวนที่นั่ง สส.จากจังหวัดนี้ทั้งหมด 6 จาก 7 คน ขาดเพียงเขต 5 ปทุมธานี ของ มนัสนันท์ หลีนวรัตน์ ที่พรรคเพื่อไทยยังรักษาพื้นที่ไว้ได้
ในการเลือกตั้งปี 2569 นี้พรรคเพื่อไทยเดิมพันในการแข่งขันถึงขั้นประกาศว่า ‘ห้ามแพ้’ และได้ส่ง เต๋า-ศุภชัย นพขำ (ลูกชายของนายกแป๊ะ) ลงแข่งอีกครั้ง หลังคราวก่อนแพ้ เจษฎา ดนตรีเสนาะ จากพรรคก้าวไกลไปเพียง 3,000 คะแนน
และในการเลือกตั้งเขต 2 จังหวัดปทุมธานี ศุภชัยยังได้การสนับสนุนจากบิ๊กแจ๊สด้วย เพื่อสกัดกั้นไม่ให้บ้านใหญ่ตระกูลพวงเพ็ชร์ชนะการเลือกตั้ง แม้ว่าบิ๊กแจ๊สสมัครเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรม และขึ้นรูปบนป้ายหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตของพรรคกล้าธรรมในเขตอื่นๆ แต่ในเขตนี้ บิ๊กแจ๊สสนับสนุนเพื่อไทย
เป็นความซับซ้อนทางการเมืองในรูปแบบหนึ่ง…
ขณะที่พรรคประชาชน ผู้กำชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 เลือกส่ง เปา-วรชิต จันทร์แบบ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภา อบจ.ปทุมธานี พรรคประชาชน มาลงแข่งครั้งนี้ สำหรับวรชิตเป็นลูกชายของคนสนิทลุงชาญ ถือว่าในพื้นที่นี้วรชิตไม่ใช่คนหน้าใหม่ขนาดนั้น ซ้ำแกนนำพรรคประชาชน ต่างก็เดินช่วยหาเสียงตลอดเวลา
เพราะรู้ดีว่าเขตนี้ไม่ง่าย นี่คือศูนย์กลางฐานที่มั่นของทั้งชาญและของศุภชัย และแน่นอนว่าพรรคประชาชนก็เสียพื้นที่ปทุมธานีไม่ได้เช่นกัน หากพรรคจะรักษาโมเมนตัมให้คะแนนเสียงไม่ลดน้อยกวาเดิม ถึงอย่างไรก็ต้องกวาดพื้นที่ทั้งปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพฯ อย่างราบคาบทุกเขต
ด้วยปัจจัยทางการเมืองทำให้สภาพเขต 2 ปทุมธานีกลายเป็นการแข่งขัน ‘3 ก๊ก’ คือ พรรคเพื่อไทย (บ้าน ป.นำโชค+พลตำรวจโทคำรณวิทย์) พรรคภูมิใจไทย (บ้านพวงเพ็ชร์) และพรรคประชาชน กลายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ทางการเมือง ซึ่งเป็นที่จับตาว่าก๊กไหนจะเข้าวินได้สำเร็จในการเลือกตั้ง 2569
แม้ปทุมธานีเป็นเขตชนบทกึ่งเมือง แต่ขณะนี้เริ่มมีรายงานว่า เริ่มมีการยิงกระสุนกันแล้วด้วยเรตแบงก์ม่วง ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงกว่าปกติ และหลังจากนี้ อาจสูงขึ้นอีกในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง
Tags: พรรคประชาชน, เลือกตั้ง69, House of Cards, เกมพลิกอำนาจ, พรรคเพื่อไทย, พรรคภูมิใจไทย, ปทุมธานี




