หนึ่งในโครงการสำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อย่างโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ที่ได้บริษัทผู้รับสัมปทานโครงการแล้วกว่า 6 ปี แต่ปัจจุบันการก่อสร้างกลับยังไม่เริ่มต้น เนื่องจากบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (Asia Era One) เสนอให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขสัญญา หลังจากประสบปัญหาเศรษฐกิจจากการระบาดโควิด-19
อย่างไรก็ตาม พิพัฒน์ รัชกิจประการ รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังคง ‘ไม่เห็นด้วย’ กับการแก้ไขสัญญาดังกล่าวให้กับบริษัทเอกชนผู้รับสัมปทาน โดยเฉพาะเงื่อนไขสำคัญอย่างการจ่ายเงินให้เอกชนแบบจ่ายไปสร้างไป จากเดิมที่รัฐจะจ่ายให้เอกชนเมื่อมีการเปิดเดินรถ โดยรอบการจ่ายจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 10 ปี ปีละเท่าๆ กัน รวมกว่า 1.49 แสนล้านบาท
จากเหตุความล่าช้าของโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินนั้นเอง ทำให้พิพัฒน์โยนหินถามทางถึงกรณีการลงทุน ‘ดิสนีย์แลนด์’ (Disneyland) สวนสนุกระดับโลกบนพื้นที่ EEC เป็นแห่งแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อดึงดูดความต้องการการลงทุน รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินและเมืองการบินภาคตะวันออกให้เกิดจริงเสียที
พิพัฒน์ยังเปิดเผยว่า ภายหลังขายไอเดียไป มีนักลงทุนไทยสนใจเข้ามาลงทุนสร้างดิสนีย์แลนด์ โดยมองว่าหากดิสนีย์แลนด์ในไทยเกิดขึ้นจริง จะสามารถสู้กับสวนสนุก Universal Studios ของสิงคโปร์ได้อย่างแน่นอน เนื่องจากประเทศไทยมีการให้บริการที่ดี มีอากาศที่ดี และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ
ขณะที่โมเดลการลงทุนนั้น ในเบื้องต้นรักษาการรองนายกฯ ระบุว่า ทางการจะส่งหนังสือเชิญให้ทางดิสนีย์ (Disney) เข้ามาลงทุนก่อน ถ้าไม่มาก็อาจเป็นโมเดลการขอซื้อใบอนุญาตและหานักลงทุนภายหลังแบบ Tokyo Disneyland Resort ที่ประเทศญี่ปุ่น
“เชื่อว่า ดิสนีย์แลนด์จะเป็นแรงดึงดูดสำคัญที่ทำให้โครงการไฮสปีดเทรนและสนามบินอู่ตะเภาคึกคัก”
ทั้งนี้มีรายงานว่า มีนักลงทุนไทยหลายกลุ่มทุนที่มีความสนใจโครงการดิสนีย์แลนด์มูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA), กลุ่มสยามพาร์คซิตี้ ผู้พัฒนาสวนสยาม, พราวกรุ๊ป ของ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, กลุ่มเดอะมอลล์ รวมไปถึงกลุ่มเซ็นทรัล ที่ล่าสุดเพิ่งจัดงานฉลองปีใหม่ 2569 ในธีมฉลองครบรอบ 20 ปี Hong Kong Disneyland ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด
นอกจากนั้นสํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ยังออกมาให้ข้อมูลด้วยว่า พื้นที่ใน EEC มีพื้นที่ที่สามารถเวนคืนมาจะสร้างโครงการดังกล่าวได้สูงถึง 1 หมื่นไร่ ซึ่งปกติแล้ว ดิสนีย์แลนด์จะมีด้วยกันทั้งหมด 3 ขนาด ได้แก่ ขนาดเล็ก (900-1,000 ไร่) ขนาดกลาง (1,800-2,000 ไร่) และขนาดใหญ่ (3,000 ไร่)
กรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย (ลูกค้ารายย่อย) บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับสำนักข่าวทันหุ้นวันนี้ (12 มกราคม 2569) ว่า ในระยะสั้นประเด็นนี้จะส่งผลบวกต่อตลาดในเชิงจิตวิทยาและในเชิงปฏิบัติ โดยคาดว่าแนวคิดการสร้างดิสนีย์แลนด์มีความเป็นไปได้มากกว่าโครงการ Entertainment Complex ที่มีคาสิโน เพราะเป็นการลงทุนด้านการท่องเที่ยวและนันทนาการ ซึ่งมีข้อจำกัดทางกฎหมายน้อยกว่าการตั้งธุรกิจการพนัน
อย่างไรก็ตามกรรณ์มองว่า โครงการดังกล่าวจะไม่ถือเป็น New S-curve ที่เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดด รวมถึงอาจไม่ผลักดันให้ GDP เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญโดยตรง แต่เป็นการเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวของไทยมากกว่า
ทั้งนี้เป็นที่น่าสนใจว่า โครงการสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ซึ่งเป็นเพียงเป้าหมายการลงทุน จะทำให้โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ หากไร้ซึ่งการแก้ไขสัญญาตามที่เอกชนผู้ได้รับสัมปทานต้องการ
ต้องไม่ลืมว่าหากโครงการนี้ไม่เกิดขึ้น ยังส่งผลกระทบต่อไปถึงโครงการอื่นด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงสัญญา 4-1 (บางซื่อ-ดอนเมือง) ที่ต้องใช้รางเดียวกับรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
รวมถึงเขตพัฒนา EEC ที่ทุกฝ่ายหวังว่าจะเป็นตัวกระตุ้นสำคัญให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเดินหน้า จะกลายเป็นฝันลมๆ แล้งๆ ต่อไปหรือไม่เช่นกัน
Tags: ดิสนีย์แลนด์, เซ็นทรัล, พิพัฒน์, Disneyland, พิพัฒน์ รัชกิจประการ, การลงทุน, EEC, รถไฟความเร็วสูง




