วันนี้ (18 พฤศจิกายน 2568) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลตํารวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน หลังเรียก พลตำรวจโท สิทธิชัย โล่กันภัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ผบช.ภ.8) และรองผู้บัญชาการทุกคนเข้าพบ กรณีข่าวรับผลประโยชน์แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ

พลตํารวจเอกกิตติ์รัฐกล่าวว่า เคยประกาศนโยบายไปตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ‘อย่ากินเลือดกับปู’ หมายความว่า เตือนข้าราชการตำรวจแล้วว่า อย่ากระทำเรื่องแต่งตั้งมาหาผลประโยชน์โดยมิชอบ หากผู้ใดดำเนินการแต่งตั้งและมีหลักฐานชัดเจน ยืนยันว่าตนไม่เลี้ยงไว้อย่างแน่นอน

ส่วนเรื่องข่าวขบวนการซื้อขายตำแหน่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ที่มีผู้ร่วมขบวนการตั้งแต่ระดับพลตำรวจเอก พลตำรวจโท กรรมการข้าราชการตำรวจ และคุณหญิง ผบ.ตร.ชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า ทุกวันนี้คนเสพข้อมูลจากการพูดทำนองนี้ว่า มีคนตั้งโต๊ะรับเงิน แต่ไม่มีพยานหลักฐานและข้อมูลมารองรับ

พลตํารวจเอกกิตติ์รัฐระบุว่า เมื่อวานนี้ (17 พฤศจิกายน 2568) หารือกับรอง ผบ.ตร.ว่า ทุกวันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคนส่งเรื่องร้องเรียนมาเป็นกระดาษ 1 แผ่น โดยไม่มีข้อมูลและหลักฐานรองรับ หลังจากนั้นสำนักงานตำรวจก็ตั้งคณะกรรมการสอบ แต่ตนตั้งข้อสังเกตว่า กระบวนการที่ว่านั้นเป็นธรรมหรือไม่ จึงเป็นที่มาของ ‘คณะกลั่นกรองข้อมูล’ เพื่อให้มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน

“เรื่องที่ปรากฏตอนนี้ เป็นเรื่องของการบอกข่าวสารผ่านสื่อมวลชน ออกสื่อโซเชียลฯ คนบางคนรับฟังข้อมูลจึงบอกว่า ก็เพราะตำรวจเป็นอย่างนี้ แต่ผมพูดตรงนี้เลยว่า มีหลักฐาน พยาน ข้อมูลที่ชัดเจนหรือไม่ ถ้ามีผมขอเอามาให้เถอะ ว่ามีหลักฐานตำรวจตั้งโต๊ะ

“ผมพูดตรงๆ นะ ถ้ามีตำรวจคนไหนรับเงินจากการแต่งตั้ง โง่สุดๆ เนื่องผมสั่งกำชับว่า เป็นเรื่องของความเสียหายขององค์กรและหน่วยงานนั้น”

ส่วนเหตุผลที่พลตํารวจเอกกิตติ์รัฐต้องเรียก ผบช.ภ.8 และรองผู้บัญชาการเข้าพูดคุย เพราะตนเป็น ผบ.ตร. ต้องหนักแน่นด้วยข้อมูลและหลักฐาน จึงจำเป็นต้องเรียนผู้บัญชาการมาสอบถาม ซึ่งตนไม่ได้เรียกแต่ผู้บัญชาการเพียงคนเดียว ยังเรียกร้องผู้บัญชาการทุกคนเข้าพูดคุยด้วย เพราะไม่ต้องการคุยกับผู้บัญชาการเพียงลำพัง โดยตนสอบถามต่อหน้าทุกคนว่า เรื่องเป็นอย่างไร ผู้บัญชาการทุกคนยืนยันอย่างชัดเจนว่า ข้อเท็จจริงไม่ใช่สิ่งที่ปรากฏตามสื่อ

พลตํารวจเอกกิตติ์รัฐยังถามย้ำว่า จริงหรือไม่ หากมีข้อมูลและปรากฏหลักฐาน ตนก็จะไม่เอาไว้และจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด 

“ถ้าไม่จริง ผมก็ยืนยันว่าไม่จริง แต่ถ้าจริง ผมจะเด็ดขาดโดยไม่เกรงใจกัน ไม่ว่าจะเป็นใคร

“ผมว่าคนที่เคยทำ และคิดว่าคนอื่นจะทำ ผมว่าไม่ใช่ ผมคิดว่าเรามีความบริสุทธิ์ใจเพียงพอ และผมย้ำกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ว่า ผมหนักแน่นพอ แต่ถ้าผมรู้และปรากฏหลักฐานจริงๆ ผมจะไม่เอาท่านไว้เลย”

ทั้งนี้ กระแสข่าวที่มีการกล่าวหาว่า พลตํารวจเอกกิตติ์รัฐเข้าไปมีส่วนร่วมหรือมีผลประโยชน์ได้เสีย ผบ.ตร.ชี้แจงว่า “ขออย่าพูดลอยๆ เอาที่เป็นเรื่องจริงดีกว่า คนอย่างผมถ้าคิดจะทำเรื่องเช่นนี้ ผมหน้าไม่หนาพอที่จะกำชับย้ำเตือนข้าราชการตำรวจทุกหน่วยว่า คุณต้องไม่ทำ แต่ตนเองทำเสียเอง ผมก็ขอปลดยศตัวเองเลยดีกว่า”

Tags: , ,