วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นในทำเนียบขาว สถานที่ทำงานของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

​ ในวันนั้น หัวหน้าคนใหม่ของผู้คนเรือนร้อยในทำเนียบขาว คือนายพลสี่ดาวจากเหล่านาวิกโยธินวัย 67 ปี

​พลเอก จอห์น เคลลี (John Kelly) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ คือ ‘แม่บ้านคนใหม่ของรัฐบาลสหรัฐฯ’ แทนที่ไรน์ซ พรีบัส (Reince Priebus) ซึ่งอยู่ในตำแหน่งนี้ 189 วัน

​ หลังจากเกือบ 200 วันอันเต็มไปด้วยปัญหาสำหรับผู้คนในทำเนียบขาว การมาของเคลลีไม่เพียงเป็นความหวังของการซ่อมแซมระบบอันผุกร่อนของสหรัฐอเมริกา แต่คนจำนวนหนึ่งยังหวังว่าเขาจะช่วยประคับประคองให้สถานการณ์ของโลกใบนี้ไม่เลวร้ายไปมากกว่าเดิม

​ จอห์น ฟรานซิส เคลลี เกิดที่เมืองบอสตันเมื่อปี 1950 ในครอบครัวของชายชาติทหาร

​ “ในครอบครัวของผม ผู้ชายทุกคนคือทหารผ่านศึก”

​ และธรรมเนียมนี้ก็ถูกส่งต่อมาถึงลูกๆ ของเขาเช่นกัน
​ ลูกชายสองคนของเขาคือส่วนหนึ่งของเหล่านาวิกโยธินเหมือนกับพ่อ ขณะที่ลูกสาวอีกคนเป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสอบสวนกลาง (Federal Bureau of Investigation: FBI)
​

เคลลีในวัยเด็กชื่นชอบการผจญภัย เขาโบกรถออกเดินทางไปทั่วสหรัฐฯ ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น และขึ้นรถไฟบรรทุกสัมภาระออกเดินทางไปยังฝั่งตะวันออกของประเทศตั้งแต่ก่อนจะมีอายุครบ 16 ปี จากนั้นก็ก้าวขึ้นเรือเดินทะเลเพื่อออกไปดูโลก ซึ่งทริปแรกของเขาคือการขนเบียร์ 10,000 ตันไปที่เวียดนาม

​ เคลลีสมัครเป็นทหารในปี 1970 จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแมสซาชูเสตส์ในปี 1976 ก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางที่ทำให้เขากลายเป็นตำนาน

“ในครอบครัวของผม ผู้ชายทุกคนคือทหารผ่านศึก”

​

เราคงพอคาดเดาได้ว่า ทรัมป์คงไม่ใช่คนที่จะคล้อยตามใครง่ายๆ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือทรัมป์แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขารับฟังและเคารพความคิดเห็นของบุคลากรจากกองทัพ
​

ไม่รู้ว่าเพราะเขาเป็นศิษย์เก่า New York Military Academy หรือเพราะเขาคิดว่าบรรดานายทหารจะปฏิบัติตามทุกคำสั่งของเขา หรือเพราะเขาชื่นชอบความแข็งแรงและความเด็ดขาดของทหารหาญ แต่ที่แน่นอนคือทรัมป์ชื่นชอบนายพลจากกองทัพ
​

ที่ผ่านมา มีน้อยครั้งที่ทหารจากกองทัพสหรัฐฯ ก้าวขึ้นมามีบทบาทในการบริหารจัดการประเทศพร้อมกันหลายคน แต่ ณ วันนี้ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ทั้งสามคนคือนายพลและนายพลวัยเกษียณ
​

ที่สำคัญ ทั้งสามคนไม่ได้เป็นเพียงแค่เพื่อน แต่คือมิตรสหายที่รู้จักกันมายาวนาน

​ สองในสามคนคืออดีตนาวิกโยธิน และหากนับรวม พลเอก โจเซฟ ดันฟอร์ด (Joseph Dunford) ประธานคณะเสนาธิการร่วม (ซึ่งมีเจ้านายคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเช่นเดียวกับเคลลี) ก็อาจกล่าวได้ว่า นี่เป็นครั้งแรกที่บุคลากรจากเหล่านาวิกโยธินมีบทบาทในสายการบังคับบัญชามากขนาดนี้

​ บรรดานายทหารกำลังใช้สายสัมพันธ์อันลึกซึ้งและความรู้ของพวกเขาในการบริหารจัดการประเทศ และในระหว่างที่เกาหลีเหนือส่งสัญญาณคุกคามและความสับสนวุ่นวายในทำเนียบขาว บรรดานายทหารก็ร่วมกันปฏิบัติภารกิจแบบลับๆ

​ พลเอก เจมส์ แมตทิส (James Mattis) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลโท เฮอร์เบิร์ต เรย์มอนด์ แมคมาสเตอร์ (Herbert Raymond McMaster) ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ และพลเอก โจเซฟ ดันฟอร์ด (เช่นเดียวกับ เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ) ต่างก็วิตกกังวลเกี่ยวกับนโยบายการต่างประเทศ และทั้งหมดก็เห็นพ้องว่าสมควรให้จอห์น เคลลี มาทำหน้าที่หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาว
​

พวกเขาเห็นร่วมกันว่าหากเป็นคนอื่น ทำเนียบขาวจะรับมือกับวิกฤตไม่ได้
​

พลเอก เจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ภาพ: REUTERS/Aaron P. Bernstein)

​ระยะเวลาอย่างน้อย 45 ปีกับ 29 ตำแหน่งในกองทัพ จอห์น เคลลี ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของนาวิกโยธินในตำแหน่งหัวหน้าศูนย์ Southern Command ซึ่งดูแลพื้นที่อเมริกากลาง อเมริกาใต้ และแคริบเบียน

เขาเกษียณจากกองทัพในปี 2016 และได้รับงานรายได้งามที่ DynCorp บริษัทผู้รับจ้างผลิตยุทโธปกรณ์ให้กองทัพ

​ เช้าวันเสาร์ของเดือนพฤศจิกายน เคลลีกำลังดูอเมริกันฟุตบอลในระดับมหาวิทยาลัย ตอนที่ไรน์ซ พรีบัส โทร.มาคุยกับเขาเรื่องตำแหน่งงานในรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ เขาถามภรรยาว่าคิดเห็นอย่างไร เธอตอบเขาว่า ​“ถ้าพวกเขาคิดว่าพวกเขาต้องการคุณ คุณก็ไม่อาจปฏิเสธพวกเขาได้ อีกอย่างคือฉันเบื่อแล้วกับชีวิตวัยเกษียณที่มีคุณภาพซึ่งเราใช้ร่วมกัน”

​ เคลลีไม่เคยพบกับทรัมป์มาก่อน และประหลาดใจไม่น้อยที่ทรัมป์เสนอตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิให้กับเขาหลังจาก ‘การสัมภาษณ์’ ผ่านไปเพียง 5 นาที

ทำเนียบขาวภายใต้การดูแลของเคลลีนั้น “มีสภาพแวดล้อมที่เป็นปกติมากขึ้น”
​

‘เคลลีเอฟเฟกต์’ ส่งผลทันทีทันใดต่อทำเนียบขาว เขาบอกกับทุกคนในอาคารเวสต์วิง (อาคารที่ทำงานของฝ่ายบริหาร) ว่าให้ส่งรายงานถึงเขา ไม่ใช่ทรัมป์ (รวมถึงจาเร็ด คุชเนอร์ และอิวานกา ทรัมป์) เพื่อป้องกันความคิดเห็นที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนของประธานาธิบดี
​

เคลลีอยู่ในวงพูดคุยระหว่างทรัมป์กับรัฐมนตรีในรัฐบาล

​ ในวงประชุม เขาตัดบทคนที่พูดเรื่อยเปื่อย และบอกให้คนที่เห็นต่างกันหาข้อสรุปให้ได้ก่อนเข้าประชุม
​

เขาบอกให้เจ้าหน้าที่อยู่ในพื้นที่ของตัวเอง แทนที่จะจับกลุ่มคุยกันอยู่ที่ด้านนอกห้องทำงานของประธานาธิบดี เพื่อหวังว่าจะมีโอกาสได้อยู่ในสายตาของทรัมป์

​ และเขาหนุนหลังแมคมาสเตอร์ในการปลดเครือข่ายผู้สนับสนุน สตีฟ แบนนอน (Steve Bannon) หัวหน้านักยุทธศาสตร์ทำเนียบขาวที่เพิ่งประกาศลาออกเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม

​ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งในอาคารเวสต์วิงบอกว่าทำเนียบขาวภายใต้การดูแลของเคลลีนั้น “มีสภาพแวดล้อมที่เป็นปกติมากขึ้น”


พลโท เฮอร์เบิร์ต เรย์มอนด์ แมคมาสเตอร์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ (ภาพ: REUTERS/Kevin Lamarque)

 

​อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้ยังไม่มีใครบอกได้ว่าจอห์น เคลลี จะช่วยทรัมป์และสหรัฐอเมริกาได้มากแค่ไหน (หลังจากเคลลีรับตำแหน่ง ทรัมป์ยังคงไม่หยุดเรียกหาเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากข้อความในทวิตเตอร์) แต่สำหรับคนจำนวนหนึ่ง พลเอก จอห์น เคลลี คือความหวังของพวกเขา
​

อย่างน้อยพวกเขาก็หวังว่าประสบการณ์และความรู้ทางด้านการทหารของเคลลี จะทำให้ทรัมป์หยุดทวีตข้อความได้

ภาพ: REUTERS/Kevin Lamarque

Tags: , , , , , , , , , , , , ,