สุภาพบุรุษสายลับจากอังกฤษที่มีเสน่ห์เย้ายวนใจทุกยุคทุกสมัย จากตัวละครในนวนิยายและกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์แฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากอีกเรื่องหนึ่ง คาแรคเตอร์ เจมส์ บอนด์ มีเสน่ห์ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปในทุกยุคที่มีการผลัดเปลี่ยนนักแสดง แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นที่ยอมรับ ก็คือสไตล์ที่เนี้ยบ เฉียบคมตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาเป็นหนึ่งในสไตล์ไอคอน ที่มีอิทธิพลกับการแต่งตัวของท่านชายมาหลายทศวรรษ

เจมส์ บอนด์ คือเป็นผู้ชายที่ไม่ได้มีแค่ความแข็งแรงและเลือดเย็น แต่เขายังฉาบหน้าด้วยภาพลักษณ์ของหนุ่มพราวเสน่ห์ สายตาเจ้าชู้ คารมดี และดูลึกลับน่าค้นหา ซึ่งภาพยนตร์ในยุคก่อนอาจจะฉายเด่นที่ความกะล่อนของเขา แต่ต้องยอมรับเลยว่า เจมส์ บอนด์ ในยุคของ แดเนียล เคร็ก (Daniel Craig) คือภาพรวมของคำว่าดิบเถื่อน ดุดัน และเซ็กซี่ในแบบฉบับของตัวเอง

หน้าที่ของสายลับไม่ได้มีแค่ต่อสู้ แต่ต้องใช้ทั้งสมอง เสน่ห์ (ทั้งทางกายและวาจา) และความสามารถในการแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มคนอันตรายที่มักมีไลฟ์สไตล์หรูหราไม่ธรรมดา เพราะฉะนั้นนอกจากความสามารถในการเข้าสังคมแล้ว เสื้อผ้าข้าวของที่ใช้ก็ต้องดูดีด้วย เป็นไปได้ว่าราคาเสื้อผ้าของ เจมส์ บอนด์ อาจจะแพงกว่างบประมาณของบางแผนกในรัฐบาลอังกฤษเสียอีก

ความคลาสสิคตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่มีวันตกยุค

จุดเด่นแรกที่ทำให้ เจมส์ บอนด์ เป็นผู้ชายที่เย้ายวนในทุกยุคสมัยก็คือชุดสูท เราได้เห็นกันจนคุ้นตาว่าสายลับ 007 จะปรากฎตัวในชุดสูทสั่งตัด คุณสุภาพบุรุษก็ควรจะลงทุนกับสูทสั่งตัดดีๆ สักชุด

การที่ เจมส์ บอนด์ ใส่สูทที่ตัดให้พอดีตัว ยิ่งเสริมสร้างบุคลิกที่เฉียบคมของเขา ดูเข้าถึงยากเพราะคุณเขาช่างเนี้ยบไปทุกกระเบียดนิ้ว แต่ผู้หญิงก็พร้อมจะเข้าหาผู้ชายที่แต่งตัวดีแบบนี้ และยังส่งเสริมความคล่องตัว ซึ่งทำให้สายลับ 007 สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีสไตล์ (อาจตกอยู่ในนาทีชีวิตแต่ต้องดูดีไว้ก่อน)

มีหลายครั้งที่ฝ่ายคอสตูมเลือกจัดชุดสูทที่เน้น ‘เข้าเทรนด์’ ในยุคนั้น ซึ่งก็ทำให้ดู ‘ตกยุค’ อย่างรวดเร็ว (อย่างสูทหลวมโพร่งในยุค ธิโมที บัลตัน ในยุคปลาย 80s) ดังนั้นการกลับมาเลือกสูทที่ตัดพอดีตัวแบบเบสิค แทบจะไม่มีดีเทลของแฟชั่นตามสมัย แม้กระทั่งกระเป๋าเสื้อสูทก็เลือกใส่ผ้าเช็ดหน้าพับเป็นสี่เหลี่ยมธรรมดา คือสิ่งที่ทำให้ความเนี้ยบของเขายังคงอยู่ในทุกยุคสมัย ทั้งในอดีตและอนาคต

ชุดสูทสั่งตัดของ เจมส์ บอนด์ ในยุคของ แดเนียล เคร็ก คือแบบฉบับของสุภาพบุรุษอังกฤษ ซิลลูเอทของตัวแจ็กเก็ตสูทนั้นพอดีตัว รับกับหุ่นที่หนาขึ้นของบอนด์คนล่าสุด (เพื่อเสริมคาแรคเตอร์ เจมส์ บอนด์ ในยุคของเขาที่เป็นคนดิบห่ามและตรงไปตรงมากว่าบอนด์คนอื่น) ฟิตพอดีชนิดที่ว่าถ้าตัดพลาดเล็กลงกว่าเดิมเพียงแค่หนึ่งมิลลิเมตรก็อาจจะคับทันที มีกระดุมสามเม็ด แต่ติดแค่เม็ดกลาง ไปจนถึงกางเกงที่เนี้ยบจนแทบไม่เคยเห็นรอยย่นยับ แต่ถึงกระนั้น เจมส์ บอนด์ คนนี้ก็สามารถบู๊ในชุดสูทโดยไม่มีปัญหา ทำให้เรารู้ว่าชุดนี้ได้รับการออกแบบมาอย่างดี

ไม่ใช่แค่สูทที่ใส่ในทุกวัน ในภาพยนตร์เรื่อง Sky Fall (2012) ก็พบว่ามีชุดสูทที่ เจมส์ บอนด์ ใส่ออกงาน ที่ต่อเติมเพิ่มความพิเศษเข้าไป อย่างการเปลี่ยนเนื้อผ้า หรือสี แต่เรียกได้ว่าทุกชุดของเขานั้นสวยจัดจนต้องยอมรับ

ที่ขาดไม่ได้ก็คือรองเท้าที่ถูกต้องเหมาะสมกับบริบท โดยปกติ เจมส์ บอนด์ จะใส่รองเท้าหนังสีดำ ทรงเดอร์บี้ (Derby) และอ็อกซ์ฟอร์ด (Oxford) เท่านั้น แต่ถ้าเราสังเกต เจมส์ บอนด์ ในยุคของเพียร์ส บอสแนน และแดเนียล เคร็ก ใส่รองเท้าหลากหลายขึ้น แต่แม้ว่าจะอยู่ในลุคลำลอง เขาก็เลือกใส่รองเท้าเหมาะกับสถานที่ที่ไป และเข้ากับชุดที่ใส่อยู่เสมอ

นาฬิกาที่อยู่เหนือกาลเวลา

นาฬิกาเป็นหนึ่งในเครื่องประดับที่คุณผู้ชายไม่ควรมองข้าม และเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การลงทุนซื้อนาฬิกาดีๆ ไว้ครอบครองสักเรือนสองเรือน นาฬิกาไม่ได้เป็นเพียงเครื่องบอกเวลา แต่นาฬิกาที่ดีช่วยทำให้คุณผู้ชายดูภูมิฐานขึ้น เสริมลุค ดูเป็นมืออาชีพ แสดงให้เห็นว่าคุณให้ความสำคัญและชื่นชมงานฝีมือขั้นสูง ซึ่ง เจมส์ บอนด์ ก็ไม่เคยปล่อยให้ข้อมือของเขาว่าง

พวกเรามักจะตื่นเต้นกับอุปกรณ์ในการต่อสู้ของสายลับ ที่คิดค้นออกแบบโดย Quartermaster (หรือโค้ดเนม Q) ของ MI6 อย่างในภาค Sky Fall ที่พัฒนาปืนพกให้ปลดล็อคด้วยลายนิ้วมือของ 007 เท่านั้น หรือรถ Aston Martin DB5 รถคันโปรดของ เจมส์ บอนด์ ที่กลับมาอวดโฉมอีกครั้งพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ และพัฒนาให้พร้อมสรรพในการบู๊ ภายใต้รูปลักษณ์คลาสสิก

แต่ในทางกลับกัน นาฬิกาที่ของ เจมส์ บอนด์ ไม่เคยได้รับการดัดแปลงหรือซ่อนลูกเล่นอะไรไว้ รวมถึงไม่ได้เปลี่ยนดีไซน์ให้เข้ากับเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ความคลาสสิกที่ผ่านการผลิตอย่างพิถีพิถัน รวมถึงเครื่องเรือนที่คงทน คือสิ่งสำคัญของนาฬิกาที่ เจมส์ บอนด์ เลือกใส่

นาฬิกาของ เจมส์ บอนด์ อาจไม่เป็นไปตามหลักของการเลือกใส่นาฬิกาให้เหมาะกับเสื้อผ้า โดยปกติแล้ว ในวันที่ใส่สูทไปทำงาน เราควรเลือกใส่ Dress Watch ซึ่งก็คือนาฬิกาปกติที่มีดีไซน์เรียบหรู ไม่หนาจนเกินไปที่สามารถซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อสูทได้ ส่วนสายนาฬิกาก็แล้วแต่ลุค ทั้งสายหนัง โลหะ หรือสายผ้าแบบ NATO แต่สายลับ 007 จะใส่ Diver Watch ที่มีตัวเรือนหนา ใหญ่ และเหมาะสำหรับการดำน้ำ

แม้ว่านี่อาจจะเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่บางคนอาจจะมองข้ามไป แต่มีการพูดถึงว่า เจมส์ บอนด์ เคยทำนาฬิกาพังแค่ครั้งเดียวเพื่อเอาตัวรอดในการต่อสู้ (ในภาค On Her Majesty’s Secret Service) ยิ่งทำให้เห็นว่านาฬิกาที่เหมาะกับจารชนอังกฤษผู้นี้ จะต้องเป็นนาฬิกาที่ไม่ใช่แค่สวยคม เสริมลุค แต่ต้องพร้อมรับสำหรับการต่อสู้ด้วย

ภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ ชวนให้เราหันมาสนใจเรื่องนาฬิกาของตัวละครอีกครั้งในภาค GoldenEye (ปี 1995 – ยุคของเพียร์ส บอสแนน) จากการตีความคาแรคเตอร์ของสายลับ 007 ที่เป็นผู้ชายที่ไม่เคยอยู่ใต้คำบงการของใคร สุขุมนุ่มลึก และยังกระโดดลงน้ำเป็นว่าเล่น จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการใส่นาฬิกา Omega Seamaster และ แดเนียล เคร็ก ที่มารับช่วงเป็น เจมส์ บอนด์ คนถัดไป ก็ยังคงใส่นาฬิกา Omega มาตลอดในทุกภาคหลังจากนั้น

ในปี 2018 นี้ แดเนียล เคร็ก ก็ได้ร่วมกับ Omega เพื่อเปิดตัวนาฬิกาในคอลเลคชั่น Omega Seamaster Diver 300M ซึ่งตัวเรือนได้มีการออกแบบใหม่ เพื่อให้การใช้งานใต้น้ำที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยวัสดุชั้นเลิศ อย่างขอบตัวเรือนพร้อมจุดแต้มพรายน้ำที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกานั้นผลิตจากเซรามิก พร้อมสลักสเกลดำน้ำด้วย CeragoldTM หรืออีนาเมลขาว

ดีเทลสำคัญของ Omega Seamaster Diver 300M คือฮีเลียมวาล์ว ที่ออกแบบเป็นทรงกรวย เพราะการระบายโมเลกุลของฮีเลียมออกจากนาฬิกาเป็นสิ่งจำเป็น เพราะไม่อย่างนั้นในการปรับความดัน โมเลกุลของก๊าซฮีเลียมจะขยายตัว จนดันกระจกคริสตัลบนหน้าปัดให้หลุดออกจากตัวเรือนได้

หน้าปัดของนาฬิกา Omega Seamaster Diver 300M ยังบรรจุสารเรืองแสง Super-Luminova ลงไปในหลักชั่วโมงทั้ง 12 เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจน แม่นยำ ในขณะที่อยู่ในความมืดหรือน้ำขุ่น รวมถึงยังมีกลไกการติดตั้งตัวเรือนเวลาที่ผลิตจากวัสดุไม่เหนี่ยวนำสนามแม่เหล็ก เพื่อป้องกันการคลาดเคลื่อนของเวลา จากสนามแม่เหล็กและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ทั้งบนบก บนเรือ และใต้ทะเล

สำหรับสายลับที่ต้องบู๊ทั้งบนบกและในน้ำอย่าง เจมส์ บอนด์ ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่เป็นนาฬิกาที่เหมาะสมกับเขาเป็นอย่างไม่มีข้อกังขา และเมื่อมันอยู่บนข้อมือของ เจมส์ บอนด์ ก็ทำให้เราประทับใจได้ว่าฟังก์ชันการใช้งาน ก็สามารถอยู่คู่กับสไตล์ได้ในทุกยุคสมัยอย่างแท้จริง

สำหรับแฟนๆ เจมส์ บอนด์ และนาฬิกา Omega สามารถติดตามประวัติความเป็นมา และแรงบันดาลใจของนาฬิการุ่นนี้ ได้ที่นิทรรศการ 25 Years of OMEGA Seamaster Diver 300M’

ณ บริเวณลานชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ในวันที่ 15 พฤศจิกายน เวลา 18.00 – 20.00 น. และวันที่ 16-20 พฤศจิกายน เวลา 11.00-20.00 น.

อ้างอิง:

https://www.primermagazine.com/2017/learn/007-secrets-of-james-bonds-timeless-style

https://www.realmenrealstyle.com/james-bond-fashion-skyfall/

https://www.cordings.co.uk/how-to-dress-like-a-british-gentleman/

Tags: , , , , , , , , ,