วันนี้ (29 สิงหาคม 2568) สินี เธียรประสิทธิ์ และสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค 2 ทายาทตระกูลเครือโรงแรมดุสิตธานี ออกมาตอบโต้ ชนินทธ์ โทณวณิก พี่ชายคนโตของตระกูล โดยยืนยันว่า บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ‘ไม่มีนโยบาย’ ดึงคนนอกเข้ามาควบคุมกิจการโรงแรม

โดยแถลงว่า ข้อบังคับของบริษัทฯ ระบุไว้ว่า ห้ามไม่ให้ผู้ถือหุ้นโอนหุ้นของบริษัทให้แก่บุคคลภายนอก เว้นแต่จะโอนหุ้นแก่ผู้ถือหุ้นเดิมหรือผู้สืบสันดานของผู้ถือหุ้นเดิมเท่านั้น และห้ามไม่ให้จำหน่าย จ่าย โอนหุ้นของบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ซึ่งบริษัทเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ เว้นแต่การจำหน่าย จ่าย โอนเพื่อการชำระบัญชีของบริษัทเท่านั้น

ขณะประเด็นการเสนอชื่อกรรมการบริหารคนใหม่จากกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อเปิดช่องให้ ‘คนนอก’ เข้ามาควบคุมกิจการของครอบครัวนั้นเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากข้อบังคับของบริษัทไม่อนุญาตให้ขายหุ้นดุสิตธานีกับบุคคลนอกครอบครัว ซึ่งชนินทธ์ทราบข้อเท็จจริงนี้อยู่แล้ว

ส่วนเหตุผลที่บริษัทขอให้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นดุสิตธานีเป็นการใช้สิทธิที่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากดุสิตธานีไม่ได้จ่ายเงินปันผลมานานกว่า 5 ปี และมียอดขาดทุนสะสมกว่า 1,254 ล้านบาท

“บริษัทฯ ไม่สามารถนิ่งเฉยได้ จึงจำเป็นต้องให้มีการเปลี่ยนแปลงการบริหารงานของดุสิตธานี โดยจะเพิ่มเติมจำนวนกรรมการ 10 คน เพื่อให้การบริหารกิจการมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพื่อให้ดุสิตธานีกลับมามีกำไร”

ส่วนประเด็นที่บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN จะส่งตัวแทนเข้ามาเป็นกรรมการของดุสิตธานีนั้น เป็นไปตามแนวทางการมีส่วนร่วมตามสัดส่วนผู้ถือหุ้น เพราะ CPN ถือหุ้นในดุสิตธานีร้อยละ 17.09 และเป็นพันธมิตรหลักในโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Central Park) กว่า 4.6 หมื่นล้านบาท

โดย CPN เสนอชื่อกรรมการเข้ามาเพียง 2 คนจากกรรมการใหม่ 10 คน จึงเป็นไปไม่ได้ที่เซ็นทรัลพัฒนาจะเข้ามาควบคุมหรือยึดกิจการของดุสิตธานี

“บริษัทมุ่งมั่นที่จะทำให้ดุสิตธานีประสบความสำเร็จ เป็นแบรนด์โรงแรมที่แข็งแกร่ง มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั่วโลก และดำรงอยู่อย่างยั่งยืนคู่กับประเทศไทยตลอดไป สมเจตนารมณ์ของคุณหญิงชนัตถ์ ผู้ก่อตั้งดุสิตธานี”

ทั้งนี้ ในช่วงก่อนหน้า เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ชนินทธ์ออกมาแถลงว่า ที่ผ่านมา น้องสาว 2 คนใช้อำนาจผ่านบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ไม่อนุมัติงบการเงินของบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ทั้งที่งบการเงินไม่ได้มีปัญหา และมีความพยายามถอดถอนตนออกจากตำแหน่งกรรมการในบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เพื่อแต่งตั้งบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับคนนอกครอบครัวเข้ามาควบคุมอำนาจการบริหาร

Tags: , , ,