SEIZE THE MOMENT

HIGHLIGHTS:

  • รูปแบบรายการที่หลุดกรอบรายการร้องเพลงที่มีอยู่ในบ้านเรา สร้างความแปลกใหม่ให้กับผู้ชมอย่างเราที่ต้องคอยติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ
  • กระตุ้นให้เกิดความอยากรู้อยากเห็น คาดเดากันไปต่างๆ นานาว่าจะเป็นใคร
  • ขยายช่องทางในการเข้าถึงคนดูให้มากที่สุด เร็วที่สุด ทันเวลาที่สุดด้วยการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live และ Youtube
  • แรงกระเพื่อมของกระแสที่มาแรงส่งไปถึงแบรนด์ต่างๆ ให้ต้องกลับมาคิดวิเคราะห์แล้วว่าจะใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้อย่างไร
     

    คงไม่ต้องพูดอะไรให้มากสำหรับรายการที่เรียกเรตติ้งได้พุ่งกระฉูดแบบชั่วข้ามคืนอย่าง The Mask Singer โดยเฉพาะรอบแชมป์ชนแชมป์ระหว่างหน้ากากทุเรียน และหน้ากากอีกาดำ ที่ถ่ายทอดสดเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่าน  ซึ่งสามารถโกยเรตติ้งรวมทั้งสองช่วงได้มากถึง 13.17 เอาชนะการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเซีย ระหว่างทีมชาติไทย และทีมชาติซาอุดีอาระเบีย ที่คนไทยส่วนใหญ่ต่างก็เฝ้ารอดูไปได้อย่างไร้ข้อกังขา แม้ว่าภายหลังจบรายการจะมีกระแสดราม่าตามมาอีกเล็กน้อย แต่แน่ล่ะว่าวันนี้ (30 มีนาคม 2559) รายการ The Mask Singer จะทำให้ถนนกลับมาโล่งได้อีกครั้งอย่างแน่นอน
 
การนำเสนอต้องหลุดกรอบเดิมๆ
     ปรากฏการณ์ของ The Mask Singer ที่เกิดขึ้นครั้งนี้คงต้องยกความดีความชอบให้กับทีมมาร์เกตติ้งที่อ่านเกมได้อย่างเด็ดขาด ตั้งแต่การเลือกรูปแบบรายการที่หลุดกรอบรายการร้องเพลงที่มีอยู่ในบ้านเรา สร้างความแปลกใหม่ให้กับผู้ชมอย่างเราที่ต้องคอยติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ
 

คอนเทนต์ต้องกระตุ้นความอยากรู้
     การเล่นกับอารมณ์ของผู้ชมที่ปิดบังตัวตนของนักร้องเป็น ‘ความลับ’ ด้วยเครื่องแต่งกายที่สุดแสนอลังการ กระตุ้นให้เกิดความอยากรู้อยากเห็น คาดเดากันไปต่างๆ นานาว่าจะเป็นใคร
 
ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี
     เช่นเดียวกับช่องทางในการออกอากาศ ที่นอกจากจะใช้แพลตฟอร์มของการออกอากาศทางโทรทัศน์แล้ว ยังขยายช่องทางในการเข้าถึงคนดูให้มากที่สุด เร็วที่สุด ทันเวลาที่สุดด้วยการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live และ Youtube ซึ่งสามารถวัดผลได้ชัดเจนขึ้นไปอีกว่ามีคนดูที่พร้อมจะติดตามมากเป็นล้านๆ คน ขณะเดียวกันเจ้าของรายการก็สามารถมอนิเตอร์ดูคอมเมนต์จำนวนมากที่ถาโถมเข้ามา เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ได้ทันที ในฝั่งของผู้ชมเองก็รู้สึกดีที่ตัวเองได้มีส่วนร่วมกับรายการแบบเรียลไทม์
 

เกาะกระแส แล้วเริ่มก่อนคนอื่น           
     เมื่อกระแสมา ความนิยมมา คนพูดถึงมากขึ้นจนกลายเป็น Topic ระดับ Talk of the town ขนาดนี้ แน่นอนว่ามันมีแรงกระเพื่อมส่งไปถึงแบรนด์ต่างๆ ให้ต้องกลับมาคิดวิเคราะห์แล้วว่าจะใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้อย่างไร
     และหนึ่งในแบรนด์ที่สามารถเปลี่ยนกระแสให้กลายเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดได้แบบทันท่วงทีเห็นจะเป็น ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ล่าสุดดึงเอาเหล่าหน้ากากทั้งหลายมาร่วมเดินโปรโมตบุกห้างสรรพสินค้า ให้กับแคมเปญบัตรเดบิต SCB ‘รูด SCB Debit มี Yeah! ช้อป ชิม ชิล คุ้มทั้งปี’ เรียกเสียงฮือฮาและความสนใจจากผู้คนจำนวนไม่น้อย เพราะมีทั้งโชว์บัตรรับขนมฟรีจากร้านดังทุกเสาร์ (ถึง 30 เม.ย. 60) รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.scb.co.th/debit/themallyeah.html และโปรโมชัน รูด 1,000 บาท รับคืนสูงสุด 100 บาท เมื่อช้อปที่ห้างหรือ ออนไลน์เว็บไหนก็ได้ เพิ่มเติมที่ www.scb.co.th/debit/debit-onlineshopping.html เรียกได้ว่าบัตรเดียวคุ้มเลย
     นอกจาก SCB จะได้ในแง่ภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ทันสมัย ฉับไวต่อเหตุการณ์ ด้วยการหยิบจับกระแสสังคมที่เกิดขึ้นมาใช้ ยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างจุดต่างเพื่อให้เป็นผู้นำของตลาดได้ในเวลาเดียวกัน 
 
อ้างอิง: ข้อมูลการวิเคราะห์จาก Economic Intelligence Center (EIC)