“ม.ฮาร์วาร์ดเผยความเป็นไปได้ที่เอเลียนอาจส่งอุกกาบาตเทียมมาสำรวจโลก”

“รัฐบาลสหรัฐฯ ปิดบังเรื่องเคยพบซากเอเลียนและยานยูเอฟโอ”

“นักวิทย์ฯ เตือน! แม้เอเลียนจากเผ่าพันธุ์ที่เป็นมิตรก็อาจเป็นอันตรายต่อมนุษยชาติ”

ที่ผ่านมา เราต่างรู้จักและมีจินตนาการที่มากมายเกี่ยวกับการมีอยู่ของเอเลียนโดยตลอด แม้จะยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ความคุ้นเคยที่มนุษย์มีต่อเอเลียนนั้นอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าเข้มข้นเสมอ

แต่ก็น่าแปลกใจไม่น้อย ที่เมื่อมีความเคลื่อนไหวเรื่องเอเลียนขึ้นมา ก็กลายเป็นว่าผู้คนไม่ได้ให้ความสนใจกับมันเท่าไรนัก อย่างมากที่สุดก็กลายเป็นเรื่องแค่ขำขันในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่เป็นที่พูดถึงเท่าข่าวดาราเลิกกันด้วยซ้ำไป โดยบางคนก็มองว่าเอเลียนช่วยแก้ปัญหาปากท้องไม่ได้ บ้างก็ว่าเมื่อไรเอเลียนจะมายึดครองโลกตามที่ข่าวกล่าวอ้างเสียที เพราะไม่อยากไปทำงานแล้ว 

ในเรื่องนี้บทความจากเว็บไซต์ Well And Good เผยถึง 4 เหตุผลทางจิตวิทยาที่ทำให้ข่าวเกี่ยวกับเอเลียนไม่ได้รับการสนใจอย่างจริงจังเท่าที่ควร แม้ว่ามันจะดูเป็นภัยคุกคามระดับโลกก็ตาม โดยระบุว่า

1. ผู้คนเหนื่อยกับชีวิตตัวเองเกินกว่าที่จะสนใจเอเลียน

ผลกระทบจากโควิด-19 พิษเศรษฐกิจ การจัดตั้งรัฐบาลที่ยังไม่สำเร็จ ฯลฯ ลำพังปัญหาที่คนส่วนใหญ่เจอร่วมกันก็มีมากมายจนนับไม่ถ้วน ยังไม่รวมปัญหาในระดับส่วนตัวหรือครอบครัว เมื่อมีเหตุการณ์มากมายให้ต้องคิดเพราะชีวิตที่รุมเร้าอยู่แล้ว มันก็อาจสร้างความเหนื่อยล้าให้จิตใจจนไม่มีใครว่างพอที่จะสนใจสิ่งมีชีวิตอย่างเอเลียนเลย

2. เรามักให้ความสำคัญกับเรื่องที่ดูฉุกเฉินมากกว่า

เกล วัตส์ (Gayle Watts) นักจิตวิทยาคลินิก อธิบายถึงกระบวนการของสมองไว้ว่า สมองของเราจะมีการจัดลำดับ โดยมันมักจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน เช่น ปัญหาในที่ทำงาน มากกว่าสิ่งที่อาจเกิดขึ้นและยังดูไกลตัว อย่างเอเลียนจากดาวดวงอื่น

3. ถึงรู้ไปมันก็อยู่เหนือการควบคุมของเราอยู่ดี

หากมีอุกกาบาตมาตกหน้าบ้านจะต้องแจ้งใคร หากเอเลียนบุกโลกขึ้นมาจริงๆ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งจะทำอย่างไรได้บ้าง เราจะแสดงออกถึงความเป็นมิตร เราจะป้องกันตัวเองด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ทุกคนจะอยู่ร่วมกับเอเลียนแม้จะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันจริงๆ เลยได้ไหม

เมื่อเกิดสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ หรืออยู่เหนือจากความรู้และความพร้อม ก็ไม่แปลกที่เราจะทิ้งความสนใจเกี่ยวกับมันไปเลย เพราะคิดว่าถึงรู้เรื่องเอเลียนไปก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้อยู่ดี ผู้คนจำนวนมากจึงเลือกที่จะนิ่งเฉยกับเรื่องสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกเช่นนี้

4. เรายังไม่เชื่อว่าเอเลียนมีอยู่จริง

ผู้คนคุ้นเคยกับเอเลียนในหนังสือ ภาพยนตร์ ไปจนถึงมุขตลกทั่วไป และคนจำนวนมากก็ได้จัดให้เอเลียนอยู่ในสถานะเดียวกับผี ซึ่งเข้าใจกันว่ามันไม่มีจริง 

ถึงจะมีคนอ้างว่าเจอเอเลียนเป็นร้อยๆ ครั้ง หรือมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ออกมามากมายเพียงใด แต่ตราบใดที่ยังไม่เห็นกับตาตัวเอง เราก็จะยังไม่เชื่อว่าเอเลียนมีจริงอยู่ดี อาจเพราะมันยังไม่ได้รับการพิสูจน์จนเป็นที่ประจักษ์ แถมข่าวเกี่ยวกับเอเลียนยังมีออกมาบ่อยจนกลายเป็นเรื่องชินชา และความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าวซึ่งคนจำนวนมากยังมองว่าเรื่องเอเลียนเป็นเพียงทฤษฎีสมคบคิดจากใครบางคน

อย่างไรก็ตาม นักจิตวิทยามองว่ามันอาจเป็นเรื่องดีกว่าหากเราจะไม่สนใจเรื่องของเอเลียนเช่นนี้ต่อไป และหากใครที่ยังหมกมุ่นเกี่ยวกับเรื่องเอเลียนจนเกิดความเครียดอยู่ บทความก็ได้แนะนำต่อว่า ให้จำกัดเวลาที่ใช้ในการเสพข้อมูลและไปจดจ่อกับกิจกรรมอื่นที่ควบคุมได้ ซึ่งจะช่วยดึงให้ตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบันอย่างสงบแทน เช่น การออกกำลังกายยกน้ำหนัก 

หรืออีกวิธีคือการเขียนแผนภาพออกมาว่า อะไรเป็นสิ่งที่เราควบคุมได้ และอะไรเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุม เพื่อลดความวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องการมาเยือนของเอเลียน

การเพิกเฉยกับบางเรื่องให้ได้เป็นทักษะที่สำคัญ โดยเฉพาะการเพิกเฉยในเวลาที่จิตใจต้องการความสงบ การครุ่นคิดเกี่ยวกับเอเลียนนั้นไม่ช่วยอะไรเรา เนื่องจากมันเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมจริงๆ และการคิดว้าวุ่นเกี่ยวกับเอเลียนอาจทำให้จิตใจเรายุ่งเหยิง มากกว่าที่จะช่วยให้เราหาทางปกป้องมนุษยชาติได้สำเร็จ

 

อ้างอิง

https://www.nbcnews.com/tech/ufo-hearing-online-reactions-twitter-tiktok-rcna96664

https://www.wellandgood.com/dont-care-about-aliens/

 

Tags: , , , , ,