ทรัมป์สั่งขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ปักกิ่งขู่ขึ้นภาษีแก้เผ็ดอเมริกัน ทำเอาหุ้นร่วงระนาว เพราะกลัวสงครามการค้า ทว่าอ่านเกมดูแล้ว ต่างฝ่ายแค่งัดแต้มต่อกดดันคู่ค้า ทั้งสองยังไม่อยากหยิกเล็บเพราะกลัวเจ็บเนื้อ

เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ กับจีน คู่ค้าอันดับต้นของโลก งัดมาตรการขึ้นภาษีนำเข้า เอามาใช้ข่มขู่ให้อีกฝ่ายเปลี่ยนนโยบายและการปฏิบัติด้านการค้า

ในวันพฤหัสบดีที่ 22 มี.ค. ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน หวังกดดันให้จีนเร่งแก้ไขดุลการค้าที่อเมริกาเป็นฝ่ายขาดดุลมานาน

จีนขู่ว่า ถ้าสหรัฐฯ ถือเอาเหตุนี้เก็บภาษีสินค้าจีนแพงขึ้น จีนก็จะขึ้นภาษีตอบโต้

ท่าทีของทั้งสองฝ่ายทำเอานักลงทุนตกอกตกใจ กลัวทรัมป์เปิดฉากสงครามการค้า หุ้นดาวโจนส์ร่วงกว่า 700 จุด

แต่นักวิเคราะห์มองว่า จีนกับสหรัฐฯ ไม่ได้ต้องการเล่นงานอีกฝ่ายจนถึงกับแพ้ราบคาบ เพราะถ้าคู่ค้าเสียหายหนัก ตัวเองก็จะพลอยเดือดร้อนด้วย เนื่องจากต่างมีผลประโยชน์คาบเกี่ยวพึ่งพากันอยู่

 

ทรัมป์กล่าวหาจีน ‘ขี้ขโมย’

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งขึ้นภาษีในสินค้าที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาจากจีนที่ทำเนียบขาว สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2018
(ภาพถ่ายโดย Jonathan Ernst/REUTERS)

 

ทรัมป์กล่าวหาว่าจีนแอบฉกทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทอเมริกันที่เข้าไปลงทุนในจีน  ด้วยการบังคับให้ธุรกิจสหรัฐฯ ต้องร่วมทุนกับเอกชนจีน แถมยังต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีและเปิดเผยความลับทางการค้าแก่หุ้นส่วนชาวจีนด้วย

มิหนำซ้ำ เอกชนอเมริกันยังไม่สามารถเก็บค่าอนุญาตการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญา ที่เรียกว่า ค่าไลเซนส์ ในจีนอีกด้วย สหรัฐฯ กล่าวหาด้วยว่า จีนลักลอบเจาะเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของตน ล้วงเอาข้อมูลที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของอุตสาหกรรมอเมริกัน

เหล่านี้ เป็นต้นเหตุให้จีนสามารถผลิตสินค้าโดยใช้เทคโนโลยีอเมริกัน แล้วส่งออกขายทั่วโลก รวมทั้งตลาดสหรัฐฯ

ทรัมป์โวยว่า การปฏิบัติเหล่านี้เป็นสาเหตุให้สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับจีน เมื่อปีที่แล้ว ขาดดุลสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 337,200 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 10.5 ล้านล้านบาท เขาเรียกร้องให้ลดการขาดดุลลง 100,000 ล้านดอลลาร์หรือราว 3.125 ล้านล้านบาท

ผู้นำสหรัฐฯ จึงลงนามคำสั่งประธานาธิบดี ประกาศขึ้นภาษีสินค้าจีน มูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1.875 ล้านล้านบาท บางรายการ สินค้าอาจขึ้นภาษีถึง 25 เปอร์เซนต์ คำสั่งฉบับนี้ยังอาจนำไปสู่การจำกัดการลงทุนของจีนในสหรัฐฯ ในกิจการที่อาจลดทอนความมั่นคงของอเมริกาด้วย

คำสั่งที่ว่านี้ยังไม่มีผลในทันที อัตราภาษีและรายการสินค้าที่จะจัดเก็บเพิ่ม มีอะไรบ้าง ยังต้องรอกำหนดในขั้นตอนต่อไป ภายในสองสัปดาห์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ โรเบิร์ต ไลไทเซอร์ ต้องประกาศรายการผลิตภัณฑ์ที่จะขึ้นภาษีนำเข้า แล้วเปิดรับฟังความเห็นจากสาธารณชน

ไลไทเซอร์เคยแย้มว่า สินค้าจีนที่จะถูกเพิ่มภาษีมีหลายอย่าง เช่น อุปกรณ์ด้านอวกาศและการบินอวกาศ เครื่องจักรเกี่ยวกับการขนส่งทางรางและทางทะเล ยานยนต์ที่ใช้พลังงานชนิดใหม่ จักรกลทางการเกษตร และเวชภัณฑ์ชั้นสูง

 

จีนลั่น ‘สู้ถึงที่สุด’

พลันสิ้นคำประกาศของทรัมป์ สถานทูตจีนในวอชิงตันตอบโต้ทันควันว่า ถ้าอเมริกาเปิดฉากสงครามการค้า จีนจะสู้จนถึงที่สุด เพื่อปกป้องผลประโยชน์โดยชอบของตัวเอง โดยใช้มาตรการทุกอย่างที่จำเป็น

Chen Fuli, ผู้อำนวยการฝ่ายสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงพาณิชย์จีน ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2018

(ภาพจาก REUTERS)

รุ่งขึ้นในวันศุกร์ กระทรวงพาณิชย์จีนสวนกลับทรัมป์ ด้วยการประกาศรายการสินค้าที่จีนจะขึ้นภาษีแก้เผ็ดอเมริกัน รวม 128 รายการ สินค้านำเข้าเหล่านี้มีมูลค่าปีละ 3,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 93,700 ล้านบาท

จีนบอกว่า มาตรการขึ้นภาษีมี 2 ขั้นตอน ขั้นแรก สินค้าจำพวกผลไม้แห้ง ไวน์ และท่อเหล็ก จากสหรัฐฯ มูลค่า 977 ล้านดอลลาร์ จะขึ้นภาษี 15 เปอร์เซนต์ ขั้นที่สอง พวกผลิตภัณฑ์จากเนื้อหมูและอะลูมิเนียมรีไซเคิล มูลค่า 1,990 ล้านดอลลาร์ จะขึ้น 25 เปอร์เซนต์

นักสังเกตการณ์บอกว่า จีนยังมีสินค้าอเมริกันนำเข้าอีกหลายชนิด มีมาตรการตอบโต้อีกหลายอย่าง ใช้เป็นแต้มต่อในการเจรจากับสหรัฐฯ ได้

เช่น จำกัดการนำเข้าถั่วเหลือง ซึ่งเกษตรกรอเมริกันใน 10 มลรัฐจะเดือดร้อนหนัก เพราะผลผลิต 1 ใน 3 ส่งออกมายังจีน มีมูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 437,500 ล้านบาท และจีนยังนำเข้าข้าวฟ่างจากสหรัฐฯ ปีละ 1,000 ล้านดอลลาร์ด้วย

หรือจีนอาจหันไปซื้อเครื่องบินแอร์บัสของยุโรป แทนที่จะซื้อโบอิงของอเมริกัน จีนเป็นตลาดอากาศยานขนาดใหญ่อันดับสองของโลก ภายใน 20 ปีข้างหน้า ต้องใช้เครื่องบินพาณิชย์ 7,200 ลำ ทุกวันนี้ จีนซื้อทั้งสองยี่ห้อพอๆ กัน ถ้าจีนเล่นไม้นี้จริง คนงานในมลรัฐนอร์ทแคโรไลนา ฐานเสียงของทรัมป์ แหล่งประกอบโบอิง รุ่น 787 ดรีมไลเนอร์ คงตกงานเป็นทิวแถว

เนื้อวัวนำเข้าจากสหรัฐฯ เป็นอีกหนึ่งรายการที่จีนอาจใช้ตอบโต้ ด้วยวิธีเพิ่มมาตรฐานด้านสุขอนามัยให้เข้มงวดยิ่งขึ้น หรืออาจจำกัดการนำเข้ารถยนต์ หรือว่าส่งนักศึกษาไปเรียนในอเมริกาให้น้อยลง

อีกกลยุทธ์คือ การชะลอหรือเลิกซื้อพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐฯ ทุกวันนี้ จีนเป็นผู้ถือครองพันธบัตรเงินกู้ของอเมริกันรายใหญ่ที่สุด คิดเป็นมูลค่าเกือบ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์

ถ้อยแถลงของสถานทูตจีนปรามว่า ถ้าสหรัฐฯ เดินหน้าขึ้นภาษี อเมริกาเองนั่นแหละที่จะเสียประโยชน์ ขอให้ยุติแผนการนี้เสีย

 

หยิกเล็บ เจ็บเนื้อ

คำพูดของจีนข้างต้น ถูกแค่ครึ่งเดียว หากสงครามการค้าระหว่างยักษ์เศรษฐกิจอันดับหนึ่งกับอันดับสามของโลกระเบิดขึ้น ต่างฝ่ายต่างประเคนอาวุธการค้าเข้าใส่กัน ทั้งจีนและสหรัฐฯ จะเป็นฝ่ายสูญเสียทั้งคู่

รัฐบาลทรัมป์ดูจะเข้าใจดี รัฐมนตรีพาณิชย์ วิลเบอร์ รอส บอกว่า คำประกาศของผู้นำสหรัฐฯ มุ่งหมายเพียงแค่กดดันให้จีนยอมขึ้นโต๊ะเจรจา

หลุยส์ คิส หัวหน้าแผนกเศรษฐกิจเอเชีย บริษัทวิจัย ออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ บอกว่า แม้รัฐบาลปักกิ่งมีไพ่ในมือที่จะใช้ตอบโต้ได้ แต่จีนย่อมรู้ว่า ตัวเองเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้าอยู่ ถ้าตะลุมบอนกัน จีนก็จะเสียผลประโยชน์ที่เคยได้

เขาวิเคราะห์ว่า ถ้าสหรัฐฯ ใช้ยาแรงแค่พอทำเนา จีนคงโต้คืนเพียงเบาะๆ เช่น ประท้วงด้วยถ้อยคำแข็งกร้าว หรือหันไปเล่นงานแบบไม่โฉ่งฉ่างเอากับบริษัทอเมริกันในจีน อาทิ ตรวจตราสินค้าอย่างเข้มงวด ทดสอบมาตรฐานแบบไม่ปล่อยผ่านง่ายๆ หรือเตะถ่วงโยกโย้ตลอดกระบวนการทางธุรกิจ

ถ้าต่อกรกันพอสันฐานประมาณ ย่อมไม่มีฝ่ายใดเจ็บหนักเข้าเนื้อตัวเอง ที่สำคัญ ชาวโลกไม่ต้องพลอยรับลูกหลง

 

อ้างอิง:
Tags: , , , ,