ความเป็นจริงที่ว่ามนุษย์มักโหยหาอดีตและรากเหง้าของตัวเอง พิสูจน์ได้ผ่านความนิยมของการท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าที่มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ถนนทรงวาดที่กรุงเทพฯ หรือถนนพังงาที่ภูเก็ต

สงขลาเองก็เช่นเดียวกัน…

ในบ่ายวันหนึ่งของเดือนสิงหาคมที่อากาศกำลังดี ไม่ร้อนจนเกินไป หลังจากทีม The Momentum เตร็ดเตร่ชมเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมบ้านจีนโบราณในเมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและวัฒนธรรมจากผืนน้ำ 2 แห่งอย่าง ‘สงขลา’ เราได้หยุดพักที่เพิงไม้แห่งหนึ่ง ซึ่งภายในมีกองอิฐวางตั้งเป็นฐาน ด้านบนวางไม้เป็นโต๊ะขนาดย่อมๆ จัดแสดงกระเบื้องดินเผาอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองสงขลา

ที่แห่งนี้คือ PAKORN ARCHITECT EXHIBITION ที่มี ‘เป้-ปกรณ์ เนมิตรมานสุข’ สถาปนิกจาก Pakorn Architect ผู้ออกแบบ TCDC สงขลา และออกแบบโรงแรมและร้านกาแฟอีกหลายแห่งในเมืองสงขลา โดยนิทรรศการตั้งอยู่ตรงข้ามกับ ‘บ้านนครใน’ บนถนนนครนอกในเมืองเก่าสงขลา

วันนี้ปกรณ์ปรากฏตัวมาด้วยลุกสบายๆ มาต้อนรับเราอย่างเป็นกันเอง โดยเขาเริ่มเล่าประวัติส่วนตัวคร่าวๆ ให้ฟังก่อนว่า เขาไม่ใช่คนสงขลามาตั้งแต่เกิด หากแต่มีโอกาสเข้ามาทำงานที่เมืองแห่งนี้

“จริงๆ แล้ว เราเป็นคนกรุงเทพฯ และเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เราได้ทำโปรเจกต์หนึ่งที่ต้องเข้ามามีส่วนร่วมกับอาคารเก่าที่สงขลา เลยได้มาศึกษาอาคารเก่าอยู่บ้าง จึงตัดสินใจเปิดออฟฟิศสถาปนิกในเมืองเก่าในขณะที่เมืองเงียบมากจนเกือบเป็นเมืองร้าง อยากให้ประเทศเรากระจายความเจริญออกสู่ต่างจังหวัด ทำให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าและกลับมาพัฒนาบ้านเกิด

“เราเป็นสถาปนิกสายมินิมอลที่ใช้วัสดุธรรมชาติ ตอนอายุ 12 ปี เรามีโอกาสไปเดินในบ้าน Fallingwater House ของ แฟรงก์ ลอยด์ ไรต์ (Frank Lloyd Wright) เป็นบ้านที่ดังมากในสหรัฐอเมริกา บ้านเขาใช้วัสดุธรรมชาติ ใช้หิน ตัวบ้านลอยอยู่เหนือน้ำตก มันเลยเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เราอยากเป็นสถาปนิก”

Fallingwater House

สงขลา ‘ครีเอทีฟ’ มาตั้งนานแล้ว

ปกรณ์เล่าย้อนถึงตอนที่ได้มาศึกษาอาคารเก่าที่สงขลา โดยเขาบอกกับเราว่า สถาปัตยกรรมในอดีตของสงขลาค่อยๆ พัฒนาจากรูปแบบหนึ่งไปสู่อีกรูปแบบ ผ่านการทำซ้ำมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่ยุคจีนโบราณที่เข้ามาทำการค้าขาย เรื่อยมาถึงยุคชิโน-ยูโรเปียนแบบที่เห็นที่ภูเก็ตและปีนัง ก่อนจะมาเป็นยุคอาร์ตเดโคและยุคโมเดิร์น

“เสน่ห์สงขลา พี่คิดว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในประเทศ เพราะมีครบทุกอย่าง มีวัฒนธรรม มีธรรมชาติ มีเมืองเก่า มีความเป็นเกาะมากกว่าภูเก็ตเสียอีก เพราะลักษณะพื้นที่ของสงขลามันเป็นแหลม ขับรถจากแหลมสมิหลาฝั่งทะเลอ่าวไทยถึงทะเลสาบใช้เวลาแค่ 3 นาที แต่ภูเก็ตเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่จนรู้สึกเป็นแผ่นดินใหญ่มากกว่าเกาะ

“บ้านที่สงขลาแตกต่างกันหมดเลยนะ ถ้ามี 300 หลัง ก็มี 300 แบบ ไม่ซ้ำกันเลย นี่คือเสน่ห์ มันสร้างทีละหลัง อันนี้เป็นเมืองที่มีความคิดสร้างสรรค์ ไม่หยุดนิ่งตั้งแต่อดีตอยู่แล้ว ถ้าคุณไปแช่แข็งมันไว้ ถ้าคุณไปหยุดพัฒนาการ นั่นคือคุณไม่อนุรักษ์ความคิดสร้างสรรค์ตั้งแต่อดีตของสงขลา”

และไม่นานมานี้ ที่สงขลาก็มีอาคารเกิดใหม่ เป็นอาคารวัสดุอิฐและไม้ 3 ชั้น ตั้งสูงโปร่งอยู่บริเวณถนนสายบุรี นั่นคือ ‘ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ’ (Thailand Creative & Design Center) หรือ TCDC ที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (Creative Economy Agency: CEA) มาเปิดเพื่อกระจายโอกาสและเสริมสร้างการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้มีมากขึ้นในเมืองแห่งนี้

โดย TCDC สงขลาก็เป็นอีกหนึ่งผลงานการออกแบบของสถาปนิกคนนี้เอง โดยเขาอธิบายคอนเซปต์การออกแบบของอาคารแห่งนี้ว่า ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความเป็นสภาปัตยกรรมพื้นถิ่นของเมือง ปกรณ์อธิบายต่อว่า แต่เดิมเมืองสงขลานั้นไม่ได้ตั้งอยู่บนฝั่งแหลมสน หากแต่ตั้งอยู่ฝั่งหัวเขา และพื้นที่ตรงนี้ก่อนที่จะอพยพกันมาส่วนใหญ่เป็น ‘บ้านใต้ถุน’ และมีทุ่งหญ้าไว้เลี้ยงวัวเลี้ยงควาย

“เราไม่ได้มองสงขลาแค่บ้านจีนโบราณหลังคาจั่ว เราอยู่ตรงนั้นมองลึกลงไป ก่อนจะมาเป็นเมืองเก่า สงขลาเป็นอะไร เป็นทุ่งหญ้า มันโปร่ง ซึ่งสอดคล้องกับสถานที่ตั้งอาคารของ TCDC ที่เป็นแบบ Open Space ไม่ได้แออัดแบบเมืองเก่า นี่เป็นสิ่งที่เราตกผลึก เราพยายามสร้างความรู้สึกบีบอัดในส่วน Exhibition ที่ซ่อนอยู่ในฐานอิฐ เปรียบเสมือนเราเข้าไปค้นหาความคิดสร้างสรรค์จากรากเหง้าภายในซากโบราณ สร้างความเซอร์ไพรส์ด้วยวิวเปิดโล่งลอยเบา เมื่อเดินขึ้นไปยังส่วน Co-working space และห้องสมุดชั้น 3 สร้างสภาวะที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์

“TCDC สงขลาสะท้อนความคิดสร้างสรรค์ในการใช้งานของยุคนี้ เพราะทุกยุคที่ผ่านมามีความเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น สถาปัตยกรรมมันเกิดจากการใช้งานในแต่ละยุค สมัยก่อนบ้านจีนทำการค้า เมื่อครอบครัวขยาย ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ก็สร้างเป็นตึกชิโน-ยูโรเปียนขึ้นมา

“มันเปลี่ยนไปเพราะการใช้งานจริง ไม่ได้เป็นวิวัฒนาการที่มาจากการเห็นใน Pinterest แล้วเอามาสร้าง สำหรับ TCDC ที่สงขลา มันก็เป็นแบบนั้น ที่เราตกผลึกมากว่า 15 ปี เราเข้าใจวิวัฒนาการของสงขลาว่าเป็นอย่างไร เราไม่ได้ก๊อบปี้เมืองเก่ามาสร้างใหม่” สถาปนิกผู้ออกแบบว่า

ปกรณ์ยังกล่าวด้วยว่า ความเป็นเมืองเก่าสงขลาคือ ทุกบ้านนั้นแตกต่างกัน จึงเป็นเมืองที่มีความคิดสร้างสรรค์มาตั้งแต่อดีต หากเข้าใจเรื่องการอนุรักษ์ว่าคือการเลียนแบบอดีต แล้วสร้างกฎหมายมาครอบเมืองนี้ เช่น กำหนดให้สถาปัตยกรรมที่สร้างใหม่ในเมืองเก่าสงขลาจะต้องอยู่ใน 5 ยุคเท่านั้น แล้วทำเลียนแบบขึ้นมาใหม่

“ถ้าทำออกมาไม่เนียนหรือไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้งพอ เมืองก็จะได้ของปลอมออกมา สำหรับการอนุรักษ์อาคารเก่า เราต้องเห็นคุณค่าและเคารพในสัดส่วน รวมถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของช่างโบราณ เรามีหน้าที่ขับเน้นสิ่งที่งดงามอยู่แล้ว ให้งดงามมากขึ้น

“นอกจากมนุษย์จะโหยหาอดีตและรากเหง้าแล้ว สิ่งที่เราตกผลึกในการอนุรักษ์ สังเกตได้จากการที่ปัจจุบันผู้คนชอบเที่ยวเมืองเก่ามากขึ้น เพราะมนุษย์โหยหาธรรมชาตินั่นเอง สถาปัตยกรรมที่ผ่านกาลเวลา โดยธรรมชาติพยายามดึงสถาปัตยกรรมกลับสู่ธรรมชาติ เช่น ผนังที่มีร่องรอยผ่านสภาพอากาศต่างๆ ทำให้เกิดพื้นผิวราวกับเป็นหน้าผาหิน หรือซากกำแพงที่พังตามธรรมชาติ

“เมื่อเราเข้าใจ และมองเห็นอาคารเก่าเป็นธรรมชาติ เป็นหน้าผาหิน สมมติเราต้องสร้างบ้านบนหน้าผาหิน เราคงไม่รังเกียจว่ามันขึ้นตะไคร่ หรือรู้สึกสกปรกจนต้องฉาบปูนทาสีทับที่ก้อนหิน ผนังอาคารเก่าก็เช่นกัน เราควรจะสร้างสิ่งใหม่ที่เราใช้งานได้จริง เพื่อขับเน้นความงามของผนังที่มีความเป็นธรรมชาติเหล่านี้

“ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณค่าของรูปแบบสถาปัตยกรรมเช่นกัน หากมีความงามด้วยองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมมากพอ เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลาก็อาจอนุรักษ์อีกรูปแบบ อาคารหลายหลังตอนที่พัง นอกจากจะมีร่องรอยที่เกิดขึ้นตามกาลเวลา มันยังมีความงามในความโปร่งด้วย เช่น พื้น หลังคาที่พัง เราจะเห็นท้องฟ้า รับแสงธรรมชาติได้มากขึ้น

“การพังมันไม่เคยซ้ำกัน การพังทำให้อาคารรูปแบบเดียวกันมีความเป็นตัวของตัวเองในแต่ละหลัง แนวคิดแบบนี้คือปรัชญาในการอนุรักษ์ของเรา”

แต่เมืองเก่าสงขลายังขาด ‘อาหารจานหลัก’

ปัจจุบันแม้ในเมืองเก่าสงขลาจะเริ่มคึกคัก มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาหนาตามากขึ้น มีร้านกาแฟจำนวนมาก หนึ่งในร้านกาแฟชื่อดังซึ่งออกแบบโดย PAKORN ARCHITECT ได้แก่ ‘Heartmade’ เมื่อเปิดทำการ ก็สร้างปรากฏการณ์ทำยอดขายถล่มทลาย ส่งผลให้ร้านกาแฟหลายร้านต้องปรับปรุงร้าน เมื่อมีการแข่งขันเกิดขึ้น คุณภาพก็จะตามมา และเมื่อภาพรวมของเมืองถูกยกระดับ ฐานของลูกค้าและนักท่องเที่ยวก็จะใหญ่ขึ้นตามไปด้วยจากการบอกต่อ เกิดการกลับมาเยี่ยมเยือนซ้ำ

ในมุมมองของปกรณ์ เขามองว่าสิ่งนี้คือความยั่งยืนด้วยคุณภาพ

แต่ถึงอย่างไร เมืองเก่าสงขลานี้ก็ยังมี ‘ของ’ ไม่ครบ หากเทียบกับหัวเมืองการท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต หรือเชียงใหม่ ภาพที่เกิดขึ้นในเมืองเก่าสงขลาคือ เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน นักท่องเที่ยวก็หายจากพื้นที่ไป

สถาปนิกหนุ่มคนนี้เปรียบเทียบว่า เมืองเก่าตอนนี้เหมือนมีแค่ออร์เดิร์ฟ แต่ยังขาดอาหารจานหลัก ซึ่งจะหล่อเลี้ยงให้คนยังอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ โดยอาหารจานหลักที่เขาว่า ก็คือห้องพักที่มีเอกลักษณ์ (Design Hotel)

หากถามว่าในพื้นที่ตรงนี้มีความต้องการ Design Hotel หรือไม่นั้น ปกรณ์บอกกับเราว่า ตอนสงขลาจัดงาน Pakk Taii Design Week ‘โรงแรมคลื่นงาม’ ซึ่งเป็น Design Hotel ที่เขาออกแบบ มียอดการจองเต็มตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

อีกทั้งหากมี Design Hotel ในเมืองมากขึ้น จะทำให้เกิดการแข่งขันด้านคุณภาพ และจะทำให้เกิดร้านอาหารมากขึ้น แทนที่จะมีแต่ร้านกาแฟ เพราะร้านอาหารสามารถขายมื้อค่ำต้อนรับแขกที่เข้ามาพักในเมืองได้ จะทำให้ชีวิตยามค่ำคื่นก็จะเกิดขึ้น และเปลี่ยนให้เมืองเก่าสงขลากลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ครบสมบูรณ์แบบทั้งกลางวันและกลางคืน

“เรามองว่าสงขลาเป็นเมืองที่มีศักยภาพ เราอยากจะทำเมืองสงขลาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของประเทศ เทียบเท่าเชียงใหม่หรือภูเก็ต เรามีศักยภาพตรงนี้ เรากำลังทำห้องพัก เมื่อโรงแรมคลื่นงามเปิด มันเป็นตัวพลิกให้เมืองเก่ายกระดับขึ้นไปอีกขั้น” ปกรณ์ว่า

โดยโครงการปรับปรุงอาคารแบบ Adaptive Reuse ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ PAKORN ARCHITECT ในปัจจุบันนั้นมีหลายแห่งด้วยกัน ส่วนใหญ่ทางทีมสถาปนิกของปกรณ์จะแนะนำธุรกิจให้เปลี่ยนอาคารเป็นแบบ Mixed-use มีตั้งแต่ร้านกาแฟรวมห้องพัก หรือร้านเครื่องหอมรวมร้านกาแฟ

สำหรับโครงการแรกที่จะพูดถึงคือ อาคารเก่าที่อดีตเคยเป็นร้านขายยาบนถนนนครนอก ปกรณ์เล่าว่า ในอนาคตจะกลายเป็นร้านกาแฟและห้องพักจำนวน 4 ห้อง อย่างไรก็ตามในแผนแรก การปรับปรุงอาคารครั้งนี้ เจ้าของไม่ได้ต้องการจะทำเป็นห้องพัก เพราะอยากทำเป็นร้านอาหารและบ้านพักตากอากาศของตนเองเสียมากกว่า แต่สุดท้ายเจ้าของเขากลับตัดสินใจทำเป็นร้านกาแฟและห้องพัก เพราะเห็นตัวอย่างร้านกาแฟที่ประสบความสำเร็จอย่าง Heartmade และคลื่นงามที่เป็นห้องพักที่ยอดจองเต็มตลอด

สำหรับอาหารจานหลักจานแรกแห่งนี้ สถาปนิกเล่าถึงคอนเซปต์การออกแบบคือ ‘อิฐที่พังทลาย ลงมากองเกิดเป็นสเตเดียม มีบันไดให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปบนชั้น 2 ของอาคาร ซึ่งจะเป็นพื้นที่ใช้สอยหลัก เพราะมีวิวที่สวยกว่า รวมถึงมองเห็นทะเลสาบสงขลาได้อย่างชัดเจน

“เราเก็บทรงบ้านจีนไว้ โดยพื้นที่ด้านหน้าเราก็ทำให้โปร่ง เป็นบันไดไหลขึ้นไปชั้น 2 เพราะบ้านตึกแถวเพื่อนบ้านทั้ง 2 ข้างที่ใช้ผนังร่วมกัน มีฟาซาด (Façade) เหมือนๆ กัน นอกจากวิวที่ชั้น 2 ยังสามารถเดินขึ้นไปบนดาดฟ้า โดยกันตกด้วยกระเบื้องลอนซีเมนต์ ซึ่งเป็นวัสดุของหลังคาด้านหลังบ้านที่ติดทะเลสาบเป็นส่วนใหญ่ เสมือนว่าภูมิทัศน์ดาดฟ้าหลังคากระเบื้องลอนซีเมนท์ของด้านหลังบ้านที่ติดทะเลสาบทั้งหมดเป็นส่วนเดียวกันกับโครงการ” ปกรณ์กล่าว

ส่วนอาหารจานหลักจานที่ 2 อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโครงการแรกมากนัก ปกรณ์เล่าว่า “อาคารแห่งนี้เป็นหนึ่งในตึกชิโน-ยูโรเปียนที่สวยที่สุด” โดยเขาจะลอกชั้นสีเดิมที่พึ่งทาใหม่ไม่กี่ปีออกเพื่อเผยให้เห็นชั้นเลเยอร์สีเดิมของอาคารที่เขาเคยประทับใจ เมื่อตอนมาสงขลาเมื่อ 15 ปีที่แล้ว โดยจะทำเป็นร้านกาแฟและห้องพักจำนวน 5 ห้อง เช่นกัน

“โรงแรมแห่งนี้มีราคาที่สูงหน่อย เพราะห้องใหญ่กว่า และมีดาดฟ้าที่ขึ้นไปนั่งชิลชมวิวทะเลสาบได้สวยที่สุด ด้านล่างมีส่วนด้านข้างตึกชิโนที่เคยเป็นเพิงเก็บของชั้นเดียว เราจะติดกระจกให้เปิดโล่งคล้ายกับกรอบรูปโชว์ทะเลสาบที่อยู่ด้านหลัง ส่วนอาคารชิโน จะเป็นร้านกาแฟแห่งแรกที่ไม่ต้องติดแอร์ เพราะลมดีมากจริงๆ เพราะเจ้าของเองเคยนั่งทำงานรับลมทะเลมาหลายปี

“ส่วนใครที่อยากเสพบรรยากาศ สัมผัสลมทะเลก็มานั่งโซน ด้านหลังร้านที่ติดกับทะเลสาบจะทำเป็นไวน์บาร์ด้วย”

และอาหารจานหลักอีกจานหนึ่งที่ปกรณ์บอกกับเราว่าเขากำลังรังสรรค์อยู่ นั่นคือ ‘The Shrine’ ซึ่งจะตั้งอยู่บนที่ดินรูปตัว L ข้างศาลเจ้าโป้อันเตียน ปกรณ์ระบุด้วยว่า จะทำให้โรงแรมแห่งนี้มีระดับเทียบเท่ากับโรงแรมหรูอย่างเครือ Aman Resorts

“The Shrine แห่งนี้ไม่ติดทะเล แทนที่จะขายราคาถูกกว่าที่ติดทะเลอีก 2 แห่งเนื่องจากมีพื้นที่กว้าง จึงจะทำเป็นโรงแรมและร้านกาแฟแห่งเดียวในเมืองเก่าที่มีสระว่ายน้ำและมีห้องที่มีสระส่วนตัว ห้องที่อยู่หลังศาลเจ้าข้างบนจะทำเป็นพูลวิลลา

“The Shrine จึงช่วยเติมเต็มให้เมืองเก่าสงขลามีห้องพักที่แข่งกันด้วยคุณภาพแทนที่จะแข่งกันด้วยราคา” เขาว่า

โดยการออกแบบของโรงแรม The Shrine จะเป็นอาคารสร้างใหม่บนที่ว่างในเมืองเก่า และจะเป็นครั้งแรกที่เป็นการสร้างอาคารใหม่ให้ดูเป็นซากอาคารเก่าที่ผ่านกาลเวลา

ปกรณ์เผยความใจในว่า เขาต้องการแสดงให้เห็นถึงความงามของอาคารที่กลับคืนสู่ธรรมชาติ มีความโปร่ง โล่ง รับลมและแสงธรรมชาติมากกว่าอาคารเก่าที่สมบูรณ์แบบ โดยในเรื่องนี้ต้องใช้ความเข้าใจในธรรมชาติของอาคารเก่า นับเป็นความท้าทายว่าทำอย่างไรให้อาคาร ‘ไม่รู้สึกเป็นของปลอม’

โดยการออกแบบจะขับเน้นด้วยสัจจะวัสดุสมัยใหม่ เช่น เหล็กและกระจกมาช่วยขับเน้นอาคารแห่งนี้ นำเสนอความเปิดโล่ง (Openness) มากกว่าอาคารเก่าที่สมบูรณ์แบบ

“ห้องพวกนี้ ถ้าเสร็จสามารถทำตลาดได้จริง ขายได้คืนละเป็นหมื่นบาท เมื่อราคาเพิ่มขึ้นเช่นนี้แล้ว มันจะทำให้คุณค่า ราคาของห้องพักของเมือง รวมถึงโครงการอื่นที่เราออกแบบเพิ่มขึ้นตามด้วย และจากงานดีไซน์ของทั้ง 3 โครงการ จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวแห่งใหม่

“ยังมีโครงการที่กำลังออกแบบที่น่าสนใจอีกหลายโครงการ เช่น ร้านกาแฟ THE ROOTSCAPE KOH YOR แทนที่จะทำสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นเรือนไม้เกาะยอแบบที่ทำกันทั่วไป แต่งานนี้จะเป็นสถาปัตยกรรมธรรมชาติคือ ‘รากไม้’ ที่ทำให้คนตระหนักถึงความสำคัญของรากไม้ ซึ่งป้องกันน้ำท่วมและดินพังทลาย

“SAN Songkhla Flagship Store ที่กำลังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่วันนี้ จะเป็น Mixed-use ของร้านเครื่องหอมที่ได้รับรางวัล Remark Award และร้านกาแฟ เป็นธุรกิจที่เกื้อหนุนกัน

“เราอยากทำให้สงขลากลายเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศ เราเป็นคนชอบตั้งเป้าหมายไว้สูงที่สุด แต่ถ้าไม่ได่ก็ไม่เป็นไร เราไปมาทุกเมือง เราห็นว่าสงขลามีครบจริงจริง” ปกรณ์ทิ้งท้าย

Tags: , , , , , , , , , ,