คุณเคยเฝ้ารอที่จะพบกับใครคนหนึ่งนานแค่ไหน

บางคนอาจรอคอยในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 1 วัน 1 สัปดาห์ 1 เดือน หรือนานถึง 1 ปี 

สำหรับแฟนคลับของวง MONSTA X แล้ว การรอคอยครั้งนี้ยาวนานถึง 7 ปี ทว่าไม่ได้รอคอยแค่คนคนเดียว แต่พวกเรารอคอย ‘พวกเขา’ ทั้ง 6 คนกลับอีกครั้ง หลังจากครั้งล่าสุดที่ได้เจอกันใน MONSTA X WORLD TOUR ‘WE ARE HERE’ IN BANGKOK ปี 2562

หลังจากฝากความคิดถึงไว้ให้เฝ้ารอมานาน ในวาระพิเศษฉลองครบรอบ 11 ปีของการเดบิวต์ MONSTA X ประเดิมเวิลด์ทัวร์ครั้งยิ่งใหญ่ที่แรกในประเทศไทยกับ ‘2026 MONSTA X WORLD TOUR [THE X : NEXUS] IN BANGKOK’ ในวันที่ 7 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี สร้างสรรค์โปรเจกต์โดยผู้จัด Be Hear Now ที่จัดเต็มให้สมกับความคิดถึง และการรอคอยของมอนเบเบ้ (MONBEBE คือชื่อแฟนคลับของ MONSTA X) ชาวไทยที่ยาวนานถึง 7 ปี

ท่ามกลาง แสง สี เสียง และกราฟิกสุดเท่ เพียงวินาทีแรกที่เพลง DRAMARAMA ที่ดังขึ้น แฟนคลับก็แทบจะเครซีกันทั้งฮอลล์ เพราะการเปิดเวทีที่ฮอตระเบิดของสมาชิกในวงทั้ง 5 คน อย่าง ชยอนู (Shownu), มินฮยอก (Minhyuk), กีฮยอน (Kihyun), ฮยองวอน (Hyungwon) และจูฮอน (Joohone) สร้างความตื่นเต้นและตื้นตันใจที่ได้เห็นพวกเขาอีกครั้ง แม้ว่าน้องเล็กสุดของวงอย่าง ไอเอ็ม (I.M) จะไม่ได้มาด้วยเพราะเข้ากรมรับราชการทหารก็ตาม

ท่ามกลางเสียงกรี๊ดต้อนรับของแฟนคลับอย่างมอนเบเบ้ ที่ดังทะลุเดซิเบล หนุ่มๆ ที่พลังเหลือล้นก็ระเบิดเพอร์ฟอร์แมนซ์ในแบบ MONSTA X ที่ทุกคนคิดถึง พร้อมตามมาด้วยเพลง Love Killa, Rush Hour, LONE RANGER และ Catch Me Now ที่ทำเวทีเร่าร้อนจนลุกเป็นไฟ

“สวัสดีครับ พวกเรา MONSTA X ครับ” เมื่อปลุกใจให้เหล่ามอนเบเบ้ร้อนระอุกันเต็มที่ ทั้ง 5 หนุ่มก็ทักทายมอนเบเบ้ให้หายคิดถึงกันอย่างพร้อมเพรียง ก่อนที่จะแนะนำตัวแต่ละคนด้วยภาษาไทยที่ตั้งใจเรียนมาทั้งคืน ไม่ว่าจะ ‘คิดถึงนะครับ’, ‘เริ่ดเลยล่ะ’, ‘ผมรักคุณ’ และ ‘วันนี้ผมจะไม่กลับบ้าน’ พร้อมทั้งยังไม่ลืมกล่าวขอโทษมอนเบเบ้อย่างจริงใจ ที่อุตส่าห์ตั้งตารอคอยพวกเขานานถึง 7 ปี และสัญญาว่า คอนเสิร์ตวันนี้จะตั้งใจเต็มที่ เพื่อตอบแทนความรักและการรอคอยที่มอนเบเบ้มอบให้

หลังจากพูดคุยกันจนหายคิดถึงแล้ว สเตจต่อไปก็เริ่มได้เลย กับช่วงเวลาโยกไปกับกรูฟเบาๆ โดยเบิกขาไมค์มาเพิ่มความคาริสมาในเพลง MIDDLE OF THE NIGHT, Deny และ AND ก่อนจะเปลี่ยนเวทีให้เต็มไปด้วยไวบ์ของงานปาร์ตี้ ตื๊ดกันให้สุดกับเพลง Do What I Want, N the Front และ Tuscan Leather เพลงใหม่จากอัลบั้ม [THE X] ที่จูฮอนแต่งเองกับมือ และพักเบรกให้ชม VCR สุดเท่ที่พวกเขาเตรียมมาโดยเฉพาะ ซึ่งมอนเบเบ้ชาวไทยก็ไม่ลืมแสดงเอเนอร์จีเต็มร้อย กรี๊ดดังทะลุอินเอียร์ทำ 5 หนุ่มทึ่งจนเอ่ยชมยกใหญ่ว่า “เอเนอร์จีดี” 

นอกจากนั้นยังไม่พอ ฮยองวอนยังปากหวานชมเป็นภาษาไทยอีกว่า “เธอสวยมาก” ก่อนจะเข้าเพลง Beautiful และ Nobody Else ที่เพิ่มความสวยงามให้กับการพบเจอกันในครั้งนี้ของทั้งศิลปินและแฟนคลับ

อีกหนึ่งพาร์ตที่มอนเบเบ้รอคอยคือ สเตจโซโลของแต่ละคน ซึ่งเปิดด้วยหัวหน้าวงและพี่ใหญ่ของวงอย่างชยอนูที่มากับเพลง Around & Go เน้นเพอร์ฟอร์แมนซ์ล็อกท่าเต้นเป๊ะสมกับเมนแดนซ์ และเสริมด้วยเสียงร้องนุ่มๆ ที่ทำให้ทุกคนตราตรึงใจ 

ต่อมาที่เพลง Howling ซึ่งโชว์พลังเสียงดีไม่มีตกจากเมนโวคอลอย่างกีฮยอนที่เซตผมขึ้นเผยความหล่อเนี๊ยบ มาพร้อมกับชุดสูทเข้ารูปที่ทำให้แฟนๆ ใจสั่น 

ด้านฮยองวอนผู้ครองตำแหน่งคาริสมา ก็ไม่พลาดกับโชว์ที่เผยเสน่ห์อันแสนลึกลับจากเพลงอย่าง NO AIR ที่ความเซ็กซี่นี้ทำเอาแฟนๆ ใจเต้นโครมครามและแทบขาดอากาศหายใจของจริง! 

ก่อนที่มินฮยอกจะมาช่วยเติมพลังงานชีวิตกับโชว์สุดฮีลลิง ในเพลง Reaching ที่เนื้อเพลงพาสลับมุมมองจำลองให้เขากลายเป็นมอนเบเบ้ ทำให้ทุกคนซาบซึ้งใจจนน้ำตาคลอ และเพิ่มดาเมจด้วยการเล่นกีตาร์โชว์ความเท่ ชวนให้มอนเบเบ้ยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว 

ปิดท้ายแบบเดือดๆ เอาให้มอนเบเบ้นั่งไม่ติดเก้าอี้ กับโชว์เพลง STING และ Touch the Sky จากจูฮอนที่แรปอย่างดุเดือดจนไฟแลบ ส่งพลังให้มอนเบเบ้ร้องเชียร์ไม่หยุดจนแทบหยุดหายใจอีกครั้ง

ผ่านมากว่าครึ่งทาง ความสนุกสุดมันสุดเหวี่ยงยิ่งเพิ่มขึ้น ทั้ง 5 หนุ่ม MONSTA X และมอนเบเบ้พลังงานไม่มีลด หลังจากหนุ่มๆ ถามมอนเบเบ้ด้วยความเอาใจใส่ว่าทุกคนโอเคไหมที่พวกเขาแบ่งท่อนร้องของไอเอ็มไป เมื่อทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าโอเค MONSTA X ก็เสิร์ฟความสนุกกันต่อกับเพลง Autobahn, Burning Up, Beautiful Liar, Alligator และ Shoot Out ที่สนุกสุดเหวี่ยงจนมินฮยอกตะโกนภาษาไทยว่า “วันนี้ผมจะไม่กลับบ้าน” ออกมาหลายครั้ง

หลังจากทุกคนกำลังมันส์ได้ที่ ความสนุกก็ได้เดินทางมาถึงช่วงเวลาสุดท้ายของคอนเสิร์ต ทั้ง 5 หนุ่มเปิดตัวกลับมาในฮอลล์อีกครั้ง ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากมอนเบเบ้ พร้อมทำเซอร์ไพรส์ด้วยการปรากฏตัวอย่างใกล้ชิดด้านล่างเวที เดินไปสบตาและจับมือกับแฟนๆ อย่างทั่วถึงทั้งฮอลล์ และร้องเพลง Oh My! และ Rodeo ก่อนที่จูฮอนจะบอกว่า “ผมจะเครซี” แล้วชวนทุกคนกระโดดไปแตะขอบฟ้ากับเพลง Stand Up และปิดท้ายคอนเสิร์ตนี้ด้วยเพลง Fire & Ice ที่เหล่ามอนเบเบ้ร่วมใจกันทำทะเลดาวหลากสี จากแสงแฟลชส่องให้ทั้งฮอลล์มีแสงระยิบระยับเต็มไปหมด

นอกจากนี้มอนเบเบ้ยังเตรียม VCR ที่บอกเล่าความคิดถึงตลอด 7 ปีที่ผ่านมาให้ MONSTA X ได้รับรู้ พร้อมกับข้อความที่เต็มไปด้วยความรักว่า “ไม่ใช่แค่ 11 ปี แต่จะอยู่ด้วยกันไปอีก 100 ปี” ทำเอาทุกคนซึ้งใจด้วยความรู้สึกขอบคุณมอนเบเบ้ที่ยังรักพวกเขา และมอบ ‘ความกล้า’ พลังในการเดินเริ่มต้นเวิลด์ทัวร์ครั้งนี้ ถือเป็นของขวัญส่งท้ายเพิ่มเติมความประทับใจให้ MONSTA X ได้ขนกลับบ้านไปอย่างเต็มอิ่ม

“พวกเรากลับมาประเทศไทยในรอบ 7 ปี แต่ทุกคนก็ยังสนุกกับพวกเราอย่างเต็มที่ ต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี พวกเราขอบคุณมากๆ ครับ เป็นการเริ่มต้นเวิลด์ทัวร์แรกที่ประเทศไทย ด้วยพลังของแฟนๆ ชาวไทย ทำให้พวกเราคิดว่า น่าจะจบทัวร์ครั้งนี้ได้อย่างดีเลยครับ ขอบคุณที่มอบความกล้าให้พวกเรา พวกเราจะกลับมาและทำการแสดงให้ทุกคนดูอีกครั้ง ขอบคุณมากๆ รักนะครับ”

เป็นการปิดท้ายคอนเสิร์ต ‘2026 MONSTA X WORLD TOUR [THE X : NEXUS] IN BANGKOK’ ในประเทศไทยที่เต็มไปด้วยความรัก ความคิดถึง ความร้อนแรง และความอบอุ่น สลักลงในใจด้วยรอยยิ้มและน้ำตาให้ทุกคนจดจำไปอีกนานแสนนาน เรียกได้ว่าเป็น 7 ปีที่คุ้มค่าต่อการรอคอยของมอนเบเบ้ชาวไทย ที่ได้สร้างพลังใจให้ MONSTA X เริ่มต้นเวิลด์ทัวร์ครั้งนี้ได้อย่างสวยงาม

 

PHOTO BY: STARSHIP Entertainment

Tags: , , , , ,