วันนี้ (22 ธันวาคม 2568) ที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ นำโดย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วย อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ของพรรครวมไทยสร้างชาติสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569
สำหรับแคนดิเดตนายกฯ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ มีด้วยกัน 3 รายชื่อคือ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
พร้อมกันนั้นพีระพันธุ์แถลงนโยบายสำคัญของพรรค โดยกล่าวว่า ที่มายืนอยู่ตรงนี้เพื่อประกาศให้ประชาชนรู้ว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง ชายแดนไทย-กัมพูชา ค่าครองชีพ การโกงชาติ สแกมเมอร์ ตลอดจนปัญหาเศรษฐกิจรากหญ้าที่ปล่อยให้เกิดมาเป็นเวลานาน สะสมจนกลายเป็นวิกฤตของประเทศ 
หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติกล่าวต่อว่า พรรคไม่ได้มาเล่นการเมือง แต่เข้ามาทำงานการเมืองให้กับประชาชน ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่สามารถแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าและพลังงานให้กับประชาชนได้เป็นคนแรก ทำให้ผู้ค้าน้ำมันต้องประกาศต้นทุนให้ประชาชนและกระทรวงพลังงานทราบ
พีระพันธุ์เปิดเผยว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะเข้าสู่สนามเลือกตั้งในปี 2569 ภายใต้ธงรบ ‘เด็ดขาด-แก้วิกฤต-พลิกโฉมประเทศ’ โดยนโยบายแรกจะต้องพิทักษ์อธิปไตยของชาติ โดยจะยกเลิก MOU43-44 ที่ประเทศไทยไม่เคยได้ประโยชน์แม้แต่ครั้งเดียว
“เราทำตัวเป็นคนดี แต่ถูกรังแกมาตลอด ศักดิ์ศรีประเทศถูกย่ำยี เราจะไม่ยอมอีกต่อไป แผ่นดินไทยทุกตางรางนิ้วต้องกลับคืนมา เส้นเขตแดนทางทะเลต้องเป็นของเราที่ถูกต้องตามกฎหมายสากล หมดสิ้นปัญหาพลังงานใต้ท้องทะเล ประเทศไทยต้องนำกลับมาพัฒนาชาติเพื่อประโยชน์ของชาติ ต้องทำโดยเด็ดขาด” พีระพันธุ์กล่าว
นอกจากนั้นในประเด็นความมั่นคง พรรครวมไทยสร้างชาติจะสร้างรั้วกั้นชายแดนอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันอธิปไตยของชาติทุกรูปแบบ ไม่ให้คนชั่วเข้ามาทำมาหากินในแผ่นดินไทยอย่างเด็ดขาด
ขณะที่รั้วของชาติอย่าง ‘ทหาร’ หากพรรครวมไทยสร้างชาติได้เป็นรัฐบาลจะมอบเบี้ยออกรบให้คนละ 2 แสนบาทของทุกรอบการออกรบ ส่วนทหารใหม่ที่เข้าประจำการ รวมถึงคนที่สมัครใจเกณฑ์ทหารจะได้รับเงินอุดหนุน 3 หมื่นบาท และทหารเกณฑ์ทุกคนจะมีเงินเดือน 1.5 หมื่นบาท
สำหรับนโยบายที่ 2 คือ ต้องกำจัดคนชั่ว คนโกงชาติ รวมถึงสแกมเมอร์ต้องถูกประหารชีวิต โดยพรรครวมไทยสร้างชาติจะออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ทันทีเพื่อประหารคนชั่วให้หมดแผ่นดินไทย พร้อมกันนั้นลูกหลานก็จะต้องชดใช้เงินคืนให้กับแผ่นดิน
ขณะที่เรื่องของการดูแลประชาชน พีระพันธุ์เปิดเผยว่า ถ้าวันนี้ได้เป็นรัฐมนตรี ในปี 2569 ต้นทุนของก๊าซผลิตไฟฟ้าจะลดลงอยู่ที่ 3.71 บาทและไปสู่ 3.30 บาท ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลจะลดลงเหลือ 30 บาทเท่านั้น
“ภาระค่าครองชีพต้องถูกทุบ ค่าพลังงานผมทำให้ดูแล้ว เมื่อก่อนมีคนบอกว่าค่าไฟฟ้าลดลงไม่ได้ เพราะติดเรื่องต้นทุนของก๊าซธรรมชาติ แต่ 2 ปีที่ผมเป็นรัฐมนตรีสามารถลดได้ตลอด แม้แต่วันนี้ก็เป็นเพราะฝีมือของผม”
นอกจากนั้นนโยบายปฏิรูปการศึกษา หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติประกาศว่า “เด็กอยากเรียนอะไร ต้องได้เรียนทุกคน ยุติการสอบเข้า สอบจบให้ได้ก็แล้วกัน นี่คือนโยบายปฏิรูปการศึกษาที่สำคัญของอนาคตของชาติ เด็กทุกคนมีความสามารถ อยากเรียนอะไร ได้เรียนทุกคน ไม่ต้องไปเครียดกับการสอบเข้า การติวอีกต่อไป”
พีระพันธุ์ทิ้งท้ายว่า พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมแล้วที่จะเข้าสู่สนามรบเลือกตั้ง ขอโอกาสจากประชาชนมาชนะวิกฤตชาติด้วยความเด็ดขาด และจะไม่ยอมให้กับกลุ่มทุนใด จะทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนเหมือนที่ตนทำมาตลอด 2 ปี 




