เมื่อวานนี้ (17 สิงหาคม 2026) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางถึงนครซิดนีย์ เพื่อเริ่มต้นเดินทางเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 17-20 สิงหาคม 2026
การเยือนในครั้งนี้นับเป็นการเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการครั้งแรกของอนุทิน นับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทย อีกทั้งยังเป็นการเยือนออสเตรเลียของผู้นำไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 14 ปี
การเดินทางในครั้งนี้ยังมีเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment: BOI) ร่วมเดินทางไปด้วย
สำหรับวันนี้ (18 สิงหาคม 2026) นายกฯ ได้แสดงวิสัยทัศน์และสนทนาแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในหัวข้อ “Beyond the Thailand-Australia Bilateral Partnership: Advancing International Order through Regional and Minilateral Cooperation” ณ สถาบันโลวี (Lowy Institute) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยอิสระด้านนโยบายระหว่างประเทศ (Think Tank) ที่ตั้งอยู่ที่นครซิดนีย์ โดยมี ดร. ไมเคิล ฟูลลิเลิฟ (Dr. Michael Fullilove) ผู้อำนวยการสถาบันโลวีให้การต้อนรับ
โดยอนุทินได้นำเสนอมุมมองของไทยต่อนโยบายต่างประเทศและยุทธศาสตร์ของออสเตรเลีย ถึงบทบาทของไทย ออสเตรเลีย รวมถึงประเทศขนาดกลางในการรับมือกับโลกที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้น
นอกจากนี้ยังได้เสนอ 3 แนวทางสำคัญเพื่อรับมือกับโลกที่มีความไม่แน่นอน ได้แก่
1. การทำให้เป็นภูมิภาคนิยม (Regionalism) เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายได้อย่างแท้จริง โดยสำหรับประเทศไทยยังคงมีอาเซียนเป็น ‘หลักยึดทางยุทธศาสตร์’ ที่สำคัญ ขณะที่ประเด็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา นายกฯ ยืนยันว่า ประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี
2. การรักษาความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Autonomy) ด้วยการขยายและการทำงานร่วมกันกับหุ้นส่วนที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อรักษาความสามารถในการตัดสินใจและกำหนดทางเลือกของตนเอง รวมถึงการพิจารณาแต่ละประเด็นบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและผลประโยชน์ของประเทศอย่างแท้จริง
ไม่เพียงแค่นั้น อนุทินยังได้ยกตัวอย่างสำคัญถึงความร่วมมือระหว่างไทย-ออสเตรเลียในประเด็นที่มีความเฉพาะ (Minilateral Cooperation) เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างคล่องตัวและเป็นรูปธรรม เช่น ความร่วมมือต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติ โดยผู้นำของทั้ง 2 ประเทศ มีกำหนดการที่จะลงนามในถ้อยแถลงร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านอาชญากรรมข้ามชาติ ณ กรุงแคนเบอร์รา เพื่อยกระดับด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่าง 2 ประเทศต่อไป
3. การสร้างภูมิคุ้มกันและความยืดหยุ่น (Resilience) ผ่านการบูรณาการทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยไม่ทำลายความเปิดกว้างทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค
สำหรับไทย-ออสเตรเลียได้มีการประกาศใช้ข้อตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) มาตั้งแต่ปี 2005 และในอนาคต นายกฯ เห็นว่า ทั้ง 2 ประเทศควรยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไปสู่ ‘หุ้นส่วนที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง’ (Resilient Partnership)
โดยออสเตรเลียมีจุดแข็งด้านแร่ธาตุสำคัญ พลังงาน การศึกษา เทคโนโลยี และเงินทุน ขณะที่ไทยมีศักยภาพด้านการผลิตขั้นสูง การผลิตอาหาร การเชื่อมโยงภูมิภาค ตลอดจนอุตสาหกรรมสีเขียวและดิจิทัลที่กำลังเติบโต ทั้งสองประเทศจึงควรเชื่อมโยงจุดแข็งเหล่านี้เข้าด้วยกัน เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต
นายกรัฐมนตรีย้ำเพิ่มเติมว่า ไทยและออสเตรเลียต่างมีผลประโยชน์ร่วมกันในการรักษาสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่เปิดกว้าง มีเสถียรภาพ และตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎกติกา โดยทุกประเทศต้องมีส่วนร่วมในการธำรงรักษาระบบดังกล่าว ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของประเทศมหาอำนาจเพียงฝ่ายเดียว ภายใต้เงื่อนไขที่ระบบระหว่างประเทศมีความไม่แน่นอนและคาดการณ์ได้ยาก
ในเวลาต่อมา อนุทินได้เดินทางไปพบปะกับสมาชิกชุมชนชาวไทยในย่านไทยทาวน์ (Thai Town) ของเมืองซิดนีย์ รวมถึงหารือกับผู้บริหารของบริษัท แคนวา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของออสเตรเลีย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยและออสเตรเลียในเศรษฐกิจดิจิทัล
ในช่วงบ่ายถึงช่วงค่ำวันนี้ อนุทินมีกำหนดการที่จะพบกับนักธุรกิจและตัวแทนภาคเอกชนไทยที่โรงแรม Crown Sydney เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ รวมถึงโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างภาคเอกชนไทยและออสเตรเลีย ก่อนจะเดินทางไปยังกรุงแคนเบอร์รา ในช่วงเวลาประมาณ 21.30 น.
ทั้งนี้ ผู้นำทั้ง 2 ประเทศจะพบกันอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (19 สิงหาคม 2026) ณ ทำเนียบรัฐบาล กรุงแคนเบอร์รา เมืองหลวงของประเทศออสเตรเลีย เพื่อหารือเกี่ยวกับการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ออสเตรเลีย-ไทย (Australia-Thailand Strategic Partnership)
ที่มา:
– https://www.pm.gov.au/media/visit-australia-prime-minister-thailand
– https://thailand.prd.go.th/en/content/category/detail/id/49/iid/532478
Tags: การทูตไทย, ซิดนีย์, Australia, Thailand, นายกรัฐมนตรี, ออสเตรเลีย, ไทย, กระทรวงการต่างประเทศ, อนุทิน ชาญวีรกูล, อนุทิน, การต่างประเทศไทย




