วันนี้ (19 มีนาคม 2569) ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ลุกขึ้นกล่าวแสดงวิสัยทัศน์หลังจากที่ รังสิมันต์ โรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ คนต่อไป
ณัฐพงษ์กล่าวว่า การเสนอชื่อตนเป็นนายกฯ นั้นไม่ได้ต้องการตั้งรัฐบาลแข่ง เพราะที่ผ่านมา พรรคประชาชนไม่เคยดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับที่ 1 ดังนั้นจึงอยากให้ สส.ในสภาฯ ยึดหลักการนี้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติว่า ไม่ว่าพรรคใดจะชนะมาเป็นพรรคอันดับ 1 ควรได้รับสิทธิการตั้งรัฐบาลก่อน
นอกจากนั้น ณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า การอภิปรายในวันนี้เพื่อแสดงข้อห่วงใยต่อประเทศชาติของพรรค โดยข้อห่วงใยดังกล่าวจะแก้ไขได้จะต้องมีรัฐบาลที่ชอบธรรม มีเจตจำนงทางการเมือง และประกอบไปด้วยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีความเหมาะสมในการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ
ในเรื่องของความชอบธรรม หัวหน้าพรรคประชาชนได้ยกตัวอย่าง เหตุความผิดปกติที่เกิดขึ้นในการโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในสมัยที่ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ ซึ่งหลายส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดเลือกตั้งที่ผ่านมา แม้ว่าพรรคภูมิใจไทยจะบอกว่า การเลือกตั้งนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นที่ในการเลือกตั้งในการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 ที่ กกต.ให้มีการนับคะแนนใหม่นั้น ปรากฏว่าคะแนนที่นับใหม่แตกต่างจากคะแนนที่นับเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเป็นหลักร้อย เนื่องจากคณะกรรมการประจำหน่วย (กปน.) คะแนนที่นับได้ไม่ได้มีการแสดงบัตรเลือกตั้งให้ประชาชนเห็น
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 ทำให้ประชาชนตั้งคำถามเป็นจำนวนมาก แล้วหน่วยเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สังเกตการณ์และหน่วยเลือกตั้งอื่นๆ มีปัญหาแบบนี้เช่นเดียวกันหรือไม่ และผมเองก็เชื่อว่า ไม่มีใครในประเทศนี้ที่เชื่อว่า คณะกรรมการประจำหน่วยดำเนินการไปด้วยตัวเองโดยพลการ โดยไม่มีผู้บงการอยู่เบื้องหลัง
“ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ว่าที่นายกฯ คนต่อไปที่เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยดำเนินการได้คือ การตรวจสอบคนของท่านเองอย่างเข้มงวด และถ้ามีส่วนพัวพันกับการเรื่องนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่สังคมคาดหวังคือ การดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาในการจัดการคนของตัวเอง ก็พอที่จะกอบกู้ความเชื่อมั่นของประชาชนกลับมาได้บางส่วน” หัวหน้าพรรคประชาชนเสนอ
ขณะที่วิกฤตที่แวดล้อมประเทศไทยในปัจจุบัน ทั้งภัยจากภายในและภายนอกประเทศ ณัฐพงษ์อภิปรายว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังมีภัยในเรื่องของความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และธรรมาภิบาลของภาครัฐ
ณัฐพงษ์ระบุว่า ประชาชนไทยได้เห็นแล้วว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนไทยอย่างไรบ้าง ตลอดจนความขัดแย้งอีกหลายส่วนที่เกิดขึ้นรอบโลก รวมถึงประเทศไทยเองที่มีความขัดแย้งกับประเทศกัมพูชา ซึ่งตนมองว่า ทุกปัญหาความมั่นคงล้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และปากท้องของคนในประเทศอย่างหลีกหนีไม่พ้น
“ทุกวันนี้ที่เศรษฐกิจของคนตัวเล็กตัวน้อย ธุรกิจ SMEs โรงงานต่างๆ กำลังถูกปิดตัวจำนวนมาก เนื่องด้วยปัญหาสินค้าเถื่อนที่ไหลทะลักเข้าสู่ประเทศ ต้นตอของมันคือ ‘การทุจริตคอร์รัปชัน’ ที่เจ้าหน้าที่ของภาครัฐเกี่ยวข้องแทบทุกระดับ”
ณัฐพงษ์ฉายภาพต่อว่า เมื่อประชาชนมีเงินในกระเป๋าลดน้อยลง ย่อมทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง ทั้งในเรื่องของการศึกษา การรักษาพยาบาล ที่ปัญหาของประเทศไทยกำลังเป็นประเทศที่ใครมีเงินมากกว่า ย่อมมีคุณภาพชีวิตที่มากกว่า แทนที่ทุกคนควรจะมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาและการรักษาพยาบาลที่เท่าเทียมกัน
ส่วนประเด็นหลักธรรมาภิบาลภาครัฐ หัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวว่า วันนี้ประชาชนทั่วประเทศตั้งคำถามต่อการทำหน้าที่ของ สส. รวมถึงการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา โดยสิ่งที่ตนเชื่อมาตลอดคือ การทำงานการเมืองเพื่อประชาชนที่บอกว่า รัฐบาลต้องมีความชอบธรรมในการแก้ไขปัญหา รัฐบาลมีเจตจำนงทางการเมือง ซึ่งหมายถึง กล้าชนกับปัญหาเชิงโครงสร้าง กล้าตรวจสอบคนของตนเอง ไม่เข้าไปทำธุรกิจการเมือง หรือได้ผลประโยชน์ตอบแทน
“ปัญหาที่ผ่านมาเป็นปัญหาที่สะสมมาอยู่เรื่อยๆ แต่ก็ทำลายความหวังของประชาชนลงไปเรื่อยๆ วันนี้สิ่งที่พวกผมพร้อมยอมรับคือ น้อมรับผลการเลือกตั้ง อยากฝากไปยังว่าที่รัฐบาล และว่าที่นายกฯ คนถัดไป อยากให้ท่านทำหน้าที่ของท่านอยากเต็มที่มากที่สุด
“สำหรับพวกผมเอง ผมทราบวิถีทางการทำงานทางการเมืองของพวกเราที่อาจจะแตกต่างกัน ท่านอาจจะคิดว่าการเมืองก็เป็นแบบนี้ ต้องทำแบบนี้ ไม่เช่นนั้นก็เข้าสู่อำนาจไม่ได้ และมองว่าพวกผมเป็นแบบนี้ ทำวิถีทางทางการเมืองแบบนี้ ทุกวันนี้ก็เลยยังเป็นพรรคฝ่ายค้านอยู่
“แต่สิ่งที่ผมเชื่อ ผมเชื่อว่าวิถีทางการเมืองของพวกเราที่เคยทำมาในอดีตจนถึงปัจจุบันได้พาสังคมไทยไปข้างหน้า และผมเชื่อว่า เพื่อนสมาชิกจากอีกฝั่งก็น่าจะเห็นไม่แตกต่างกัน ไม่ว่าพวกเราจะอยู่ฝั่งไหนก็ล้วนที่จะทำประโยชน์ให้กับประเทศได้” ณัฐพงษ์กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาชนยังทิ้งท้ายกับสมาชิกพรรคประชาชน รวมถึงประชาชนที่กำลังดูประชุมสภาฯ ณ วันนี้ว่า ขอให้ทุกคนอย่าหมดความหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศ ไม่ว่านักการเมืองจะเลือกวิถีใด ขออย่างเดียวว่า ถ้าประชาชนยังร่วมกันสอดส่องตรวจสอบ ตัดสินใจในการเข้าคูหาเลือกตั้งอย่างดีที่สุด ในวันนั้นก็เชื่อว่าประเทศจะเปลี่ยนได้
“สำหรับพวกผมในวันนี้ยังเดินหน้าทำหน้าที่ของพวกเราอย่างเต็มที่ต่อไป และพวกผมแกนนำพรรคในปัจจุบันก็ไม่รู้ว่า เป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายหรือไม่ โดนสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ แต่พวกผมจะเดินหน้าทำหน้าที่แบบนี้อยู่เคียงข้างทุกท่านต่อไป จนกว่าอำนาจสูงสุดจะเป็นของประชาชน”
Tags: House of Cards, เกมพลิกอำนาจ, นายกรัฐมนตรี, ประชุมสภา, เลือกนายก, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, เท้ง, เลือกตั้ง69



