วันนี้ (29 มกราคม 2569) ในรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ เชิญตัวแทนจากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เข้ามาชี้แจงในรายการกรณีโครงการจัดทำชุดเครื่องแบบพนักงาน สปส. ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของการใช้เงินกองทุนประกันสังคม รวมถึงข้อสงสัยการจัดซื้อจัดจ้าง ความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณที่มาจากเงินในกองทุน รวมไปถึงปัญหาผู้ประกันตนกับการเข้าถึงบริการของสำนักงานประกันสังคมผ่านแอปพลิเคชัน
The Momentum สรุปรวบรวมคำชี้แจงของ นิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นครินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ ผู้อำนวยการสำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ ที่เดินทางมาเปิดเผยข้อมูลอีกมุมหนึ่ง ในฐานะของโฆษกและรองโฆษกสำนักงานประกันสังคม
ข้อครหาซื้อชุดสูทจากเงินของผู้ประกันตน
ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมมีโครงการจัดซื้อชุดเครื่องแบบให้กับพนักงานประกันสังคมจำนวน 7,000 คน ซึ่งมีทั้งพนักงานที่เป็นข้าราชการและไม่ได้เป็นข้าราชการ ซึ่งประกอบด้วยเสื้อสูท 1 ตัว เสื้อเชิ้ต 2 ตัว พร้อมทั้งท่อนล่างที่จะแบ่งออกเป็นชายและหญิง โดยผู้ชายจะได้รับกางเกง 2 ตัว ส่วนผู้หญิงจะได้รับกางเกงและกระโปรงอย่างละ 1 ตัว ซึ่งปัจจุบันมีการจัดซื้อเซตชุดเครื่องแบบให้กับบุคลากรในสำนักงานฯ มาทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี 2561-2562 และครั้งล่าสุดเมื่อปี 2566
นิยดาในฐานะโฆษกสำนักงานประกันสังคมอธิบายในช่วงต้นรายการว่า โครงการจัดซื้อชุดเครื่องแบบให้กับบุคลากรสำนักงานประกันสังคมมีที่มาจากการที่ผู้ประกันตนร้องเรียนว่า ไม่สามารถแยกแยะว่าใครคือเจ้าหน้าที่ประกันสังคมและใครคือผู้มาใช้บริการ
อย่างไรก็ตาม เธอกล่าวถึงเหตุผลอีกครั้งหนึ่งว่า การจัดซื้อชุดเครื่องแบบให้กับพนักงานเป็นไปเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเมื่อ 10 ปีก่อน เจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมมักแต่งกายที่ไม่เป็นระเบียบ มีการสวมชุดลายดอกไม้ ดูไม่สบายตา จึงถูกประชาชนตำหนิ
ในส่วนของงบประมาณ นิยดาตอบชัดเจนว่า ใช้งบประมาณที่ดึงมาจากกองทุนประกันสังคมซึ่งได้รับเงินสมทบมาจากทั้งผู้ประกันตน ผู้ประกอบการ และภาครัฐ เนื่องจากสำนักงานประกันสังคมไม่สามารถใช้งบประมาณแผ่นดินมาบริหารสำนักงานได้
ทั้งนี้โดยดึงเงินจากกองทุนที่กฎหมายกำหนดให้สามารถดึงเงินมาใช้บริหารสำนักงานได้ 10% จากขนาดของกองทุนทั้งหมด ส่วนหนึ่งมาใช้กับโครงการซื้อชุดเครื่องแบบให้กับพนักงานประกันสังคมจำนวน 7,000 คน ซื้อครั้งหนึ่งมูลค่าโครงการรวม 30 กว่าล้านบาท
มีข้อสงสัยว่า ทำไมในการจัดซื้อชุดสูทเมื่อปี 2566 ไม่ใช่การประมูลแบบทั่วไปหรือ e-bidding เหมือนการประมูลครั้งก่อนหน้านี้ แต่กลับใช้วิธีประมูลแบบ ‘เฉพาะเจาะจง’ กับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ซึ่งเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมระบุว่า มีการสอบราคาตลาดมาเปรียบเทียบแล้วพบว่า ราคาของเอกชนกับภาครัฐมีความใกล้เคียงกัน และในบางกรณีราคาของภาครัฐอาจต่ำกว่าเล็กน้อย ขณะเดียวกันระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐมีข้อกำหนดที่เปิดโอกาสให้หน่วยงาน ‘สนับสนุน’ องค์กรภาครัฐด้วยกัน ดังนั้นกรณีองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจึงเป็นการช่วยเหลือ และสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานตามที่ระเบียบได้เปิดช่องเอาไว้
นิยดายังอธิบายเพิ่มเติมว่า ก่อนที่สำนักงานประกันสังคมจะทำคำของบประมาณสำหรับจัดซื้อจัดจ้างชุดเครื่องแบบให้กับพนักงานประกันสังคมนั้น มีการสืบราคาโดยอ้างอิงอย่างน้อย 3 แหล่ง ซึ่งรวมถึงองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกและบริษัทเอกชน เพื่อนำใบเสนอราคาไปยืนยันกับคณะอนุกรรมการกลั่นกรองงบประมาณว่า ราคาที่สำนักงานขอไปนั้นเป็นมาตรฐานของท้องตลาด ไม่ได้ตั้งราคาขึ้นมากันเอง
สำหรับเอกสารราคากลางที่ตัวแทนสำนักงานประกันสังคมนำมาแสดงในรายการนั้น ปรากฏเพียงชื่อขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับโครงการชุดเครื่องแบบของพนักงานประกันสังคมเช่นกัน สรยุทธจึงตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงปรากฏเพียงหน่วยงานนี้เป็นผู้เสนอราคากลางเอง และสำนักงานประกันสังคมมีการเปรียบเทียบราคากลางอย่างทั่วถึงจริงหรือไม่
แอปฯ ราคาหลักร้อยล้าน แต่ใช้จริงกลับมีปัญหา
สรยุทธยังตั้งคำถามถึงกรณีที่ผู้ประกันตนประสบปัญหาการใช้บริการแอปพลิเคชัน SSO Plus ของสำนักงานประกันสังคม ที่พบว่าระบบล่มทำให้ไม่สามารถอนุมัติสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนได้ตามปกติ ข้อมูลของผู้ประกันตนในระบบใหม่ไม่ตรงกันจนเกิดความตื่นตระหนก และการจ่ายเงินที่ล่าช้ากระทบกับคนว่างงาน
นครินทร์ชี้แจงว่า ข้อมูลของประกันสังคมครอบคลุมแรงงานกว่า 35 ปี มีข้อมูลประวัติการทำงานและครอบครัวที่ละเอียดและใหญ่มาก การโอนย้ายข้อมูลจากระบบเดิมมาเป็นระบบเว็บไซต์จึงมีความซับซ้อน และอาจทำให้ข้อมูลเกิดการตกหล่น
สำหรับกรณีปัญหาที่ผู้ประกันตนไม่สามารถเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน SSO Plus ได้นั้น เนื่องจากมีการปิดระบบในช่วงปีใหม่ 2568 สู่ 2569 เพื่อเปลี่ยนผ่าน ซึ่งเมื่อเปิดระบบแล้ว เจ้าหน้าที่ทั่วประเทศได้เข้าใช้งานพร้อมกันเพื่อสะสางงานที่คั่งค้าง ประกอบกับผู้ประกันตนได้เข้าเช็กสิทธิจำนวนมาก ทำให้ระบบ ‘ดาวน์’ ไปใชั่วขณะ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่บางคนยังไม่คุ้นเคยกับหน้าจอและขั้นตอนของระบบใหม่ จึงทำให้การวินิจฉัยสิทธิแก่ผู้ประกันตนล่าช้ากว่าเดิม
ทั้งนี้งบประมาณในการจัดทำแอปพลิเคชัน SSO Plus นั้นมีมูลค่ากว่า 850 ล้านบาท จึงเกิดข้อสงสัยในรายการว่า เหตุใดระบบจึงไม่ออกแบบให้รองรับกับการจราจรในแอปฯ ที่มากกว่าปกติหลายเท่า เพื่อป้องกันไม่ให้แอปฯ ล่มเมื่อมีผู้ใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก ที่สำคัญสำนักงานประกันสังคมอ้างว่า เคยมีการซ้อมและทดสอบระบบแล้ว แต่เหตุใดจึงยังมีการส่งมอบงานที่ล่าช้าและระบบยังคงมีความไม่พร้อม ทำให้เกิดปัญหากับผู้ประกันตนที่ยังคงรอเงินเยียวยา
สำหรับความรับผิดชอบของเอกชน ผู้ดำเนินรายการจี้ถามไปยังตัวแทนของสำนักงานประกันสังคม โดยได้รับคำตอบว่า สำนักงานประกันสังคมยืนยันว่ากำลังดำเนินการปรับระเบียบและข้อกฎหมาย และตั้งเป้าหมายว่า ภายใน 7-10 วันหลังการสัมภาษณ์ ระบบจะกลับมาเป็นปกติ และแอปฯ SSO Plus จะพร้อมให้ตรวจสอบสิทธิเต็มรูปแบบได้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้
ทั้งนี้ผู้แทนสำนักงานประกันสังคมกล่าวขอโทษผู้ประกันตนต่อความไม่สะดวก และยืนยันว่าไม่ปิดกั้นช่องทาง พร้อมรับฟังเสียงวิจารณ์ โดยชี้ว่าบางโครงการที่ถูกพูดถึงในสังคมยังไม่ผ่านงบ เพราะอยู่ระหว่างการพิจารณา ขณะที่ผู้ดำเนินรายการย้ำว่า ประกันสังคมในอดีตอาจมีความจำเป็นสูง แต่ปัจจุบันผู้คนเริ่มเปรียบเทียบกับสวัสดิการรัฐอื่นๆ มากขึ้น จึงคาดหวังให้ประกันสังคมต้องทำให้ดีกว่า และโปร่งใสต่อเงินกองทุนที่เป็นผลจากการสมทบของลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐ
นั่งเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสเป็นไปตามระเบียบ
นอกจากเรื่องการซื้อชุดเครื่องแบบให้กับพนักงานประกันสังคมและเรื่องของการจัดการระบบไอทีของสำนักงานแล้ว ยังมีประเด็นการเดินทางไปดูงานต่างประเทศของประกันสังคม ซึ่งพบว่า มีการเบิกจ่ายค่าโดยสารเครื่องบินในระดับเฟิร์สคลาส
ในรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ ตัวแทนสำนักงานประกันสังคมชี้แจงว่า การเดินทางไปยังต่างประเทศของข้าราชการระดับสูงหรือผู้บริหารระดับสูงนั้น มีระเบียบกระทรวงการคลังรองรับ ซึ่งกำหนดชั้นที่นั่งตามตำแหน่งระดับสูง อนุญาตให้เบิกจ่ายที่นั่งระดับเฟิร์สคลาสหรือชั้นธุรกิจได้ตามสิทธิ
สำหรับงบประมาณที่ใช้เป็นค่าใช้จ่ายตั๋วเครื่องบินคือเงินจากกองทุนประกันสังคมซึ่งกันออกมา 10% สำหรับใช้บริหารสำนักงาน และเป็นงบประมาณก้อนเดียวกับที่ใช้ในโครงการชุดเครื่องแบบพนักงานประกันสังคม ไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อไปดูงานด้านการบริหารจัดการกองทุนและการลงทุนระดับสากล มาปรับปรุงการสร้างผลตอบแทนให้กองทุนประกันสังคมมีขนาดใหญ่ขึ้น
Tags: เครื่องแบบ, ประกันสังคม, SSOPlus, องค์การทหารผ่านศึก




