ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเลือก โสภณ ซารัมย์ สส. เขต 5 จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ โดยได้เสียงสนับสนุนทั้งสิ้น 289 เสียง เอาชนะ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ได้เสียงสนับสนุนทั้งสิ้น 123 เสียง นอกจากนี้ยังมีเสียงงดออกเสียง 80 เสียง และบัตรเสียอีก 5 ใบ

สำหรับประวัติของโสภณเคยรับราชการครูมาก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมือง โดยเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิของนักการเมืองลายครามที่ชื่อ ชัย ชิดชอบ บิดาของ เนวิน ชิดชอบ

โสภณเริ่มเส้นทางการเมืองจากการเป็นสมาชิกสภาจังหวัด และเริ่มเข้าสู่สนามการเมืองใหญ่ในเวลาใกล้เคียงกับเนวิน และได้รับเลือกเป็น สส.บุรีรัมย์เรื่อยมา

ในช่วงที่เนวินย้ายขั้วจากทักษิณ ชินวัตร หันมาสนับสนุนอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โสภณได้รับตำแหน่งใหญ่ให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โสภณได้ชื่อเรียกและฉายาจากนักข่าวว่า ‘โสภณ ซาเล้ง’ ซึ่งเจ้าตัวก็รับด้วยความภาคภูมิใจ

อีกสถานะ เขาเป็นคนใกล้ชิดของเนวินหรือ ‘ครูใหญ่’ สถาปนิกผู้ออกแบบระบบการเมืองไทยยุคใหม่ ผู้ส่งให้อนุทินได้เป็นนายกฯ และรวบรวมบรรดาบ้านใหญ่ รวม สส.เข้ามาอยู่ภายใต้ชายคา ‘ภูมิใจไทย’ ด้วยกัน

การทำงานร่วมกันอย่างยาวนานนับตั้งแต่รุ่นพ่อ ทำให้โสภณได้รับความไว้วางใจจากเนวินเป็นอย่างมาก และแม้เนวินจะหลบหลังฉาก ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่การมีโสภณอยู่ในคณะรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ก็เสมือนหนึ่งว่ามีเนวินอยู่ด้วย

การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 โสภณรับบทบาทคุม สส.ภาคอีสาน กระทั่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เจาะฐานเสียงพรรคเพื่อไทยสำเร็จหลายเขตเลือกตั้ง จนพรรคภูมิใจไทยมีเสียง สส.มากเป็นอันดับ 1 ภารกิจต่อไปของเขาคือคุมพื้นที่สภาผู้แทนราษฎร

เพราะเอาเข้าจริงแล้ว รัฐบาลก็ยัง ‘อ่อนไหว’ พรรคภูมิใจไทยเองกุมสภาพหลายมุ้ง หลายบ้านใหญ่ และทุกคนต่างมุ่งหมายจะเป็นรัฐมนตรี ขณะที่อดีตพรรคหอกข้างแคร่อย่างพรรคเพื่อไทยก็เข้ามานั่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยหากพรรคเพื่อไทยเกิดถอนจากการร่วมรัฐบาลเมื่อไร รัฐบาลนี้ก็หมดอายุโดยสมบูรณ์

ขณะที่ฝ่ายค้าน มีทั้งคนกันเองอย่างพรรคกล้าธรรม รวมถึงพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ ไปจนถึงพรรคเล็กๆ แต่มีตัวแทนเข้มแข็งอย่างพรรคไทยภักดี พรรครวมไทยสร้างชาติ 

ยังไม่นับรวมกฎหมายอีกหลายฉบับที่ ‘ครูใหญ่’ ฝากฝัง ไม่ว่าจะเป็นการแยกกระทรวงกีฬาออกมาเป็นกระทรวงใหม่ หรือร่างพระราชบัญญัติบ้านเกิดเมืองนอน ให้คนจ่ายภาษีสนับสนุนท้องถิ่นตัวเองได้มากขึ้น

หลังจากนี้ ถึงเวลานับหนึ่ง ระบอบบุรีรัมย์ที่โสภณกุมสภาพประมุขสภาผู้แทนราษฎร และมงคล สุระสัจจะ สมาชิกวุฒิสภาจากบุรีรัมย์ นั่งเป็นประธานวุฒิสภา

บุรีรัมย์จึงไม่ใช่เพียงแค่จังหวัดหนึ่งในภาคอีสานอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นศูนย์กลางอำนาจใหม่ของประเทศ 

Tags: , , , , ,