สม รังสี (Som Rainsy) อดีตผู้นำฝ่ายค้านของกัมพูชา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการลี้ภัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์กับ แมตต์ ฮันต์ (Matt Hunt) สื่อมวลชนอิสระ ถึงประเด็นความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา และบทบาทเผด็จการของ ฮุน เซน (Hun Sen) ประธานวุฒิสภา ประธานองคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่า กัมพูชาตกอยู่ใต้ระบอบเผด็จการมานานกว่า 40 ปี ไม่ใช่ระบอบพรรคเดียว แต่อยู่ใต้ฮุน เซนคนเดียว และฮุน เซนจัดการทุกอย่างด้วยตนเอง โดยหากเปิดให้แสดงความคิดเห็น เปิดให้ชุมนุม ระบอบฮุน เซนจะล่มสลายทันที 

นอกจากนี้ตลอดเวลา 30 ปีที่ผ่านมา การเลือกตั้งในกัมพูชายังถูกควบคุม และถูกบิดเบือนทั้งหมด เว้นเพียงครั้งเดียวในปี 1993 ที่จัดโดยสหประชาชาติ ซึ่งฮุน เซนกับพรรคแพ้การเลือกตั้ง ดังนั้นถ้ามีการเลือกตั้งเสรีและโปร่งใสจริงๆ ฮุน เซนจะต้องแพ้อีกแน่นอน และประชาชนกัมพูชาก็รู้เรื่องนี้ดี

สม รังสียังวิจารณ์แรงจูงใจของฮุน เซนอีกว่า มีเพียงอย่างเดียวคือยึดอำนาจเอาไว้และทำทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจ เพราะถ้าสูญเสียอำนาจก็จะสูญเสียทุกอย่าง จึงจำเป็นต้องใช้ความมั่นคงของอำนาจเด็ดขาด เพื่อรับประกันความคุ้มกันตัวเองจากความผิด เพราะฮุน เซนได้กระทำความผิดหลายอย่าง ดังนั้นจึงไม่สามารถลงจากอำนาจได้

ส่วนที่อาจมีพรรคการเมืองบางพรรคในประเทศไทยที่มีบทบาท หรือมีส่วนช่วยฮุน เซนในการทำให้สถานการณ์ระหว่าง 2 ประเทศสั่นคลอนนั้น สม รังสีอธิบายว่า ฮุน เซนทำผิดพลาดครั้งใหญ่ เพราะต้องการแบ่งแยกกลุ่มอำนาจในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพรรคการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างกัน แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ส่วนการที่ฮุน เซนนำบทสนทนากับนายกฯ ของไทยมาเปิดเผยนั้น ถือว่าเป็นการกระทำที่มุ่งร้ายอย่างยิ่ง

สม รังสียังอธิบายด้วยว่า ฮุน เซนไม่เคยชนะการเลือกตั้งอย่างเสรีและเป็นธรรม มักโกงการเลือกตั้งผ่านคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติ ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจของฮุน เซน ต่างจากในไทยที่ทุกฝ่ายยอมรับผลการเลือกตั้ง รวมถึงพรรคฝ่ายค้าน ขณะเดียวกันในกัมพูชา ฝ่ายค้านมักจะถูกปราบปราม และไม่สามารถชนะการเลือกตั้งได้ และไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการเลือกตั้งใดๆ การเลือกตั้งกัมพูชาจึงไร้ความหมายและไร้คุณค่า ดังนั้นฮุน เซนจึงไม่มีความชอบธรรม และระบบการปกครองของฮุน เซน ก็ไม่มีความชอบธรรมเช่นเดียวกัน ส่วน ฮุน มาเนต (Hun Manet) นายกฯ กัมพูชา ก็เป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้น ไม่มีบารมี ไม่มีบุคลิกภาพและความสามารถใดๆ

ขณะเดียวกันข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเพียงหนึ่งในหลายๆ ประเด็นเท่านั้น ประเด็นที่แท้จริงก็คือเรื่องเงิน เพราะฮุน เซนไม่สามารถสนับสนุนการปราบปรามมาเฟียจีนที่เคลื่อนไหวอยู่แถวชายแดนไทย-กัมพูชาได้ ซึ่งการอยู่รอดของรัฐบาลฮุน เซนเกิดขึ้นจากรายได้ที่มาเฟียจีนจัดหาให้แก่พรรคการเมือง และครอบครัวของฮุน เซน ดังนั้นจึงตอบโต้เจ้าหน้าที่ของไทยหรือรัฐบาลใดๆ ในประเทศไทยที่ต้องการจะปราบปรามแก๊งอาชญากรรม โดยจริงๆ แล้วรัฐบาลฮุน เซนมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับอาชญากรรมข้ามชาติ หากต่อสู้กับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติก็เท่ากับต่อสู้กับฮุน เซนทางอ้อม 

สม รังสียังชี้ให้เห็นว่า ฮุน เซนน่าจะไม่ยอมหยุดยิง เพราะต้องปกป้องแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และต้องการเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาภายในประเทศที่แก้ไม่ได้มาเป็นเรื่องความขัดแย้งกับไทย อย่างไรก็ตาม ประเด็นเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่สุด แต่ประเด็นหลักคือ รัฐบาลฮุน เซนจะอยู่รอดต่อไปได้อย่างไร

สม รังสียังเห็นว่า ในตอนนี้ปัญหาจริงๆ ไม่ใช่เรื่องชายแดน แต่เป็นเรื่องการเงินที่เกี่ยวกับการอยู่รอดของรัฐบาลฮุน เซน ที่ฮุน เซนต้องการปกปิดสาเหตุที่แท้จริงของความขัดแย้งกับไทย แต่จำเป็นต้องทำให้คนที่ยังมองไม่เห็นความจริงนี้ ได้เข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหานี้ 

เพราะการจะแก้แก้ไขปัญหาใดๆ ได้ต้องเข้าใจก่อนว่า ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร และวิธีแก้ปัญหานี้คือ ต้องจัดการกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ สำหรับวิธีทำให้เกิดสันติภาพที่แท้จริงและยั่งยืนได้คือ การนำข้อตกลงสันติภาพปารีสว่าด้วยกัมพูชา ซึ่งลงนามในปี 2534 โดยประเทศเพื่อนบ้านของกัมพูชาทั้งหมด รวมถึงประเทศไทยด้วยและสมาชิกถาวร 5 ประเทศของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติกลับมาใช้ และทำให้มีผลอีกครั้ง

Tags: , ,