วันนี้ (6 กุมภาพันธ์ 2569) ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) มีการปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาชน โดยตอนหนึ่ง รังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ และทีมบริหารพรรคประชาชน ขึ้นกล่าวถึงการจัดการปัญหา ‘สแกมเมอร์’ ของพรรคประชาชน
รังสิมันต์กล่าว ปัญหาสแกมเมอร์สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก ไม่น้อยกว่าปีละ 1 แสนล้านบาท อีกทั้งยังส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนลดลงกว่า 35% และยังทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ แล้วตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในท้ายที่สุด ปัญหานี้เป็นเรื่องใหญ่ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ด้วยวิธีการแบบเดิมอีกต่อไป
รังสิมันต์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันประเทศนี้นอกจากจะเจอปัญหา ‘เงินทอน’ แล้ว ยังเจอกับปัญหา ‘เงินเทา’ จากสแกมเมอร์ ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีรัฐบาลใดสามารถจัดการปัญหานี้ได้ เพราะถ้าทำได้ ในวันที่พวกเขามีอำนาจจะปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
“เราทุกคนรู้ อย่ามาหลอกกัน เราทุกคนรู้ว่าพวกสแกมเมอร์มีเส้นสายมากขนาดไหน ปัญหาสแกมเมอร์เป็นปัญหาใหญ่ที่พรรคประชาชนมองว่า เป็นวาระใหญ่และพรรคประชาชนจะจัดการอย่างเด็ดขาด”
ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ยังมองด้วยว่า ปัญหาสแกมเมอร์ไม่ได้เกิดขึ้นแต่กับคนที่ไม่มีความรู้ทางเทคโนโลยี แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นทุกวันนี้อยู่กับประชากรวัยทำงาน และคนรุ่นใหม่กำลังตกเป็นเหยื่อมากขึ้นเรื่องๆ โดยพรรคประชาชนจะตั้งวอร์รูมขึ้นมา เพื่อบูรณาการและดำเนินการเพื่อให้เกิดผลอย่างจริงจัง
ทั้งนี้พรรคประชาชนจะทำให้วอร์รูมดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่เฉพาะการจับกุมหรือทำลายโครงสร้างอาชญากรรม แต่ยังรวมไปถึงปราบปรามเส้นเงิน เพราะพรรคประชาชนรู้ดีว่า องค์กรอาชญากรรมเหล่านี้ไม่ได้กลัวการดำเนินคดี การถูกจับกุม หรือถูกประหารชีวิต แต่สิ่งที่ขบวนการสแกมเมอร์กลัวที่สุดคือ เงินทั้งหมดที่หามาได้ถูกยึดอายัด
“สิ่งที่พรรคประชาชนจะทำคือการยึดทรัพย์ เรารู้ว่าถ้าทำตรงนี้สำเร็จ แรงจูงใจในการเป็นสแกมเมอร์จะหายไปทันที ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการจัดการกับบัญชีม้า การจัดการกับใคร ไม่มีทางแก้ปัญหาสแกมเมอร์ได้จริง ถ้าตราบใดยังไม่มีการยึดทรัพย์และอายัดทรัพย์อย่างจริงจัง และขยายผลเพื่อให้สแกมเมอร์ตายยกรัง”
รังสิมันต์ยังกล่าวต่อว่า ตนไม่เคยรู้จักกับ เบน สมิธ ไม่เคยถ่ายรูป ไม่เคยกินข้าว และไม่เคยซื้อเครื่องบินจากเขา แต่รัฐบาลที่ผ่านมาต้องรอให้ตน ซึ่งเป็นคนที่รู้จักสมิธน้อยที่สุดเป็นคนบอกว่า เขาคือวายร้ายและต้องจัดการ
“เราไม่ได้มาพูดเรื่องสแกมเมอร์ในวันเลือกตั้ง แต่ผมพูดเรื่องนี้มา 3 ปีแล้ว พรรคประชาชนคือคนที่บอกว่า แหล่งสแกมเมอร์อยู่ตรงไหนบ้าง พรรคประชาชนเป็นคนบอกว่า ปัญหาสแกมเมอร์เป็นปัญหาใหญ่ พรรคประชาชนเป็นคนบอกว่า สแกมเมอร์ไม่ได้มีแค่เฉพาะเรื่องเงิน แต่ยังมีเรื่องการค้ามนุษย์ด้วย คิดดูว่าถ้าเราเป็นฝ่ายค้านเราทำได้ขนาดนี้ ถ้าเราเป็นรัฐบาลเราจะทำได้ขนาดไหน
“ในทางกลับกันลองคิดดูว่า ถ้าจะให้พรรคสีแดงไปปราบสแกมเมอร์ วันนี้ผ่อนค่าเครื่องบินเขาหมดหรือยัง หรือคุณจะให้สีน้ำเงิน จำได้หรือไม่ตอนจะตัดไฟฟ้า ตอนนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พวกเราบอกตั้งนานแล้วว่า ต้องตัดไฟฟ้า เพราะการตัดไฟฟ้า การตัดอินเทอร์เน็ต จะช่วยแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ได้ระดับหนึ่ง ทำให้ไม่สามารถขยายอาณาจักรได้ง่าย”
รังสิมันต์กล่าวต่อว่า วันนี้จิกซอว์ตัวสุดท้ายที่หายไปจากการสแกมเมอร์ คือเจตจำนงในการเอาจริง ซึ่งเจตจำนงนั้นถูกเรียกว่า พรรคประชาชน
“ผมยืนยันกับพี่น้องว่า ถ้ารัฐบาลไม่ว่าจะมาจากพรรคการเมืองไหนที่ผ่านมา พรรคการเมืองเหล่านั้นพาประเทศไทยมาได้แค่นี้ พวกเขาไม่สามารถแก้ปัญหาสแกมเมอร์ได้จริง ถ้าเขาต้องการทำ เราคงไม่เห็นเครือข่ายของเบน สมิธกว้างขนาดนี้ ทันทีที่มีการยึดทรัพย์มีการเปิดรูปออกมา และเราได้เห็นตัวละครใหม่ๆ
“พรรคประชาชนเรายืนอยู่โดยไม่ต้องเกรงใจ ทุนสีเทาที่ไหนเราไม่ต้องเกรงใจ เพราะเราไม่มีบุญคุณกับคนเหล่านั้น เราไม่ได้ใช้เงินในการซื้อเสียง แต่พรรคประชาชนเราพึ่งพาหัวจิตหัวใจของประชาชน ในการเข้าสู่อำนาจและเปลี่ยนประเทศนี้ การทำงานของพวกเราจึงไม่มีบุญคุณต่อใคร บุญคุณที่ใหญ่เท่าฟ้าของเรามีแค่พี่น้องประชาชนเท่านั้น” รังสิมันต์ทิ้งท้าย
Tags: รังสิมันต์ โรม, พรรคประชาชน




